บทที่ 5 1.4 คนที่ไม่อยากเจอ

“พี่น้องคามอยู่ในห้องน้ำ พี่ปุนไม่อยากคุยกับน้องคายแล้วเหรอคร้าบ แล้วเมื่อไรน้องคายจะได้เจอพี่ปุนอีก น้องคายอยากไปเตะบอลที่บ้านพี่ปุนอีก

เวลาพ่อคิมไม่ได้มาหาน้องคายเล่นกับพี่น้องคามสองคนไม่สนุกเลยคร้าบ ส่วนพี่น้องครีมก็เล่นด้วยไม่สนุกเหมือนกัน เฮ้ย! น้องคายคิดถึงพี่ปุนจัง”

“ไม่เอาน่า เดี๋ยววันหยุดยาวนายก็ให้อาคีย์พามาที่กรุงเทพฯสิ หรือไม่พี่ก็จะให้โกวแป้งพะ...”

“น้องปุณณ์ครับ ทำไมยังไม่นอนอีก นี่มันถึงเวลานอนแล้วนะ หากไม่มีเรื่องสำคัญโกวว่าไว้คุยพรุ่งนี้ดีกว่าครับ”

ปภาดาเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนของหลานชาย ที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่จึงบอกให้เด็กน้อยรีบเข้านอนเพราะมันดึกแล้วสำหรับเด็ก แต่เมื่อรู้ว่าน้องปุณณ์คุยอยู่กับลูกชายของเพื่อนรักอย่างคีตภัทร จึงรีบบอกให้ทั้งคู่รีบวางโทรศัพท์แล้วไปนอนกันได้แล้ว

เพราะลูกชายของคีตภัทรก็เพิ่งจะสี่ขวบส่วนน้องปุณณ์ก็แค่แปดขวบเอง เด็ก ๆ นอนดึกไปมันจะไม่ดี ซึ่งเด็กทั้งสองคนก็ยอมทำตามอย่างดี ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะยังคุยกันไม่จบก็ตาม

นอกจากเพื่อนที่โรงเรียนก็มีลูก ๆ ของคิมหันต์กับคีตภัทรนี่แหละที่น้องปุณณ์ให้ความสนิทด้วย นั่นคงเป็นผลมาจากการที่ปภาดามักจะพาเด็กน้อยคนนี้ไปเจอคีตภัทรทุกครั้งที่ไปหา เธอลงมากรุงเทพฯด้วยเสมอ

ซึ่งการเข้ามาในห้องนอนของหลานชายในช่วงเวลานี้ถือเป็นเรื่องปกติของเธอ เพราะหลังจากกลับมาอยู่ที่บ้านสกุลวัฒนาวัตรเธอก็ดูแลเด็กน้อยคนนี้ทุกอย่างด้วยความรักทุกวัน

นอกจากจะได้ชดเชยเวลาที่เธอเสียไปในช่วงที่แต่งงานแล้วต้องย้ายออกไปอยู่เชียงใหม่กับอดีตสามีแล้ว ปภาดายังอยากให้เด็กคนนี้ได้รับความอบอุ่นและอ่อนโยนจากผู้หญิงบ้าง ไม่ใช่มีแต่ความแข็งกระด้างที่ได้รับจากเตี่ยและเฮียของเธอเท่านั้น

“น้องปุณณ์ ขอบใจหนูมากนะที่ทำให้ม๊าเข้มแข็งขึ้นมาได้ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และก็ขอโทษด้วยที่ครั้งหนึ่งม๊าเคยไม่ต้องการให้หนูเกิดมาในครอบครัวของเรานะลูก”

ปภาดาพูดเบา ๆ กับเด็กชายที่ตอนนี้ได้นอนหลับไปแล้วพร้อมกับลูบผมอย่างแสนรัก เธอไม่คิดเลยว่าการกลับมาเจอกับอดีตสามีในรอบห้าเดือนจะทำให้ตัวเองขับรถจนขาดสติได้ขนาดนี้ แต่ใครไม่มาเป็นเธอก็คงไม่รู้หรอก ว่าคนที่ใคร ๆ มองว่าเป็นคนดีอย่างอานนท์ รัตนบวรจะนอกใจเธอได้ลงทั้งที่ก่อนหน้านี้

เขายังเคยต่อว่าคิมหันต์ที่เคยนอกใจเพื่อนรักของเธอ จนต้องพลัดพรากจากกันตั้งหลายปี คำพูดในวันที่เขาลงมาจากเชียงใหม่เพื่อมาหาเธอที่บ้านหลังนี้เมื่อหลายปีก่อน ในตอนนั้นที่เธอยังไม่เปิดใจยอมรับเขา ซึ่งช่วงนั้นอานนท์ก็เพียรมาเจอเธอทุกอาทิตย์ และเขาก็ทำแบบนี้เรื่อย ๆ จนเกือบจะครบสองเดือนแล้ว

นับตั้งแต่วันที่เขาเดินเข้าไปบอกเจ้าสัวรุจน์ ว่าได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งเกิดขึ้นกับลูกสาวคนเดียวของท่าน และขอโอกาสทำความรู้จักกับหญิงสาวเพื่อที่จะได้สร้างครอบครัวด้วยกันในเมื่อตอนนี้ตัวเขาเองก็ไม่ได้มีผู้หญิงที่ไหน หากปภาดาก็ยังไม่ได้มีใครอยู่เหมือนกัน ซึ่งวันนั้นทำให้เธอถูกเตี่ยเรียกเข้าไปคุย

“น้องแป้งทำไมเวลาพ่อเลี้ยงนนท์มาบ้านเรา ลูกสาวเตี่ยถึงจะต้องหาเรื่องออกไปข้างนอกตลอด เตี่ยว่าพ่อเลี้ยงเขาจริงใจกับลูกนะไม่อย่างนั้นคงไม่กล้าเดินเข้ามาบอกเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างลูกกับเขาให้เตี่ยรับรู้ น้องแป้งของเตี่ยไม่นึกชอบเขาเลยเหรอลูก แล้วการที่เขาลงทุนขึ้นลงระหว่างกรุงเทพฯ กับเชียงใหม่ทุกอาทิตย์

ถ้าผู้ชายเขาไม่รักไม่ชอบจริง ๆ คงไม่มีใครเขาลงทุนขนาดนี้หรอกนะ น้องแป้งเองก็ยังไม่มีใครไม่ใช่เหรอ ลองเปิดใจศึกษากันก่อนก็ได้นิน่า เตี่ยว่าไม่เห็นมีอะไรเสียหายเลย แต่ถ้าถามเตี่ย เตี่ยว่าพ่อเลี้ยงเขาเป็นคนหนุ่มที่ใช้ได้ทีเดียวนะลูก”

“ถ้าเตี่ยว่าเขาดี แป้งก็จะไม่ออกไปไหนดีไหมคะ ถ้าวันนี้เขามาที่บ้านเราอีก เพราะแป้งเชื่อสายตาเตี่ยนะคะนี่”

พูดจบปภาดาก็ลุกจากเก้าอี้ตัวเอง แล้วเดินเข้าไปกอดเจ้าสัวรุจน์พร้อมหอมแก้มอย่างออดอ้อน อย่างที่ชอบทำเป็นประจำกับท่าน อาจจะเพราะเป็นลูกสาวคนเล็กและขาดแม่ตั้งแต่เด็กทำให้ท่านตามใจลูกคนนี้มาตลอด

แต่ก็เข้มงวดด้วยเช่นกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคบกับแฟนเก่าตั้งหลายปีเธอถึงยังไม่เคยมีอะไรกับเขา ทั้งที่เพื่อนรุ่นเดียวกับเธอมองว่าการมีอะไรกับแฟนถือเป็นเรื่องปกติมาก

และตั้งแต่วันนั้นมาอานนท์ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาไม่ใช่แค่ต้องการรับผิดชอบ แต่เขาอยากสร้างครอบครัวกับเธอจริง ๆ และเขาก็ทำให้เธอหลงรักจนถึงขั้นยอมตกลงแต่งงานด้วยกันเมื่อเกือบสี่ปีที่แล้ว ถึงแม้ลึก ๆ ปภาดาจะรู้ตัวดีว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาถูกคีตภัทรยกเลิกงานแต่งงานก็ตาม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป