บทที่ 34 6.2 ฟ้าหลังฝนที่ต้องเดินต่อ

หลังพูดเสร็จและขณะที่คีตภัทรกำลังจะก้าวเดินออกจากบริเวณนั้น แต่เสียงของอานนท์ก็ได้ดังขึ้นมาก่อน

‘ที่มันเป็นแบบนี้ ก็เพราะเพื่อนของน้องคีย์นั่นแหละที่ทำให้เราสองคนไม่ได้แต่งงานกัน ไหนตอนนั้นที่มีอะไรกันครั้งแรกที่โรงแรมที่กรุงเทพฯ เพื่อนของน้องคีย์ก็เป็นคนบอกเองว่าให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับระหว่างพี่กับเขา

หึ! ทั้งที่ตอนนั้นพี่ก็ตั้งใจจะรับผิดชอบเขาอยู่แล้ว แต่ก็ไม่แปลกหรอกนะที่เขาจะบอกว่าไม่ถือเรื่องที่มีอะไรกับพี่เพราะถึงอย่างไรพี่ก็ไม่ใช่ ช่างมันเถอะ ถึงพูดอะไรไปคีย์ก็เห็นพี่เป็นคนเลวอยู่แล้วนิ’

อานนท์พูดด้วยความน้อยใจปนโมโหที่แม้แต่คนที่โตมีพร้อมกันอย่างหญิงสาวยังโทษว่าเป็นความผิดของเขาฝ่ายเดียว ทั้งที่ตอนเจอกันครั้งแรกก่อนที่จะพลาดมีอะไรกันเขาเคยถามปภาดาแล้วว่า ทำไมทุกครั้งที่เจอกันหญิงสาวถึงแสดงท่าทางไม่ชอบหน้าเขา

หรือบางครั้งก็พูดจาประชดประชันเหมือนกับว่าเขาเคยทำร้ายเธอมาก่อนอย่างนั่นแหละ ซึ่งเขาก็ได้รับแต่ความเงียบกลับมาทุกครั้ง แล้วมันผิดอะไรในเมื่อตอนนี้เขาคิดว่าเจอคนที่อยากจะใช้ชีวิตด้วยแล้ว แม้ตอนนี้เขาจะเริ่มไม่มั่นใจแล้วก็ตาม

ขณะที่คีตภัทรเองก็มองดูผู้ชายตรงหน้าเหมือนคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน พี่ชายที่แสนดีของเธอคนนั้นไปอยู่ไหนแล้วตอนนี้ อีกใจหนึ่งก็นึกขอโทษเพื่อนรัก ที่ตัวเธอก็เป็นต้นเหตุหนึ่งที่ทำให้ชีวิตของปภาดาต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้

‘‘พี่นนท์! พี่ใจร้ายมากเลยนะคะ และพี่รู้อะไรไหมว่าตอนนี้คีย์เหมือนคนที่ไม่เคยรู้จักกับพี่มาก่อนเลยจริง ๆ แล้ววันหนึ่งพี่จะต้องเสียใจกับสิ่งที่พี่ได้ทำกับเพื่อนของคีย์

และตอนนี้คีย์ก็ดีใจกับพี่ด้วยที่ไม่ได้รักไอ้แป้งมันจริง ๆ และไม่ใช่ว่ารักแต่ไม่รู้ใจตัวเองนะคะ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจริง คนอย่างเพื่อนของคีย์ถึงมันจะเป็นคนที่ทุ่มเทให้กับความรักเพียงใด แต่ถ้าวันไหนมันบอกว่าไม่เอาก็คือไม่เอา และถ้าถึงวันนั้นแล้วพี่อยากได้มันกลับคืนมาก็อย่ามาขอให้คีย์ช่วยก็แล้วกันนะคะ

เพราะว่าคีย์จะไม่ช่วยคนที่นอกใจเมียตัวเองเด็ดขาด โดยเฉพาะผู้หญิงที่โดนทำร้ายคือเพื่อนรักของคีย์ อ้อ แล้วถ้าจะมาบ้านหลังนี้อีกในวันหลังก็ช่วยอย่าพาผู้หญิงคนนั้นมาด้วยเลยนะคะ คีย์ไม่อยากคบหากับพวกเมียน้อย คีย์หวังว่าพี่นนท์คงจะเข้าใจที่คีย์พูดนะคะ’

หลังจากที่ปภาดาตอบคำถามเพื่อนรักเสร็จ เมื่อเห็นเพื่อนไม่พูดอะไรก็เลยเงยหน้าจากการดูของฝากขึ้นมองคีตภัทร ก็เห็นเพื่อนกำลังมองเธออยู่พร้อมกับสายตาที่อ่อนโยนและห่วงใยเหมือนทุกครั้งในเวลาที่เธอมีปัญหาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่

“คีย์ แป้งไม่เป็นไรจริง ๆนะไม่ต้องห่วงหรอกน่า เรื่องแค่นี้เองสบายมาก เห็นไหมว่าตอนนี้มันผ่านมาตั้งหลายเดือนแล้วและแป้งเองก็ยังอยู่ได้ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ก็แค่น่าเบื่อนิดหน่อยที่ต้องมาฟังเตี่ยบ่นมากหน่อย เวลาที่แป้งทำอะไรแล้วมันไม่ได้ดังใจของท่านก็แค่นั้นเอง”

“แล้วทำไมแป้งไม่บอกเตี่ยไปละ ว่าที่หย่ากับพี่นนท์ก็เพราะเขานอกใจมีคนอื่น แป้งจะมาทนให้เตี่ยไม่พอใจเรื่องที่แป้งหย่าแล้วมาพาลไม่ชอบไปเสียหมดทุกอย่างกับสิ่งที่แป้งทำอย่างนี้มันไม่ได้นะแป้ง คีย์ไม่เห็นด้วยจริง ๆนะ”

“ไม่เป็นไรหรอกคีย์ แป้งรู้ว่าเตี่ยรักแป้งมาก หากท่านรู้ว่าผู้ชายที่ท่านรักและเอ็นดูเพื่อให้มาดูแลลูกสาวคนเดียว จนออกนอกหน้านอกตาถึงขั้นมาพูดเพื่อให้แป้งเปิดใจให้กับเขา แป้งไม่อยากให้เตี่ยต้องมานั่งโทษตัวเองแล้วตัวท่านเองต้องมาล้มป่วยลงหรอกนะ

อีกอย่างแป้งก็รับปากกับเขาเอาไว้แล้วว่าจะไม่พูดถึงเรื่องที่เขาไม่ได้รักเลยนอกใจแป้งขึ้นมาเพื่อแลกกับหุ้นของรัตนบวร20เปอร์เซ็นต์ 20เปอร์เซ็นต์เชียวนะเพื่อนรัก มันไม่ใช่น้อย ๆเลย แป้งจะเก็บมันไว้ให้น้องปุณณ์

แต่เอาเข้าจริงถึงเขาไม่ให้แป้งรับปากว่าจะไม่บอกใครถึงสาเหตุที่แท้จริง แป้งก็ตั้งใจจะไม่บอกใครอยู่แล้วล่ะ มันน่าอายนะคีย์ ที่ลูกสาวเจ้าสัวชื่อดังอย่างแป้ง ผู้ชายที่เป็นสามีไม่เคยรักแถมยังนอกใจไปกับเด็กกำพร้าคนนั้นที่ไม่มีอะไรดีไปกว่าแป้งเลยนอกจากอายุ หึ! แล้วคีย์ว่ามันน่าอายอย่างแป้งว่าไหมล่ะ”

“โธ่แป้ง! ไม่ว่ามีอะไรเกิดขึ้นอย่าเก็บไว้คนเดียวนะ ถึงบางครั้งคีย์อาจจะช่วยอะไรมากไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็เป็นที่ระบายเพื่อช่วยให้แป้งสบายใจได้เหมือนกันนะ

และคีย์ก็ไม่เอาอย่างที่ผ่านมาแล้วนะที่รู้เรื่องอีกทีแป้งก็เซ็นใบหย่ากับพี่นนท์ไปแล้ว ซึ่งระหว่างนั้นคีย์ไม่เคยรู้เลยว่าเพื่อนรักของคีย์ต้องทุกข์ขนาดไหน พูดแล้วคีย์ยังโกรธแป้งเรื่องนี้ไม่หายเลยนะ คีย์งอนแล้ว ง้อด้วยเร็ว”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป