บทที่ 3 ไปต่อไม่ได้อีกแล้ว 1/2
ร่างระหงผิวขาวนวลผ่องตามแบบฉบับสาวชาวเหนือสวมแว่นกันแดดสีดำ ปล่อยผมยาวสลวยถึงกลางหลัง สวมชุดเดรสสีดำใครผ่านไปผ่านมาต่างมองมายังหญิงสาว ที่ดูอ่อนเยาว์แต่กลับไปยืนรอหย่า หน้าที่ว่าการสำนักงานเขต
“คีย์มารอนานแล้วเหรอครับ? คีย์เรื่องของเราสองคนมันจะจบแบบนี้จริง ๆ เหรอ รอแม่กับป๊ากลับมาจากเที่ยวก่อนไม่ดีกว่าเหรอครับ” คิมหันต์หวังให้หญิงสาวเปลี่ยนใจเพราะเขายังไม่พร้อมที่จะเสียเธอไป
แต่จะให้เขาทิ้งทางนั้นก็ทำไม่ได้อีก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะลูกชายที่กำลังจะเกิดหรือตัวฟ้าลดาเองที่เคยเป็นรุ่นน้องที่เขาเคยชอบและตามจีบอยู่นานพอจะได้คบกันอย่างเป็นทางการ
เธอก็หายไปจากวงจรชีวิตของเขา ทำให้เขายังมีความรู้สึกพิเศษเกิดขึ้นตอนที่กลับมาเจอกันอีกครั้ง ทั้งที่รู้ตัวว่าตัวเองมีภรรยาและลูกรออยู่บ้านที่เมืองไทย
“ขอบคุณนะคะสำหรับใบหย่า และค่าเลี้ยงดูของน้องครีมส่วนคอนโดและเงินที่หมอต้องการจะมอบให้ฉัน ฉันจะขอรับไว้ทั้งหมดเพื่อที่หมอจะได้ไม่เสียน้ำใจ ส่วนวันที่หมอจะมาเจอลูก ฉันขอให้เป็นวันเสาร์อาทิตย์นะคะ”
“ได้! เอาตามที่คีย์ว่า แต่ถ้ามีอะไรให้พี่ช่วย ก็ขอให้บอกนะพี่ยินดี พี่ของกอดลาคีย์อีกสักครั้งจะได้ไหม กอดครั้งสุดท้าย…”
“อย่าเลย ฉันไม่สะดวกลาก่อนนะคะ”
กอดอย่างนั้นเหรอ แม้แต่เธอให้โอกาสเขาเลือก เขายังเลือกไม่ได้ แล้วจะมาขอกอดทำไมอีก เสียงโทรศัพท์ของชายหนุ่มกรีดร้องอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเรียกร้องความสนใจจากเจ้าของเครื่อง
“ฮัลโหล! ครับฟ้า เรียบร้อยดีครับ ผมกำลังจะไปรอผมก่อน”
ดูสิขนาดเพิ่งหย่าเสร็จ ยังรายงานกันขนาดนี้ แล้วยังจะมาขอกอดลา ที่บอกยังว่ารักกันอยู่มันเจ็บสิ้นดี!
ถึงจะหย่าขาดกับสามีแต่ชีวิตของคีตภัทรยังดำเนินต่อไปในบ้านหลังเดิม ที่เคยอาศัยอยู่กับอดีตสามีตามข้อตกลง ที่ขอร้องเอาไว้เพราะต้องการแจ้งให้ป๊ากับแม่ของเขาได้รับทราบ เรื่องการหย่าร้างระหว่างทั้งคู่ก่อน
นอกจากนี้ยังกลัวกระทบกับความรู้สึกของลูกสาวตัวน้อย อีกอย่างคีตภัทรเองก็ยังตกแต่งคอนโดที่คิมหันต์ยกให้ยังไม่เสร็จ
“คุณคีย์ วันนี้ไม่ทำบัวลอยมะพร้าวอ่อนเหรอคะป้าเห็นมะพร้าวหลังเรือนคนใช้ เนื้ออ่อนกำลังเหมาะเลยค่ะ ถ้าคุณคิมกลับบ้านมาจะต้องดีใจแน่เลยค่ะ เพราะไม่ว่าใครเป็นคนทำบัวลอยก็ไม่ถูกปากเท่าคุณคีย์เป็นคนทำนะคะ”
“มันคงไม่ถูกปากคุณคิมของป้าแช่มแล้วล่ะ ถ้าหมอเขาอยากทานอะไร ต่อไปนี้ป้าก็จัดการได้เลยนะคะ ไม่ต้องรอ เพราะช่วงนี้คีย์ยุ่ง ๆ ไม่ค่อยมีเวลาทำอะไรให้ใครแล้วด้วยค่ะ”
คีตภัทรตอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธออึดอัดกับสถานะการณ์ที่คนทางบ้านตระกูลรัตนโชคชัย ยังไม่รับรู้สถานะระหว่างเธอกับอดีตสามี ใบหน้าของคีตภัทรซีดเซียวจนคนงานในบ้านอย่างขิมสังเกตเห็น
ขณะที่กำลังช่วยกันทำงานอยู่ในครัวจนอดเย้าคนเป็นภรรยาของเจ้านายไม่ได้
“ถ้าคุณคีย์มีน้องอีกคนให้ขิมช่วยเลี้ยงนะคะ น้องต้องน่ารักมากแน่ ๆ ค่ะ คุณคิมก็หล่อ คุณคีย์ก็สวย”
“พี่ขิมได้เลี้ยงลูกคุณคิมของพี่ขิมแน่นอนค่ะ!” ‘แต่ไม่ใช่ลูกของเธอ แต่เป็นลูกของคิมหันต์กับผู้หญิงคนนั้น คนที่ชื่อฟ้าลดา’ คีตภัทรได้แต่คิดในใจเท่านั้นเอง ตอนที่สามีกลับเมืองไทยช่วงแรก ๆ สามีได้บอกกับเธอว่าป๊า อยากให้เขามีลูกชายอีกสักคนแต่เธอยังไม่พร้อม เพราะลูกสาวอายุยังไม่ถึง4ขวบ และเธอยังอยากมีเวลาใช้ร่วมกันกับคิมหันต์ในฐานะชีวิตคู่ให้มากกว่านี้อีกสักหน่อย
เพราะช่วงที่ผ่านมาคิมหันต์ต้องไปร่วมทำวิจัยที่ประเทศอังกฤษ ทำให้เวลาที่ใช้อยู่ร่วมกันในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นน้อยมาก ๆ หลายเดือนถึงจะมีโอกาสเจอกันสักครั้ง
และตอนนี้สามีก็กลับมาอยู่ที่ประเทศไทยได้แค่ 6 เดือนเท่านั้นเอง แต่ไม่คิดจะจับได้ว่าสามีมีผู้หญิงอีกคนที่กำลังตั้งท้องซึ่งดูจากขนาดน่าจะห้าถึงหกเดือนแล้ว
“ป้ากับพี่ขิมเตรียมมื้อเย็นไปก่อนะคะไม่ต้องรอ วันนี้คีย์จะไปรับน้องครีมที่โรงเรียนเองค่ะ ตอนเย็นคงจะหาอะไรทานมาจากข้างนอกกับน้องครีม ส่วนของหมอป้าโทรถามเขาได้เลยนะคะว่าอยากจะทานอะไร”
บรรยากาศภายในบ้านเริ่มเปลี่ยนไป จนเหล่าคนใช้รับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ เพราะภรรยาที่เคยดูแลเอาใจใส่ดูแลสามีเป็นอย่างดี ใครได้เห็นต่างพากันอิจฉาคุณหมอคิมหันต์ ที่ได้ภรรยาที่ดีและเอาใจเก่ง แต่ตอนนี้ไม่มีแบบนั้นให้เห็นอีกแล้ว
ร่างบอบบางเดินเข้าโรงเรียนอนุบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง เพื่อมารอรับเด็กหญิงคณิสรา ผู้เป็นแก้วตาดวงใจของคนในครอบครัวตระกูลรัตนโชคชัย คีตภัทรสอดส่องสายตามองหาร่างเล็ก ๆ ของบุตรสาว
