บทที่ 37 6.5 ฟ้าหลังฝนที่ต้องเดินต่อ

ร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาในบ้านรัตนบวรที่ช่วงนี้ตัวของอานนท์เองไม่ค่อยได้กลับมาค้างสักเท่าไรนัก นับตั้งแต่ที่เขาหย่าขาดกับปภาดาไป ซึ่งเหตุผลหลัก ๆก็คือเดี๋ยวนี้ไม่ว่าเขาจะทำอะไรมันมักจะขวางหูขวางตาของแม่เลี้ยงวรรณาอยู่ร่ำไป ถึงเขาจะรู้ดีว่าท่านรักลูกสะใภ้คนนี้มาก

แต่ไม่คิดว่าจะรักได้มากขนาดที่ไม่ยอมพูดกับเขาอยู่เป็นเดือน ๆ ไหนจะเรื่องที่ท่านไม่สามารถยอมรับเหมือนดาวให้มาเป็นว่าที่สะใภ้คนใหม่ของรัตนบวร ซึ่งก่อนหน้าที่จะท่านก็เคยเอ็นดูเด็กสาวคนนี้เป็นอย่างมาก จนถึงขั้นฝากให้เข้ามาทำงานเป็นเลขาของเขา

ตอนแรกเขาคิดว่าหากไม่มีปภาดาแม่เลี้ยงวรรณาคงจะยอมรับเหมือนดาวได้ไม่ยากแต่เปล่าเลย อานนท์ยังจำวันที่ปภาดาเดินทางมาหาแม่ของเขาที่บ้านและตกเย็นเขาก็ต้องมาทะเลาะกับแม่ครั้งใหญ่สุดในชีวิต

ชายหนุ่มเดินเข้ามาในตัวบ้านเรื่อย ๆจนถึงห้องรับแขก ภาพที่ปรากฏพร้อมกับน้ำเสียงที่แสดงถึงความสุขของแม่เลี้ยงใหญ่แห่งรัตนบวร ที่เขาไม่ได้เห็นมาหลายเดือนแล้ว และมันก็ได้ทำให้เขารู้สึกมีความสุขไปด้วย อานนท์ตั้งใจฟังว่าใครกันที่ทำให้แม่ของเขามีความสุขได้ขนาดนี้

แต่เมื่อตั้งใจฟังรอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าค่อย ๆเปลี่ยนเป็นเฉยชา เมื่อเรื่องที่แม่ของเขาได้คุยกับคีตภัทรเป็นเรื่องของปภาดานั่นเอง

แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าคีตภัทรนั้นเป็นเพื่อนสนิทอดีตภรรยา ความหวังที่จะได้รับความกระจ่างเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างปภาดากับน้องปุณณ์ว่าสองคนนี้ไม่ใช่อาหลานกันอย่างที่คนภายนอกรับรู้ แต่ความจริงทั้งสองคนนั้นเป็นแม่ลูกกันและมีเขาเป็นพ่ออีกต่างหาก ทันใดนั้นริมฝีปากหนาก็ยกขึ้นข้างหนึ่ง พร้อมกับแววตาเจ้าเล่ห์ไปเพียงเสี้ยววินาที

ซึ่งมันเกิดก่อนที่แม่เลี้ยงใหญ่จะหันใบหน้าไปมองเขาทั้งที่โทรศัพท์ยังคาอยู่ที่ข้างใบหูของท่าน และจากนั้นท่านจึงขอวางสายจากคนปลายสายก่อนจะร้องทักลูกชายที่ไม่ได้เจอกันหลายวัน

“อ้าว วันนี้ลูกชายฉันกลับมาบ้านได้เหรอนี่”

“สวัสดีครับแม่ ต่อไปนี้ผมคงจะกลับมาบ้านหลังนี้ให้บ่อยขึ้นแล้วล่ะครับ ว่าแต่แม่เถอะกำลังคุยโทรศัพท์กับน้องคีย์อยู่เหรอครับ”

“ก็ใช่นะสิ นี่ หนูคีย์บอกว่าอาหารเหนือที่แม่ทำฝากไปให้หนูแป้งนะ เค้าชอบมากเลยนะ เพราะลูกคนเดียวเลยตานนท์ที่ทำให้แม่ต้องเสียลูกสะใภ้ดี ๆไป แล้ววันนี้แม่เลขาของลูกยอมปล่อยตัวให้กลับมาบ้านได้แล้วเหรอ แม่บอกนนท์ไว้ก่อนนะถ้าจะเอาเด็กคนนี้มาเป็นสะใภ้ของรัตนบวรล่ะก็ นนท์จะต้องรอให้แม่ตายไปก่อน แล้วนนท์ก็เหมือนกันนะลูกทำไมถึงได้เห็นกรวดกลายเป็นเพชรไปได้ แม่ล่ะไม่เข้าใจลูกเลยจริง ๆลูกเอ๊ย!”

“แม่ครับ บางทีผู้หญิงที่แม่มองว่าเขาดี เขาอาจจะไม่ได้ดีอย่างที่แม่คิดเอาไว้ก็ได้นะครับ เพราะถ้าดีจริงคงไม่ลุกขึ้นมาเรียกร้องเอาหุ้นของรัตนบวรจากผมไปตั้งยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ไหนบอกกับผมว่ายังไม่อยากจะหย่าด้วยการหาเหตุผลมาอ้างสารพัด

แต่ความจริงก็ให้คนคอยสืบคอยจับผิดผมกับดาวเพื่อหาหลักฐานเอามาขู่ผมไหนจะเรื่องของน้องปุณณ์อีก ผมขอตัวก่อนนะครับวันนี้ผมเหนื่อยมาก อยากอาบน้ำและก็พักผ่อนแล้วครับ”

“นนท์ แม่ไม่รู้หรอกนะว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างนนท์กับหนูแป้ง แต่สิ่งหนึ่งที่แม่รู้ก็คือลูกไม่ควรนอกใจภรรยาตัวเอง”

ขณะที่ชายหนุ่มกำลังก้าวขาเดินเพื่อขึ้นไปยังชั้นบนเสียงของแม่เลี้ยงวรรณาก็ดังขึ้นมาก่อน อานนท์หยุดยืนอยู่กับที่ไปชั่วขณะหนึ่งโดยไม่ได้หันไปมองคนที่กำลังพูดอยู่จากทางด้านหลัง

ก่อนที่จะตัดสินใจก้าวเดินต่อโดยไม่รอให้อีกฝ่ายพูดให้จบก่อน และทันทีที่ประตูห้องนอนของตัวเองถูกปิดลง เขาก็เอาเสื้อสูทที่ถือมาเหวี่ยงลงที่พื้นทันทีเพื่อระบายความโมโหที่มีต่ออดีตภรรยา

“โธ่เว้ย! ทำไมทุกอย่างมันถึงไม่ได้ดังใจสักอย่างวะ”

อานนท์นึกพาลไปถึงปภาดาที่เป็นต้นเหตุให้ตนถูกแม่เลี้ยงวรรณาตำหนิในครั้งนี้ ทั้งที่เธอก็ออกจากบ้านหลังนี้ไปได้ลายเดือนแล้ว แต่พอนึกขึ้นได้ว่าตนลืมถามท่านว่าคีตภัทรจะกลับบ้านที่แม่ฮ่องสอนวันไหน เพื่อที่เขาจะได้ไปถามความจริงเกี่ยวกับชาติกำเนิดของน้องปุณณ์เสียทีเพราะมันจะได้ไม่มีอะไรต้องมาคาใจของเขาอีก

ซึ่งชายหนุ่มเชื่อว่าคีตภัทรคงจะเห็นแก่ความสัมพันธ์ของพี่น้องและยอมบอกความจริงกับเขาในที่สุด เมื่อคิดได้ดังนั้นชายหนุ่มจึงรีบอาบน้ำก่อนจะกลับไปถามถึงความเคลื่อนไหวของคีตภัทรจากแม่ของตนอีกครั้งตามความตั้งใจเดิมที่มีมาก่อนหน้านั้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป