บทที่ 7 1.6 คนที่ไม่อยากเจอ
และเด็กชายปุณณ์ยังจำได้ดีถึงความรักที่อากงมีให้โกวสาวคนนี้ เพราะตั้งแต่ที่เขาย้ายจากอเมริกามาอยู่ที่บ้านหลังนี้ ไม่ว่าโกวแป้งของเขาอยากได้อะไร หรือพูดอะไรอากงมักจะเห็นดีเห็นงามด้วยเสมอ ขนาดเตี่ยปัณณ์ที่เป็นลูกชายคนโตยังโดนอากงต่อว่ามาแล้วที่ไม่ยอมลงรอยให้กับน้องสาว
ดูเหมือนความรู้สึกของอากงที่มีต่อโกวแป้ง จะเปลี่ยนไปเมื่อโกวแป้งได้ขนของจากบ้านของเตี๋ยนนท์ที่เชียงใหม่มาอยู่ที่บ้านหลังนี้เมื่อห้าเดือนที่ผ่านมา และตั้งแต่นั้นมาเด็กน้อยก็ไม่ได้เจออานนท์อีกเลย จนเมื่อวานที่พ่อเลี้ยงหนุ่มมาหาเขาที่โรงเรียน เพียงแค่อานนท์เห็นหน้าเด็กชายก็รีบดึงเข้ามากอดพร้อมกับพูดว่า
“น้องปุณณ์ พะ เอ่อ เตี๋ยนนท์คิดถึงจังครับ คิดถึงมาก ขอโทษนะครับที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าหนูยังอยู่”
อานนท์พูดเสียงสั่นเครือขณะที่ดึงเด็กชายเข้ามากอดทันทีที่เจอหน้ากัน และแรงกอดก็แน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนเด็กชายรู้สึกอึดอัดขึ้นมาจนต้องบอกพร้อมกับดิ้นเล็กน้อย
“เตี๋ยนนท์ ปล่อยปุณณ์ก่อน ปุณณ์อึดอัด แล้วโกวแป้งไม่มาด้วยกันเหรอครับ แล้วเตี๋ยนนท์หายไปไหนตั้งนานไม่เห็นจะมาอยู่กับโกวแป้งที่บ้านของเราเลยครับ ปุณณ์อยากให้เตี๋ยนนท์มาอยู่ด้วยกันที่บ้านเหมือนตอนนั้นอีก ที่เตี๋ยนนท์เคยพาน้องปุณณ์ไปแตะฟุตบอลที่สนาม ตอนนี้ปุณณ์ยังไม่มีใครพาไปเลย เตี่ยปัณณ์ก็ต้องไปทำงานที่เมืองนอกยังไม่กลับมา โกวแป้งก็เป็นผู้หญิง
ส่วนอากงก็แก่แล้ว นี่เตี๋ยนนท์มารับน้องปุณณ์กับโกวแป้งเหรอครับ ดีเลยเตี๋ยนนท์มาแล้วอากงจะได้พูดกับโกวแป้งดี ๆ สักที น้องปุณณ์ไม่ชอบเลยครับที่ทั้งสองคนไม่ค่อยพูดกันเหมือนเมื่อก่อนนี้อะ”
“ทำไมอากงถึงพูดไม่ดีกับโกวแป้งล่ะครับ น้องปุณณ์พอจะรู้เรื่องไหมครับ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับสองนั้น”
“น้องปุณณ์ไม่ทราบครับ ว่าแต่เตี๋ยนนท์ไม่ได้มากับโกวแป้ง แล้วมากับใครเหรอครับ”
เมื่อถูกเด็กน้อยถามถึงผู้หญิงที่มาด้วยกัน อานนท์เกิดอาการอึกอักเล็กน้อย ก่อนจะตอบไปว่ามากับเลขาของเขา ซึ่งทำให้เหมือนดาวต้องมาที่นี่กับเขาด้วยกัน
เนื่องจากก่อนหน้านี้ไปติดต่อเรื่องงานด้วยกัน ทำให้ใบหน้าของหญิงสาวที่ถูกแนะนำว่าเป็นเพียงเลขาดูไม่ยิ้มแย้มเหมือนก่อนหน้านี้ นั่นเพราะอานนท์ไม่ยอมบอกกับคนในครอบครัวของอดีตภรรยา ว่าตอนนี้เธอคือคนรักไม่ใช่แค่ลูกน้องเท่านั้น
ปภาดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะปล่อยมันออกมาช้า ๆเพื่อเรียกกำลังใจให้ตัวเองพร้อมกับเดินเข้ามาที่ห้องอาหาร ทำให้เด็กชายที่กำลังรอเธออยู่ ได้สติจากการคิดถึงเรื่องที่เขาเจอเตี๋ยนนท์เมื่อวานนี้ หลังจากนั้นโกวสาวของเขาก็ดูเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อวาน และวันนี้ก็ยังตื่นสายอีกด้วย
“เดี๋ยวนี้อยากจะมาทานอาหารตอนไหนก็มา มันไม่ต้องสนใจแล้วใช่ไหมไอ้หัวหงอกหัวดำนี่ ไม่รู้หรือไงว่าคนอื่นเขาก็มีธุระที่จะไปทำเหมือนกันไม่ใช่ต้องมานั่งรอใครอยู่อย่างนี้ ทำอะไรตามใจตัวเองจนเคยตัวมันก็แบบนี้ล่ะ ไอ้เรื่องหย่าก็เหมือนกันทำอะไรทำไมไม่มาปรึกษา แล้ว...”
“เตี่ยคะ แป้งขอโทษที่ลงช้า แต่ถ้าเรื่องที่แป้งมาช้าแล้วเตี่ยจะมาต่อว่าแป้งที่ตัดสินใจหย่า โดยไม่ปรึกษาเตี่ย แป้งขอเถอะนะคะ ชีวิตนี้เป็นของแป้ง จะสุขจะทุกข์แป้งขอเป็นเลือกเอง เตี่ยอย่า...เอ่อ ทานข้าวกันเถอะค่ะ แป้งต้องไปส่งน้องปุณณ์ที่โรงเรียนอีกเดี๋ยวสาย”
ขณะที่ปภาดากำลังพูดกับเจ้าสัวรุจน์อย่างมีอารมณ์อยู่นั้น มือน้อย ๆ ของน้องปุณณ์ก็เอื้อมจับมือเธอพร้อมกับรอยยิ้มเพื่อเรียกสติไม่ให้เธอพูดด้วยอารมณ์ เพราะมันอาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่และเจ้าสัวอาจจะยิ่งโกรธมากขึ้นก็ได้ และเมื่อได้สติปภาดาจึงเปลี่ยนเรื่องพูดทันที
หลังจากที่อานนท์กับเหมือนดาวกลับมาจากกรุงเทพฯ ครั้งนี้ดูเหมือนมีบางอย่างที่เปลี่ยนไปสำหรับพ่อเลี้ยงหนุ่ม จะไม่ให้แปลกได้อย่างไร ก็เมื่อเข้ามาในห้องเขายังไม่พูดกับเหมือนดาวเลยสักคำ จนเธอทนไม่ไหวต้องเอ่ยปากออกมาก่อน ทั้งที่ปกติเมื่อไรที่เขาเห็นว่าเธอไม่พอใจอะไร ชายหนุ่มจะหาเรื่องชวนเธอพูดคุยด้วยเสมอ
“พี่นนท์ ดาวขอโทษนะคะเรื่องเมื่อช่วงเย็นที่โรงเรียนของหลานชายคุณแป้ง ก็ดาวกลัวนี่คะว่าพี่นนท์จะทิ้งดาว แล้วกลับไปหาเมียเก่าของพี่ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงดาวคงจะอยู่ไม่ได้ พี่นนท์ก็รู้ว่าในชีวิตของดาวตอนนี้เหลือแต่พี่คนเดียว
และอีกอย่างที่ดาวยอมถูกตราหน้าว่าเป็นคนเลวคอยทำลายครอบครัวของคนอื่น นั่นก็เพราะดาวรักพี่นนท์และพี่เองก็เคยบอกว่าอยากจะสร้างอนาคตกับดาว”
ขณะที่เหมือนดาวพูดอานนท์ทำเพียงดึงคนรักเข้ามากอดไว้แนบอก แต่แววตาของเขากับไม่มั่นคงเหมือนที่ผ่านมา จากนั้นเหมือนดาวก็ขอให้เขาค้างคืนกับเธอคืนนี้
ซึ่งพ่อเลี้ยงหนุ่มก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร ก็ในเมื่อตอนนี้แม่ของเขาก็ไปถือศีลที่วัดอีกเป็นเดือนกว่าจะกลับบ้าน และอีกอย่างเขาก็ไม่ได้ค้างคืนกับเหมือนดาวมาหลายเดือนแล้ว นับตั้งแต่ที่เขากลายเป็นโสดอีกครั้ง
