บทที่ 8 1.7 คนที่ไม่อยากเจอ

หลังจากที่ทั้งคู่ทานมื้อเย็นกันเสร็จ ความจริงต้องเรียกมื้อค่ำมากกว่าเพราะตอนนี้มันเกือบจะสี่ทุ่มแล้ว ซึ่งตอนนี้อานนท์ก็กำลัง

นั่งตรวจเอกสารโครงการElite space คอนโดที่เขาจะสร้างเป็นแห่งที่สองหลังจากได้รับผลตอบรับจากลูกค้ากลุ่มคนกระเป๋าหนักมาแล้วในโครงการแรก

แต่คราวนี้ความท้าทายของชายหนุ่มนอกจากจะมาสร้างที่เมืองกรุงที่ถือว่าการแข่งขันสูงแล้ว เรื่องเงินทุนที่จะปล่อยกู้ให้เขาก็สำคัญมากเหมือนกัน

เพราะที่ผ่านมาเขาได้รับการข้อเสนอที่ดีจากธนาคารของอดีตพ่อตาอย่างเจ้าสัวรุจน์ และยังได้มือดีด้านการตลาดอย่างอดีตภรรยามาช่วยทำการตลาดให้อีกด้วย ทำให้ตอนนี้การเตรียมเอกสารในการเสนอธนาคารแห่งใหม่จะต้องพร้อมที่สุด ความจริงแค่บริหารงานโรงแรมในเครือรัตนบวรก็ยุ่งมากพอแล้ว

แต่เพราะเขาจบวิศวกรรมศาสตร์ก็เลยอยากจะใช้ความรู้ที่เรียนมา จากโครงการแรกที่ทำเพื่อความฝัน แต่เมื่อเห็นว่าทำเงินได้ไม่น้อยก็อยากจะทำต่อ แต่ดูเหมือนทุกอย่างจะยากขึ้น เมื่อไม่มีปภาดาคอยอยู่เคียงข้างเหมือนเดิม

เหมือนดาวเดินออกมาจากห้องครัวในชุดนอนที่วาบหวิว พร้อมกับแก้วกาแฟที่ตั้งใจเอาไปให้พ่อเลี้ยงหนุ่มที่กำลังตั้งใจดูเอกสารอยู่

“พี่นนท์ขา ดาวเอากาแฟมาให้ค่ะ วันนี้พี่ดูเหนื่อยจังเลยให้ดาวนวดให้นะคะ”

ขณะที่บอกจะนวดให้ชายหนุ่ม มือของเหมือนดาวก็เริ่มปฏิบัติการไปก่อนแล้ว โดยเริ่มจากการนวดที่ไหล่ทั้งสองข้างจากด้านหลังตามปกติ ค่อย ๆ เริ่มเปลี่ยนเป็นลูบไล้ไปตามกายของพ่อเลี้ยงหนุ่ม เพื่อหวังปลุกอารมณ์ดิบในตัวของเขา แต่ก่อนที่อะไรจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ อานนท์ก็รีบจับมือบางของเธอไว้ก่อน

“ดะ ดาว พี่จะทำงาน อย่าเพิ่งกวนได้ไหมครับ งานยังไม่เสร็จเลย เห็นไหมครับ”

เมื่อได้ยินคำพูดจากคนรักอย่างนั้น ทำให้เหมือนดาวรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก เพราะเดี๋ยวนี้อานนท์ไม่ค่อยสนใจเธอเหมือนอย่างเคย แม้เขาจะมาค้างคืนด้วยกันบ้างแต่เธอก็ไม่เคยได้รับการเติมเต็มจากเขามาเกือบห้าเดือนแล้ว อย่างมากสุดก็ได้แค่ลูบคลำแล้วก็นอนกอดกันเท่านั้นเอง แต่เธอต้องการมันมากกว่านี้

เพราะเธอเองก็อายุยังน้อยความต้องการยังมีอยู่มาก ทั้งที่เมื่อก่อนตอนอานนท์ยังไม่ได้หย่ากับปภาดาแม้จะไม่ได้มีอะไรกันบ่อย แต่ทุกครั้งเขาปรนเปรอเธอได้อย่างเต็มอิ่ม แต่วันนี้ไม่ต้องคอยระวังไม่ให้คนเอาไปบอกปภาดาเหมือนอย่างเคย แต่เขากลับไม่สนใจเธอเหมือนเดิม ซึ่งก็ไม่รู้เป็นเพราะชายหนุ่มมีอายุมากกว่าเธอถึงสิบปีหรือเปล่า จึงทำให้ความต้องการของเขาลดลง

วันนี้ก็เช่นกันเธออุตส่าห์ใส่ชุดนอนเซ็กซี่เพื่อหวังจะให้เขาสนใจ แต่ดูตอนนี้นอกจากจะไม่สนเธอแล้วอานนท์ยังจะต่อว่าเธอเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาอีก คิดแล้วทำให้อารมณ์เสียชะมัดหรือการมีแฟนที่อายุมากกว่าบางทีนอกจากเรื่องเงินแล้ว อย่างอื่นคงจะสู้พวกวัยเดียวกันกับเธอไม่ได้หรอก แต่ถึงอย่างไรเธอก็รักเขาอยู่ดี

หลังจากที่เหมือนดาวเข้าห้องไปแล้ว เมื่อได้อยู่คนเดียวตามลำพังอีกครั้งทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่า ทำไมทุกวันนี้ยิ่งอยู่ด้วยกันกับเธอมากเท่าไร ชายหนุ่มกลับรู้สึกถึงความห่างไกลมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะความคิดที่ดูเหมือนว่าแฟนสาวจะไม่เข้าใจเขาเอาเสียเลย ผิดกับคู่ของคิมหันต์กับคีตภัทรที่แม้อายุจะห่างกันสิบปีเหมือนกันกับคู่ของเขากับเหมือนดาว

แต่ทั้งสองคนกลับดูรักกันมากขึ้นทุกวัน ยิ่งทั้งสองคนได้กลับมาเจอกันอีกครั้งหลังจากแยกย้ายกันไปหลายปี ดูอย่างตอนนี้สิทั้งคู่ก็ได้แต่งงานกันไปแล้ว เหลือแค่เพียงงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสเท่านั้น ซึ่งมันจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้ว ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งอิจฉาคิมหันต์ที่โชคดีได้คีตภัทรไปครองอีกครั้งหนึ่ง

แต่นั่นก็ทำให้เขาอดคิดถึงคนที่เขาเพิ่งจะไปเจอมาเมื่อเย็นนี้ไม่ได้เช่นกัน เพราะเธอคือสาเหตุที่ทำให้เขาไม่ได้แต่งงานกับคีตภัทรตามที่หวังเอาไว้ แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นมันก็ทำให้เขารู้จักผู้หญิงที่เคยมองในแง่ร้ายอย่างคุณหนูปภาดา สกุลวัฒนาวัตรว่าเธอนั้นก็มีความน่ารักและดีกับเขามากเหลือเกินในช่วงเวลาที่แต่งงานกันมา

“พี่นนท์ งานเหลืออีกเยอะไหมคะ นี่ค่ะแป้งเอานมมาให้ ส่วนงานนี่มีตรงไหนที่แป้งช่วยพี่ได้บ้างไหมคะ ถึงแป้งจะจบการตลาดมา แต่ด้านบริหารแป้งก็พอมีความรู้อยู่บ้างนะคะ”

พูดเสร็จหญิงสาวก็ยิ้มหวานจนตาหยีให้คนเป็นสามีทันที จนเขาที่เห็นเกิดความเอ็นดูจนเผลอเอามือลูบศีรษะของเธออย่างไม่รู้ตัว

“จะช่วยพี่จริง ๆ เหรอเอกสารหนามากเลยนะครับ พี่ว่าแป้งไปนอนดีกว่านะ”

“โถ่ พี่นนท์ขาเราเป็นสามีภรรยากันยังจะต้องมาเกรงใจกันอีกทำไมคะ อีกอย่างให้แป้งช่วยนะดีแล้ว พี่นนท์จะได้พักผ่อนเร็ว ๆ พรุ่งนี้ก็ต้องบินไปดูโรงแรมที่เชียงรายอีก มาค่ะเอกสารอันไหนที่พี่คิดว่าแป้งช่วยได้ส่งมาเลยนะคะ”

“แป้ง!” หลังจากเผลอนึกถึงอดีตภรรยาพร้อมกับริมฝีปากหนายกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหลุดครางชื่อเธอออกมา แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าอดีตภรรยาคือคนที่เขาไม่ควรจะมีความรู้สึกอะไรกับเธอทั้งนั้น จากนั้นชายหนุ่มจึงรีบสะบัดศีรษะสองสามครั้งเพื่อไล่ความคิดเมื่อสักครู่ก่อนที่เขาจะเริ่มลงมือทำงานที่ค้างต่อไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป