บทที่ 4 1.3 คนที่ไม่อยากเจอ
ด้านปภาดาหลังจากออกมาจากโรงเรียนของหลานชาย ก็รีบกลับบ้านทันที แม้ว่าเธอกับครูเอ็มหรืออัครรัตน์ วิชานรารักษ์จะนัดกันไว้ล่วงหน้าแล้วที่จะพาน้องปุณณ์ไปทานอาหารญี่ปุ่นที่ห้างด้วยกัน
แต่ทุกอย่างต้องถูกยกเลิกลง เพราะอดีตสามีที่ครั้งหนึ่งเธอเคยคิดว่าตัวเองโชคดีที่เปิดหัวใจให้กับเขา แต่ความจริงเธอคิดผิดอานนท์ก็ยังเป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวและไม่มีความรับผิดชอบเหมือนเมื่อเก้าปีที่แล้วไม่มีผิด
ซึ่งตลอดระยะทางที่ขับรถกลับบ้านปภาดาต้องใช้สติอย่างมาก แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งในระหว่างทางเธอขับรถไปเรื่อย ๆ จนไปเจอไฟแดงโดยไม่รู้ตัว
เอี๊ยด!!!
“โกว! โกว! โกวแป้งเป็นอะไรไปครับ ทำไมเจอไฟแดงแล้ว ถึงทำเหมือนจะไม่หยุดรถละครับ เมื่อสักครู่ปุณณ์ตกใจหมดเลย แต่ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วครับ เอาไว้ให้ปุณณ์โตกว่านี้แล้วโกวจะใจลอยแค่ไหนก็ได้แล้วปุณณ์จะไม่ว่าเลยครับ เพราะปุณณ์จะเป็นคนขับรถให้โกวแป้งนั่งเอง แต่ตอนนี้โกวต้องระวังหน่อยนะครับ เฮ้อ! ทำเอาปุณณ์ตกใจหมดเลย”
“โกวขอโทษครับน้องปุณณ์ แต่โกวดีใจนะที่จะได้นั่งรถที่น้องปุณณ์เป็นคนขับ แต่ตอนนี้นั่งรถที่โกวเป็นคนขับไปก่อนนะคนเก่ง”
“ปุณณ์นะเก่งอยู่แล้ว เตี่ยปัณณ์ยังชมปุณณ์บ่อย ๆอยู่เลยครับ”
ปภาดามองดูเด็กชายที่นั่งอยู่ด้านข้าง หากวันนั้นเธอตัดสินใจไม่เอาเด็กคนนี้ไว้ ตามคำพูดของผู้ชายใจร้ายคนนั้น วันนี้เธอก็คงไม่มีเด็กน้อยที่น่ารักมานั่งอยู่ข้างๆในตอนนี้ เด็กชายที่ทำให้เธอรู้ว่าต่อจากนี้ควรทำสิ่งต่าง ๆให้ดีเพื่อใคร
และขณะที่ฟังเด็กน้อยพูดหญิงสาวก็ได้ยกมือขึ้นเพื่อลูบศีรษะของน้องปุณณ์ที่กำลังนั่งมองดูวิวข้างถนนจนต้องหันหน้ามาส่งยิ้มให้กับโกวแป้งของตน พร้อมกับบ่นแบบไม่จริงจังนัก
“โห! โกวแป้ง ผมปุณณ์ยุ่งหมดแล้ว ดูสิหมดหล่อเลย โกวแป้งต้องรับผิดด้วย แต่ปุณณ์ยกโทษให้โกวแป้งก็ได้ ถ้าวันอาทิตย์โกวพาปุณณ์ไปซื้อชุดฟุตบอลตัวใหม่”
“ตัวแค่นี้รู้จักห่วงหล่อแล้วเหรอเรา และที่แกล้งโวยวายโกวนี่ เพราะอยากได้ชุดกีฬาใหม่ว่างั้น”
“ครับ ปุณณ์ละเบื่อคนรู้ทันจังเลย อีกอย่างปุณณ์แปดขวบแล้วนะ โตแล้ว ทำอะไรเองได้ตั้งหลายอย่างแล้วด้วย”
“น้องปุณณ์ของโกวแป้งเก่งที่สุดเลยครับ แต่ถ้าหากเตี๋ยนนท์มาเจอน้องปุณณ์อีก ต้องรีบบอกโกวนะ รู้ไหมครับ”
เด็กชายพยักหน้ารับทราบแม้ในใจจะสงสัยอยู่บ้างว่าทำไมต้องบอกให้โกวแป้งรู้ด้วยหากเตี๋ยนนท์มาหา แต่บางทีโกวแป้งอาจจะอยากเจอเตี๋ยนนท์ด้วยกันก็ได้เพราะตั้งแต่โกวแป้งมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ เด็กน้อยยังไม่เคยเจอเตี๋ยนนท์เลย วันนี้เขาดีใจมากที่ได้เจอคนที่ช่วยสอนเขาหลายๆอย่างในการเล่นฟุตบอลในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา
ทางด้านปภาดาแม้จะชอบที่เห็นเด็กชายยิ้มและหัวเราะอย่างมีความสุข แต่ทุกครั้งที่มองเห็นรอยยิ้มนี้มันพานให้เธอนึกไปถึงใครอีกคน ทำไมรอยยิ้มของน้องปุณณ์จะต้องเหมือนกับเขาด้วยนะ เขาที่ทำร้ายเธอครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ถึงอย่างนั้นในบางครั้งเธอก็ยังคิดถึงสัมผัสของเขาอยู่ดี
ตลอดระยะเวลาที่ขับรถกลับบ้านสองอาหลานต่างพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ทำให้ปภาดาหายจากอาการโกรธอดีตสามีไปได้บ้าง
แต่เธอก็รู้ว่าคลื่นลมความสงบในครั้งนี้ ในไม่ช้าลมพายุก็กำลังจะพัดมาในไม่ช้าเมื่ออานนท์ รัตนบวรเริ่มสงสัยในชาติกำเนิดของน้องปุณณ์แล้ว แต่ถึงอย่างไรเธอก็จะไม่ยอมให้เขาได้ในสิ่งที่ต้องการเด็ดขาด ก็เมื่อครั้งหนึ่งเธอเคยให้โอกาสเขาในการเป็นพ่อของลูกเธอแล้ว
หากวันนี้เขาจะต้องการโอกาสนั้นจากเธออีก บอกคำเดียวว่าโอกาสที่เธอจะให้เขามันไม่มีอีกแล้ว ตอนนี้สำหรับปภาดาให้อดีตสามีเป็นได้แค่อากาศเท่านั้น
ช่วงตอนค่ำหลังจากที่ปภาดาสอนการบ้านน้องปุณณ์เสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว และตอนนี้เธอก็กำลังเดินมาที่ห้องของเด็กน้อยเพื่อดูว่าเจ้าตัวแสบนอนหลับหรือยัง เนื่องจากเวลานี้ก็เกือบจะสี่ทุ่มแล้ว สำหรับเด็ก ๆอย่างน้องปุณณ์ควรนอนก่อนสี่ทุ่มเพื่อการเจริญเติบโตที่ดี
แต่เมื่อเปิดประตูห้องนอนเข้ามากลับเจอหลานชายกำลัง นั่งคุยโทรศัพท์อยู่กับแฝดน้องแห่งบ้านตระกูลรัตนโชคชัยอย่างตื่นเต้น เมื่อเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงเย็นที่ปภาดาเกือบจะพาขับรถฝ่าไฟแดง
“โห จิงเหรอคร้าบพี่ปุณณ์ ที่น้าแป้งขับรถเกือบเบรกไม่ทัน แล้ว”
“จริงสิน้องไค พี่นี่นะ ตกใจแทบแย่ ดีนะที่โกวแป้งไม่เป็นอะไรไปไม่อย่างนั้นพี่ต้องเสียใจมากแน่ ๆเลย เพราะคงไม่มีใครอยู่กับพี่ตลอดเวลาได้นานเท่าโกวแล้วละ นายโชคดีมากเลยนะที่มีพ่อมาเล่นเตะบอลด้วยทุกอาทิตย์ แต่พี่สิ อยากเล่นบอลกับเตี่ยปัณณ์
แต่เตี่ยก็ต้องไปทำงานอีกตั้งนานกว่าจะได้กลับบ้าน แล้วนี่น้องครามไปไหนทำไมนายถึงอยู่ในห้องคนเดียวละ”
