บทที่ 12 6 อารมณ์วูบไหว
“คะคลื่น....”
ฉันเรียกชื่อเขาอย่างกลั้นหายใจ คลื่นเอาแต่จ้องหน้าอกฉันนิ่งอยู่อย่างนั้นหลังเปิดแผลให้เขาดูจนฉันเริ่มไม่แน่ใจว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่มันถูกหรือเปล่า
“ทั้งหมดนี่มันคงจะอยู่บนตัวฉัน ถ้าเธอไม่เอาตัวเข้ามาป้อง”
หมอนั่นพูดอย่างเหม่อลอยเหมือนกำลังคุยกับตัวเอง เขาเหลือบตามองฉันในคำสุดท้าย สายตาคมกริบที่ราวกับจะมองลึกเข้ามาถึงข้างในทำฉันร้อนวูบไปทั้งหน้า ก้มหลบดวงตาสีครามอย่างเหนียมอาย
การที่มีผู้ชายหน้าตาหล่อขนาดนี้ถึงลุคจะดูร้ายและเจ้าเล่ห์มากก็ตามแต่มาทำอ่อนโยนด้วยและคอยส่งสายตาหวานซึ้งมาให้ตลอดเวลา ฉันคงไม่สามารถทำใจให้เป็นปกติได้ คือฉันไม่ได้จะคิดเข้าข้างตัวเองหรืออยากสานสัมพันธ์อะไรกับเขานะ ก็แค่ตั้งรับไม่ทันเท่านั้น
“มองอะไรล่ะ ทำแผลสิ ฉันเย็นไปหมดแล้วนะ”
ฉันบอกเสียงตะกุกตะกัก แกล้งทำเป็นประท้วงเพื่อที่จะกลบเกลื่อนความประหม่าของตัวเอง
สถานการณ์ตอนนี้มันล่อแหลมมากเลยนะ ถ้าฉันไม่บาดเจ็บ ไม่มีทางที่จะทนนั่งนิ่งๆ แล้วเปิดอกให้ผู้ชายดูแบบนี้หรอก
“โทษที” คลื่นยิ้มจากใจจริง(หรือเปล่าไม่แน่ใจ) แล้วเริ่มเอาสำลีจุ่มแอลกอฮอล์มาซับเลือดที่เลอะไล่ตั้งแต่ตรงปากแผลวนรอบเข้ามาเรื่อยๆ ฉันสะท้านเฮือก มันแสบจี๊ดและก็ปวดปร่า
“เจ็บไหม?”
คลื่นเหลือบมองฉันเป็นระยะ คอยถามอย่างเอาใจใส่ เขานุ่มนวลมากจริงๆ นะ มือก็เบา จนฉันเผลอคิดว่าเรารู้จักกันมานานทั้งที่ความจริงไม่ใช่ วันนั้นถ้าคนที่เก็บร่างฉันไปเป็นคลื่นก็คงจะดีกว่าริกกี้
“เดี๋ยวใส่ยาแดงให้”
เขาบอก ฉันกะพริบตาอย่างรู้สึกตัว ก่อนพยักหน้า มองเขาหันไปสาละวนกับสำลีก้อนใหม่เงียบๆ คลื่นคีบสำลีที่กลายเป็นสีแดงเข้มมาแตะๆ ฉันสะดุ้งไหวเพราะปวดแสบ เขาชะงักมือแล้วเหลือบมองฉันอย่างดูอาการ เราสองคนสบตากันนิ่งสักพัก พอฉันไม่แย้งเขาก็ก้มหน้าลงไปทำต่อโดยไม่มีใครพูดอะไรสักคำ จนกระทั่ง...
“เสร็จแล้ว”
คลื่นปิดแผลให้ฉัน ผ้าก๊อชอันใหม่ถูกแปะปิดอย่างเรียบร้อยและเนียนกริบ
“นายดูช่ำชองจังเลย”
ฉันอดไม่ได้ที่จะพูดสิ่งที่อยู่ในหัวออกมา คลื่นกำลังเก็บกล่องปฐมพยาบาลหันกลับมามองแล้วยิ้มอ่อน แววตาเขาอมเศร้าแปลกๆ หรือฉันคิดไปเองไม่รู้
“ฉันเคยทำบ่อยน่ะ”
“นายเป็นหมอ?”
“อ่าห๊ะ”
“จริงอะ!”
“แค่นักศึกษาแพทย์ยังไม่จบ” เขาตอบแบบถ่อมตัว ก่อนขอตัวออกไปข้างนอกกลับเข้ามาอีกทีพร้อมกับเม็ดยาในถาดรองแก้ว
“ยาไร” ฉันถาม มองยาสามสี่เม็ดที่เขายื่นให้อย่างสงสัย เขาไปเอายามากมายแบบนี้มาจากไหน อย่างกับเตรียมมาแหนะแล้วคนปกติที่ไหนเขาพกยาติดตัวกันล่ะ? แต่พอคิดว่าหมอนี่เป็นนักศึกษาแพทย์ก็คงไม่แปลกอะไรที่จะพกยาติดตัว
“แก้ปวดกับแก้อักเสบ”
ฉันรับยามาจากเขาอย่างไม่คิดอะไร กรอกยาเข้าปากรวดเดียวตามด้วยน้ำอีกแก้วเต็มๆ ยิ้มให้คลื่นอย่างเกรงใจ
“ขอบคุณนะ นายดีกับฉันจริงๆ”
“หึ....”
คลื่นยิ้ม ฉันรู้สึกว่ารอยยิ้มเขาดูน่ากลัวประหลาดแต่ก็แค่แวบสั้นๆ เท่านั้น บางทีฉันคงคิดมากไปเอง เขาใจดีกับฉันขนาดนี้ก็น่าจะพิสูจน์ความจริงใจได้แล้วไม่ใช่เหรอ
“ถ้าอยากอาบน้ำก็ตามสบายนะ หรือมีอะไรก็เรียกฉันได้ กะว่าจะนั่งกินลมชมวิวสักหน่อยก่อนนอน”
“อื้ม”
คลื่นออกไปแล้ว ฉันรวบเสื้อขึ้นปิดมิดชิด ก่อนมองไปรอบห้องอย่างรู้สึกหวิวๆ คือจะว่าไงดี ถึงเขาจะทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยแต่มันไม่ใกล้เคียงกับคำว่าอุ่นใจเลยสักนิด
ร้อน.... ทำไม? ทั้งที่แอร์ก็เปิด ฉันหันขวับไปมองทางเครื่องปรับอากาศที่ยังคงส่งเสียงฮือเบาๆ อย่างเสมอต้นเสมอปลาย หลังจากคลื่นออกไปฉันก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ไม่คิดจะอาบน้ำเพราะก่อนหน้านี้ก็อาบมาแล้วอีกอย่างยังปวดแผลอยู่ด้วย แต่นอนอยู่ดีๆ ก็เริ่มใจสั่นแปลกๆ ร่างกายข้างในก็ร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนต้องถลกผ้าห่มออกแต่ทั้งที่รู้สึกร้อนมากมายขนาดนี้กลับไม่มีเหงื่อออก นี่ฉันเป็นอะไรไปแล้วเนี่ย
“คลื่น....”
คนแรกที่ฉันนึกถึงคือเขา เดินสั่นเทาออกมาข้างนอก หายใจหอบลึกสะท้านทรวง ร่างกายมันกระสับกระส่ายอยู่ไม่สุข คลื่นนั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้ที่ระเบียง หันมามองฉันทันทีที่รู้สึกถึงการมา แววตาคมกริบฉายแวววูบไหว
