บทที่ 6 1.5 คนที่ไม่อยากเจอ

แม้ช่วงแรก ๆ เธอจะไม่ไว้ใจเขา เพราะหลังจากที่งานแต่งของเขาถูกล้มเลิก ชายหนุ่มแสดงชัดเจนว่าเกลียดชังเธออย่างเห็นได้ชัด แต่เพราะอะไรไม่รู้เขาถึงมาบอกความต้องการของตัวเองกับเธอที่บ้านสกุลวัฒนาวัตร หลังจากพ่อเลี้ยงหนุ่มเพียรเดินทางจากบ้านที่เชียงใหม่มาขอพบปภาดาเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาต้องการขอโทษและเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ถึงแม้ตัวเองจะต้องลงมากรุงเทพฯ ทุกอาทิตย์ก็ตาม

“ผมรู้ว่าคุณไม่ไว้วางใจผม กลัวผมจะโกรธคุณ แต่คุณแป้งครับ เรื่องที่คุณเป็นคนทำให้การแต่งงานของผมกับน้องคีย์ต้องถูกยกเลิก ผมยอมรับว่าตอนแรกผมโกรธคุณอยู่บ้าง แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วจะทำอะไรได้ ไหน ๆ ผมก็ไม่ได้แต่งงานกับน้องคีย์แล้ว

อย่างนั้นให้ผมได้รับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเราได้ไหมครับ หากคุณเองก็ไม่มีใคร เราสองคนมาเปิดเรียนรู้กันเถอะครับ ผมไม่ได้มาเล่น ๆ เพราะอายุผมก็ไม่ใช่น้อย ๆ และตอนนี้ผมก็อยากสร้างครอบครัวกับคุณ ในเมื่อสวรรค์ให้เราสองคนได้มีอะไรกันแล้ว ผมอยากขอโอกาสคุณให้ตัวผม

และอยากขอโอกาสให้เราสองคนได้ลองทำความรู้จักกัน ไม่แน่เราสองคนอาจจะเป็นคู่ที่สวรรค์ตั้งใจสรรค์สร้างขึ้นมาก็ได้ครับ”

ขณะที่พูดอานนท์ก็จับมือบางสองทั้งสองข้างของเธอ แล้วพลางมองสบตาหวังสื่อความจริงใจทั้งหมดที่เขามีให้หญิงสาวได้รับรู้ ส่วนปภาดาเองแม้จะยังไม่แน่ใจในตัวชายหนุ่ม แต่เมื่อคนรอบข้างเธอมองว่าเขาเป็นคนดี ไม่ว่าจะเป็นเตี่ยที่มักจะบอกกับเธอว่า

“ถ้าเป็นพ่อเลี้ยงนนท์คนนี้ เตี่ยไว้ใจเขาให้ดูแลน้องแป้งของเตี่ย และผู้ชายอย่างพ่อเลี้ยงถ้าเขารักใคร เขารักจริงนะและเตี่ยก็เชื่อว่าเขาจะรักน้องแป้งของเตี่ยได้ไม่ยาก”

แม้แต่เพื่อนรักอย่างคีตภัทรที่เธอได้โทรไปเล่าพร้อมกับน้ำตาทันทีที่รู้ตัวว่าอานนท์ได้เข้าไปสารภาพเรื่องที่เธอกับเขาได้เสียกันกับเจ้าสัวรุจน์ยังพูดปลอบเธอว่า

“แป้งอย่าคิดมากเลย พี่นนท์ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ถ้าเขาได้รักแป้งขึ้นมาจริง ๆ พี่เขาจะเป็นคนรัก เป็นสามีที่ดีคนหนึ่งเลยนะ”

นั่นจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เธอยอมเปิดใจยอมรับเขาเข้ามาในหัวใจ และตอบรับการขอแต่งงานจากผู้ชายคนนี้ แต่เวลาผ่านไปมันทำให้เธอรู้ว่า

คนมันจะเลวไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไรมันก็ยังเลวอยู่เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน”

เมื่อปภาดานึกถึงเรื่องในอดีตที่ผ่านมาของเธอกับอดีตสามี อยู่ ๆ หญิงสาวก็รู้สึกว่าที่แก้มมีน้ำอุ่นๆไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว แม้เธอจะบอกตัวเองเสมอว่า อดีตสามีก็แค่ขี้หมาก้อนหนึ่งที่บังเอิญเธอเผลอเดินไปเหยียบ มันอาจจะทำให้หงุดหงิดไปบ้าง แต่มันจะไม่มีผลต่อชีวิตเธอเด็ดขาดนับตั้งแต่วินาทีที่เธอเซ็นชื่อลงบนใบหย่า

แต่วันนี้ที่เจอเขาเมื่อช่วงเย็น มันยังตอกย้ำว่าเธอยังรู้สึกเจ็บอยู่ ที่เห็นเขามากับผู้หญิงคนนั้นที่ไม่มีอะไรสู้เธอได้นอกจากอายุที่น้อยกว่าเธออยู่หลายปี แล้วเธอจะทำอะไรได้นอกจากยอมเดินออกมาจากผู้ชายหลายใจคนนั้น

แต่เมื่อมองดูร่าง ๆ น้อยที่กำลังนอนหลับอย่างมีความสุข มันยิ่งตอกย้ำความรู้สึกผิดต่อเด็กคนนี้ยิ่งขึ้น ที่ไม่สามารถมอบครอบครัวที่อบอุ่นให้เด็กน้อยคนนี้ได้ ปภาดามองดูลูกชายที่ไม่สามารถให้ใครรู้ได้ว่ามีแกอยู่บนโลกนี้อยู่นาน ก่อนจะบรรจงลงที่หน้าผากของร่างเล็กอีกครั้งพร้อมด้วยคำพูดที่เบาหวิว

“ขอโทษนะน้องปุณณ์ ที่ม๊าไม่สามารถมอบครอบครัวที่อบอุ่นให้หนูเหมือนกับเพื่อนคนอื่น ๆ ได้ ถึงหนูจะเป็นลูกที่ม๊าบอกใครไม่ได้ แต่ม๊าแป้งคนนี้ก็รักหนูไม่แพ้ใครเลยนะครับ คนดีของม๊า”

ขณะที่เธอพูดน้ำตาก็เริ่มไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัวทำให้ปภาดาต้องรีบเช็ดออกก่อนที่มันจะไหลไปโดนแก้มของลูกชาย หลังจากนั้นเธอก็ห่มผ้าให้เด็กน้อยก่อนจะปิดไฟในห้อง แล้วเดินออกจากห้องไปทันที


เช้านี้ที่บ้านหลังใหญ่ของสกุลวัฒนาวัตร ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่ปภาดากลับมาอยู่บ้านหลังนี้ ที่เจ้าสัวรุจน์จะเป็นฝ่ายมานั่งรอลูกสาวคนเล็กเพื่อรอทานอาหารเช้า และทำให้ท่านไม่พอใจเป็นอย่างมากเมื่อหญิงสาวไม่รักษาเวลาในการทานอาหารเช้า ซึ่งเป็นมื้อเดียวของทุกคนที่อยู่บ้านหลังนี้จะต้องใช้เวลาร่วมกัน

ซึ่งหลานชายอย่างน้องปุณณ์ที่นั่งรอโกวแป้งอยู่ที่โต๊ะอาหารด้วยกันกับประมุขของบ้านก็รับรู้ดีถึงสถานการณ์ของเช้านี้ว่ามันไม่ปกติ ความจริงเจ้าสัวรุจน์ท่านรักปภาดามากในฐานะลูกสาวคนเล็กของบ้านที่ต้องมากำพร้าแม่ตั้งแต่เล็ก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป