บทที่ 11 แกล้งเพื่อน

“ค่ะ” ลักษิการับถุงกระดาษจากเพื่อนพี่ชายแล้วเดินเข้าลิฟต์ขึ้นไปเพนท์เฮ้าส์สูงสามสิบห้าชั้นและเพนท์เฮ้าส์ของพี่ชายที่ชั้นยี่สิบเก้าที่ทั้งชั้นมีแค่สองห้องออกจากลิฟต์ก็เดินไปฝั่งซ้ายก็เป็นเพนท์เฮ้าส์ของทวิภาคส่วนฝั่งขวาก็เป็นของนักธุรกิจชาวต่างชาติซึ่งนานๆมาที

“คิดถูกคิดผิดกันเนี่ยเราที่มานอนห้องพี่ทัพพ์” สาวร่างเล็กกดรหัสห้องของพี่ชายแล้วเดินบ่นเข้าไปในห้องวางถุงวิสกี้ลงบนโต้ะอาหาร เพนท์เฮ้าส์ของทัพพ์มีสองชั้น เหมือนบ้านสองชั้นแต่ชั้นบนมีสองห้องนอนใหญ่และระเบียงนั่งเล่น ชั้นล่างมีห้องรับแขกกว้าง มีเก้าอีโซฟาวางตามมุมตามจุดที่เจ้าของอยากวางตรงไหนก็วางเป็นห้องเอนกประสงค์ที่ใช้ต้อนรับเพื่อนๆที่มาดื่มและเป็นที่นอนของเพื่อนๆเวลาเมา มีห้องกินข้าวห้องครัวที่คนที่บ้านของพ่อจะทำอาหารมาให้ซื้อของกินมาใส่ตู้เย็นให้และมาทำความสะอาดในทุกสองวันมีห้องฟิตเนสเปิดประตูออกไปก็เป็นสระว่ายน้ำมีบาร์เครื่องดื่มและสนามหญ้าอกว้างประมาณสี่เมตรจากขอบสระไปถึงราวกั้น

“ตู้ดดๆๆ..”

“ใบพลูโทรมาได้จังหวะพอดี”

“พอดีอะไรเหรอยะเด็กเทพ.”

“ก็ลักษ์กำลังนั่งเหงาอยู่คนเดียวน่ะสิ.”

“อะไรกันยัยลักษ์แกไปอยู่กรุงเทพคนเดียวจนเกือบจะเรียนจบแล้วนะ ยังไม่ชินอีกเหรอ” ปากก็ว่าเพื่อนทั้งที่เธออยู่หอแค่ห้าวันยังเหงาเลย

“ไม่ใช่อย่างนั้น พอดีวันนี้ลักษ์เรียนเสร็จนักพี่ทัพพ์ไว้มาซื้อของขวัญวัดเกิดตาด้วยกันแล้วพรุ่งนี้ลักษ์ไม่มีเรียนก็เลยค้างที่ห้องพี่ะทัพพ์น่ะสิ.”

“อ้าว, แล้วพี่ชายแกอยู่จะเหงาทำไมล่ะ”

“ก็อยู่ แต่เพื่อนเขามากินหล้าน่ะสิ ลักษ์กะจะมาว่ายน้ำเล่นสักหน่อยอดเลย” ลักษิกาบอกเพื่อนเพราะเธอตั้งใจจะมาว่ายน้ำเล่นให้ฉ่ำปอดโดยที่ไม่มีใครมองสักหน่อย

“ก็ให้พวกเขาดื่มไปแกก็ว่ายน้ำของแกไปไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย”

“แกไม่เคยเห็นห้องพี่ทัพพ์น่ะสิก็ที่พวกเขานั่งดื่มกันมันอยู่ติดกับสระน้ำเลยนี่เห็นมั้ยแล้วแกจะให้ลักษ์ใส่บิกินี่เล่นน้ำโชว์เขาหรือไง.” ร่างเล็กก็ลุกขึ้นจากโซฟาสลับใช้กล้องหน้าเดินไปที่บาร์และสระน้ำให้เพื่อนรักดู

“มันจะยากอะไรยัยลักษ์แกก็จีบสักคนสิจะได้หมดเรื่อง ทีนี้แกก็ไม่เหงาแล้ว คริๆๆ” อัยยายุให้ลักษิกาจีบเพื่อนพี่ชาย

“ไม่เอาอ่ะ เพื่อนพี่ทัพพ์แต่ละคนนี่เสือร้ายทั้งนั้นลักษ์ไม่อยากเป็นเหยื่อ ไม่อยากคุยเรื่องของเพื่อนพี่ทัพพ์แล้ว ว่าแต่แกเถอะใบพลูจะกลับไปงานวันเกิดตากำนันมั้ย” ปกติอัยยาจะไม่พลาดงานวันเกิดตากำนันที่จัดเลี้ยงคนงานในฟาร์ม ทัพพ์พญา ทุกปี

“ไปสิอาทิตย์หน้าพลูไม่มีเรียนเพราะพรุ่งนี้จะเข้ากรุงเทพพร้อมกับอาจารย์และเพื่อนอีกสิบคนไปดูงานที่โครงการสวนจิตรฯสองวัน พลูจะไปนอนกับแกที่คอนโดน่ะ”

“ได้สิแกมากี่โมง พรุ่งนี้ลักษ์ไม่มีเรียนจะแวะไปรับ”

“น่าจะเสร็จสี่โมงเย็นนะ แต่พลูไปเองได้น่า นั่งแท็กซี่ขึ้นทางด่วนไปแป๊บเดียวเอง” เธอเคยมากรุงเทพแต่ไม่บ่อยและเคยไปค้างที่คอนโดของเพื่อนสามสี่ครั้งเมื่อต้องมาดูงานหรือทำกิจกรรมกับมหาวิทยาลัยอื่น”

“ไม่เป็นไรหรอกแก พรุ่งนี้ลักษ์จะว่ายน้ำรอแกละกัน.”

“ขอบใจจ้า.”

“แกอยากมาว่ายน้ำที่เพนท์เฮ้าส์พี่ทัพพ์มั้ยใบพลู.”

“ไม่อ่ะ เชิญแกตามสบายเถอะย่ะ..”

“เดี๋ยวนะสงสัยพี่ทัพพ์กับเพื่อนจะมาแล้วแกอยากเห็นเพื่อoพี่ทัพพ์มั้ยล่ะ..” ลักษิกาบอกเพื่อนแล้วขยิบตาใส่ก่อนจะสลับกล้องไปทางประตูให้อัยยาเห็นพี่ชายกับเพื่อนที่เพิ่มมาอีกหนึ่งและหิ้วของกินมาพะรุงพะรัง

“เฮ้ย,ไม่เอายัยลักษ์แค่นี้นะ พรุ่งนี้พลูจะโทรหา..”

“เดี๋ยวสิใบพลู ยัยใบพลู..” ลักษิกาเรียกเพื่อนแล้วยิ้มขำก่อนจะมองพี่ชายกับเพื่อนที่มองเธอ “เอ่อ, ไม่มีอะไรค่ะ พอดีลักษ์คุยกับเพื่อนค่ะสวัสดีค่ะพี่ดิษย์ แห่ะๆ..” หญิงสาวไหว้เพื่อนพี่ชายที่สนิทกันดีเพราะเรียนโรงเรียนเดียวกันจนจบมัธยมก่อนดิษย์จะเข้าเรียนต่อมหาลัยเดียวกับพี่ชาย

“หวัดดีลักษ์ ไม่เจอกันนานยังตัวเท่าเดิมเลยนะเรา” ดิษย์ล้อน้องสาวเพื่อนอย่างคุ้นเคยกันเพราะตอนทวิภาคย้ายเข้ามาเรียนมอ.สี่ในกรุงเทพแต่ดิษย์ยังเรียนโรงเรียนเดิมและลักษิกาก็เข้าโรงเรียนเดียวกันเขาก็ช่วยดูแลน้องสาวเพื่อนตามที่ทวิภาคได้ขอไว้จึงทำให้สนิทกันดีรวมทั้งอัยยาด้วย

“ลักษ์สูงตั้งร้อยหกห้านะพี่ดิษย์ ไม่ได้เตี้ยเลย ตัวเองนั่นแหละเกิดมาสูงเอง แล้วซื้ออะไรมากันบ้างอ่ะพี่ทัพพ์.” ลักษิกาถามพี่ชายกับเพื่อน

“หลายอย่าเอาไปใส่จานให้หน่อยสิมีผลไม้ขอลักษ์ด้วยนะ..”

“ได้ค่ะคุณพี่ชาย.” เสียงใสพูดลากเสียงแล้วเดินไปในห้องครัวที่ดิษย์กับชนาทิปหิ้วไปวาง

“เมื่อกี้พี่ได้ยินว่าลักษ์คุยกับใบพลูอยู่ใช่ป่ะ แล้วเป็นยังไงบ้างล่ะ” ดิษย์ยืนป้วนเปี้ยนในครัวคุยกับลักษิกา

“ยัยใบพลูน่ะเหรอคะ สบายสิคะเห็นว่าพรุ่งนี้จะมาดูงานกับมหาลัยแล้วจะไปนอนที่คอนโดลักษ์ค่ะ”

“ใครจะมาดูงานนะลักษ์” ทวิภาคถามน้องสาวหลังได้ยินชื่อของอัยยา

“ใบพลูค่ะพี่ทัพพ์ พรุ่งนี้ชีจะมาดูงานที่สวนจิตรฯสองวันก็เลยจะไปนอนกับลักษ์ที่คอนโดค่ะ” คนเป็นน้องตอบพี่ชายและมองอย่างสงสัยสำหรับดิษย์เธอไม่ได้สงสัยอะไรเพราะเขาชอบใบพูลตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแล้วแต่เพื่อนของเธอก็นับถือเป็นพี่เท่านั้น

“มาดูงานที่สวนจิตรฯแล้วจะไปพักที่รังสิตนี่นะ คิดได้ยังไงมันไกลนะลักษ์ เอาอย่างนี้สิให้ใบพลูมาพักที่เพนท์เฮ้าส์พี่กับลักษ์สิ พรุ่งนี้เราไม่มีเรียนไม่ใช่เหรอ” ทวิภาคบอกน้องสาวด้วยความหวังดีเพราะเรื่องแค่นี้เอง อัยยาช่วยดูแลตาช่วยงานตาตั้งเยอะเขาตอบแทนหญิงสาวแค่นี้จะเป็นไรไป

“พี่ทัพพ์/ไอ้ทัพพ์..” ดิษย์กับน้องสาวเรียกทวิภาคพร้อมกัน

“อะไร, ฉันก็แค่อยากตอบแทนใบพลูนิดๆหน่อยๆเท่านั้นเอง ลักษ์ก็รู้ดีไม่ใช่เหรอว่าใบพลูช่วยงานตาและดูแลตาทุกครั้งที่กลับบ้านน่ะ”

“ค่ะ งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ลักษ์ค่อยบอกใบพลูนะคะ เอ้า.พี่ดิษย์ยกจานเม็ดมะม่วงหิมพานต์กับ ถั่วทอดกรอบไปก่อนเลยค่ะ" หญิงสาวบอกเพื่อนพี่ชายแล้วทัพพ์ก้หยิบจาน ยำกุ้งสด กุ้งแช่น้ำปลา หอยนางรมทรงเครื่องออกไปส่วนผลไม้ของเธอก็ที่เก็บเข้าตู้เย็นก

“ลักษ์ไม่มาดื่มด้วยกันหน่อยเหรอ.” ดิษย์ชวนน้องสาวเพื่อน

“เชิญตามสบายค่ะ ลักษ์อิ่มมาก ขอตัวไปอาบน้ำนอนดูซีรี่ย์เกาหลีก่อนนะคะ..” ลักษิกาตอบดิษย์แล้วเดินขึ้นไปชั้นสองที่เป็นห้องนอนใหญ่ทั้งสองห้องและเธอก็เข้าห้องที่ว่างเพื่ออาบน้ำแล้วนอนดูซีรี่ย์ให้สบายอารมณ์ดีกว่า

ส่วนทวิภาคกับเพื่อนก็นั่งดื่มกันไปคุยกันไปเพราะมากันครบ ซึ่งเดือนหนึ่งพวกเพื่อนจะมาดื่มที่เพนท์เฮ้าส์ของเขาอาทิตย์ละครั้งหรือบากทีมีรายงานอะไรที่ต้องทำก็จับกลุ่มกันมาที่นี่เป็นส่วนใหญ่เพราะสะดวกทุกอย่าง

“ตู้มมมๆ..” ดิษย์กับอดิสรถอดเสื้อผ้าเหลือแต่กางเกงในตัวเดียวแล้วกระโดดลงสระจนน้ำกระจาย

“น้องสาวแกมีแฟนหรือยังวะทัพพ์” ชนาทิปถามเพื่อน

“ถามทำไม มึงจะจีบยัยลักษ์เหรอ เสียใจมึงไม่ผ่านเครื่องสแกนของกูว่ะ” คนเป็นพี่สกัดดาวรุ่งเพื่อนไม่ให้จีบน้องสาวเพราะชนาทิปเจ้าชู้เปลี่ยนผู้หญิงยังกับเปลี่ยนเสื้อผ้าต่างจากเขาที่คบเป็นคนพอเบื่อก็เลิกกันไปเพราะเขาไม่มีอะไรจะทุ่มให้ผู้หญิงนอกจากความสุขและของขวัญเล็กๆน้อยๆพอไม่ได้อะไรผู้หญิงก็จากไปหาที่เกาะใหม่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป