บทที่ 36 6.4 ฟ้าหลังฝนที่ต้องเดินต่อ
ขณะที่พ่อเลี้ยงหนุ่มกำลังนั่งมองรูปถ่ายสองใบอย่างใช้ความคิด โทรศัพท์เครื่องหรูที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานก็กรีดร้องพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนเพื่อเรียกความสนใจจากชายหนุ่มอย่างต่อเนื่อง และเมื่อเห็นว่าปลายสายคงไม่ยอมวางสายง่ายๆ และอานนท์ก็ได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูรายชื่อ ก่อนที่ชายหนุ่มจะกดรับปลายสายอย่างคนขอไปที
“ไงไอ้นนท์ กว่าจะรับโทรศัพท์กูได้นะมึง มึงมัวทำอะไรอยู่”
“แล้วมึงโทรมามีอะไร นี่มันเวลาราชการไม่ใช่เหรอไอ้ปราบ แล้วกูก็มีงานต้องทำไม่ใช่เช้าชามเย็นชามอย่างมึงซะหน่อย กูจะได้มีเวลาว่างมาคอยรับสายมึงได้ตลอดเวลา”
“ไอ้นนท์! มึงขอโทษกูมาเลยนะ กูมันข้าราชตัวอย่างโว้ย! เรื่องทำงานไปวันๆไม่มีหรอก ถ้าไม่ขอโทษกูไม่บอกนะว่ามาสัมมนาที่กรุงเทพฯ กูเจอใคร”
“กูจำเป็นต้องรู้? เออ กูขอโทษก็ได้ที่ไปกล่าวหานายตำรวจใหญ่อย่างมึงว่าเป็นพวกทำงานเช้าชามเย็นชาม คราวนี้ก็บอกกูมาได้แล้ว อย่าลีลาให้มันมากครับท่าน”
“กูเจอคนที่ทำให้มึงยังคิดถึงเขาอยู่ทุกวัน แต่ปากแข็งฉิบ”
“...”
เมื่อปราบเห็นว่าอานนท์ไม่ยอมทายว่าวันนี้เขาเจอใครที่กรุงเทพฯ จึงรีบเฉลยว่าวันนี้เขาเจออดีตภรรยาของเพื่อนรักอย่างปภาดาที่นั่งอยู่กับสาวสวยคนหนึ่งท่าทางดูสนิทสนมกันเป็นอย่างมาก
และที่สำคัญคือท่าทางสดใสไม่เหมือนกับคนที่เคยถูกสามีขอหย่าเลยสักนิด ไม่เหมือนกับคนที่อยู่ปลายสายของเขาเพราะตั้งแต่ที่อานนท์หย่ากับภรรยามายิ่งนับวันก็มีแต่ความเคร่งขรึมขึ้นทุกวันทั้งที่เป็นคนขอหย่าภรรยาเองแท้ๆ
หลังจากที่อานนท์วางสายกับเพื่อนสนิทเสร็จ เขาก็มานั่งเปิดดูคลิปวิดีโอที่ปราบพึ่งส่งมันมาให้ทางไลน์ ซึ่งในคลิปนั้นเป็นตอนที่เสียงท้องของปภาดาร้องขึ้นเพราะความหิว ภาพตอนที่เธอมองหน้ากับคีตภัทรพร้อมกับรอยยิ้มก่อนจะหลุดขำออกมานั้นช่างดูสดใสยิ่งนัก
นอกจากคลิปวิดีโอแล้วปราบยังส่งรูปที่เขาแอบถ่ายอดีตภรรยาของเขาส่งมาให้อีกสองสามใบ เมื่อเห็นรูปยิ่งตอกย้ำสิ่งที่ปราบพูดกับเขาก่อนหน้านั้นได้เป็นอย่างดี
‘กูว่าคุณแป้งเขามีแฟนใหม่แล้วว่ะ หลังจากที่กูได้เห็นวันนี้เมียเก่ามึงดูสดใสเปล่งปลั่งขึ้นมากทีเดียวไอ้นนท์ เหมือนที่มีคนเคยพูดว่าความรักมักจะทำให้คนนั้นดูดีขึ้น ว่าแต่มึงไอ้นนท์เถอะ ไหนที่ขอหย่ากับเมียเพราะอยากสร้างครอบครัวกับน้องเลขาแล้วเมื่อไรมึงจะแต่งสักทีจะได้มีลูกทันใช้เหมือนเพื่อนคนอื่นเขาบ้าง’
เมื่ออานนท์มัวแต่นึกถึงคำพูดของเพื่อนก่อนหน้านั้นจึงทำให้แฟนสาวที่เดินเข้ามาในห้องทำงาน แต่เขาเองถึงกลับไม่รู้สึกตัว
ส่วนเหมือนดาวเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มมีสีหน้าเคร่งเครียดขณะที่กำลังมองดูหน้าจอโทรศัพท์ของเขาอยู่ก็ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ ซึ่งความจริงที่เธอเข้ามาในห้องนี้ก็เพราะต้องการจะชวนคนรักไปดูหนังก่อนกลับที่พักในตอนเย็น
เพราะตั้งแต่ที่เขาหย่ากับภรรยาก็ดูเหมือนเขาจะเฉยชาต่อเธอมากขึ้น ไม่มีอาการหึงหวงเหมือนเมื่อก่อนเวลาเธอเล่าว่ามีเพื่อนผู้ชายมาเกาะแกะ ซึ่งพอเหมือนดาวเริ่มงอแงว่าชายหนุ่มไม่รักเธอเหมือนเดิม คำตอบที่อานนท์ให้คือเขาไว้ใจเธอไม่ใช่ไม่สนใจอย่างที่แฟนสาวเข้าใจ
และเมื่อเหมือนดาวได้เอ่ยปากชวนอานนท์ไปดูหนังรอบดึกด้วยกัน เพราะพรุ่งนี้เป็นวันหยุดซึ่งสามารถนอนตื่นสายได้ แต่ชายหนุ่มกับบอกว่าวันนี้เขาจะกลับไปค้างที่บ้านรัตนบวร ซึ่งเหมือนดาวก็ได้ขอเขาพาเธอไปค้างคืนที่นั่นด้วย แต่สิ่งที่คนรักตอบกลับมาก็คือ
“พี่ให้ดาวไปด้วยไม่ได้หรอกครับ เอาไว้คราวหน้าแล้วกันนะครับ แล้วพี่จะพาไป”
นี่คือคำตอบที่อานนท์ให้กับเธอทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องพาเธอเข้าบ้านในฐานะว่าที่ลูกสะใภ้คนใหม่ที่ไม่ใช่ลูกน้องของเขา ซึ่งเหมือนดาวทราบดีว่าที่มันเป็นแบบนี้
เพราะตั้งแต่ที่แม่เลี้ยงวรรณารู้ว่าเธอกับอานนท์มีสถานะเกินเจ้านายกับลูกน้อง ความเมตตาที่ท่านเคยให้หรือแม้แต่ความรักเหมือนลูกเหมือนหลานก็เปลี่ยนไป เดี๋ยวนี้เวลาที่ท่านจำเป็นต้องมาเจอกันในสถานที่ทำงาน สายตาที่แม่ของแฟนหนุ่มใช้มองมันเหมือนเธอเป็นสิ่งของสกปรกอย่างไงอย่างนั้นกันเลยทีเดียว
ดังนั้นคืนนี้เธอก็คงต้องค้างที่คอนโดคนเดียวเหมือนที่ผ่านมา หรือบางทีหากเธอมีลูกกับเขาสักคน งานแต่งงานระหว่างเธอกับพ่อเลี้ยงหนุ่มก็คงจะเกิดขึ้นได้ไม่ยาก เมื่อถึงตอนนั้นต่อให้แม่ของเขาไม่เต็มใจยอมรับเธอเป็นสะใภ้ก็คงจะไม่ได้
แต่ปัญหาของเธอตอนนี้ก็คือหลังจากที่อานนท์เป็นอิสระแล้ว เธอกับเขาก็ยังไม่เคยมีอะไรกันเลย ซึ่งเธอก็กลัวว่าเขาจะแอบไปมีผู้หญิงคนใหม่ เพราะผู้ชายเรื่องแบบนี้มันขาดกันไม่ได้หรอกนะเท่าที่เธอเคยได้ยินมา
