บทที่ 4 สตรีมากเสน่ห์ 1
ภายในตำหนักแห่งพระราชวังอันเป็นที่ประทับของฮองเฮาซึ่งจัดเอาไว้สำหรับเป็นที่พักพิงชั่วคราวให้องค์หญิงแคว้นเฉินได้พำนักระหว่างรอพิธีอันเป็นมหามงคลในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า
ฮองเฮาทรงต้องการดูแลว่าที่พระชายาในโอรสคนรองของพระนางด้วยองค์เองจึงทรงมอบตำหนักแห่งนี้ให้เฉินลี่หลินเป็นพิเศษ
“ยามอยู่ในท้องพระโรง ข้าเห็นใครบางคนมือไม้สั่นจนแก้มพองลม” ฉีเล่อเอ่ยเชิงเย้าทับถมเฉินลี่หลินในทันทีหลังจากที่ทั้งสองได้เดินเข้ามายังห้องโถงของตำหนักอันรโหฐานหรูหรา
“อา...ใครคนนั้นคงกำลังหิวมากเป็นแน่” เฉินลี่หลินไม่มีทางยอมรับหรอกว่านางกำลังเกิดอาการจิตตกฉับพลันตอนอยู่ในท้องพระโรงนั่น น่าขายหน้านัก!
“อ้อ...” ฉีเล่อลากเสียงยาว “เช่นนั้นข้าจะจัดอาหารให้มากหน่อย เกรงว่าใครคนนั้นจะไม่อิ่มหนำสำราญ แล้วโมโหหิวขึ้นมา” เขาช่างยียวนได้ตลอดเวลา
“ย่อมเป็นเช่นนั้น” เฉินลี่หลินเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นสูงลอยหน้าลอยตา “หาไม่แล้ว ใครคนนั้นคงหิวจนตาลายจนอาจจะกลืนกินองค์ชายสูงศักดิ์เข้าไปได้ทั้งตัว”
ฉีเล่อถึงกับชะงักกับคำว่า กลืนกิน
เฉินลี่หลินยังคงไม่รู้ว่าหลุดคำใดออกมาจึงเงยหน้าขึ้นมองบุรุษตรงหน้าแบบเต็มตาทำท่าทางเชิดหน้าเชิดตาน่าชัง
ฉีเล่อยืนนิ่งจ้องมองดวงตาเรียวสวยจมูกเชิดรั้นริมฝีปากสีชมพูอมแดงของสตรีตรงหน้าให้ความรู้สึกคันยุบยิบที่หัวใจ
เฉินลี่หลินยังคงยกยิ้มน้อยๆ แต่มีเสน่ห์มากนักยักคิ้วหลิ่วตาอย่างนึกสนุกเมื่อเห็นฉีเล่อยืนนิ่งจ้องมองมาโดยไร้ซึ่งเส้นเสียงเอ่ยเถียงอันใด
ฉีเล่อยิ่งนึกเข่นเขี้ยวสตรีตรงหน้าขึ้นมาจับใจ เขาควรจะ ต้องไปเร่งรัดกรมพิธีการที่รับผิดชอบการจัดงานมงคลสมรสให้รวดเร็วขึ้นอีกสักหน่อย หาไม่แล้วเขาคงอกแตกตาย
เมื่อคิดได้อย่างนั้นจึงรีบหมุนตัวเดินคล้ายพุ่งร่างออกไปจากตำหนักรับรองแห่งนี้ในทันที
ครานี้เป็นเฉินลี่หลินบ้างที่ต้องมองตามฉีเล่อตาปริบๆ อย่างไม่เข้าใจอันใด
ไยรีบออกไปอย่างนั้น นางแค่ล้อเล่น มิได้หิวจริงๆ เสียหน่อย อะไรกัน!?
งานเลี้ยงต้อนรับภายในพระราชวังเป่ยฉีที่ประดับประดาไปด้วยธงหลากสีและโคมแสงสวย
ค่ำคืนนี้เฉินลี่หลินแต่งกายด้วยอาภรณ์สีแดงลวดลายดอกเหมยกุ้ยสีสดตามที่ฮองเฮาทรงให้คนเตรียมเอาไว้ให้ กระทั่งเกล้าผมทรงใดล้วนเป็นคำสั่งของว่าที่แม่สามี
นางได้รับเครื่องประดับทองแท้ระยิบระยับหลากหลายประโคมใส่ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าจากฮองเฮาจนตนเองดูสง่างามสูงค่ามากมายและแต่งแต้มใบหน้าเอาไว้เป็นอย่างดีจนเผยความสวยเฉิดฉันท์เป็นโฉมสะคราญล่มเมืองล่มแคว้นโดยมิได้ใช้ผ้าโปร่งปิดบังใบหน้าเฉกเช่นเมื่อยามกลางวัน เนื่องจากนางมีเวลามากพอในการเตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยงยามนี้และยังจำได้ดีกับคำครหายามอยู่ในท้องพระโรง
หญิงสาวถูกจัดที่นั่งเยื้องลงมาจากตำแหน่งสูงสุดขององค์จักรพรรดิและฮองเฮาโดยได้นั่งเคียงคู่กับฉีเล่อที่อยู่ในอาภรณ์สูงค่างามสง่าเฉกเช่นปกติ
ส่วนนายทหารติดตามรวมถึงพี่ชายทั้งสองของนางจำต้องถูกกันตัวเอาไว้ให้อยู่ในบริเวณส่วนเฉพาะแค่ภายนอกงานจัดเลี้ยงที่ห่างออกไป
ฉีเล่อจึงคอยดูแลเฉินลี่หลินไม่ห่างกายทั้งยังคอยแนะนำบรรดาสมาชิกในราชวงศ์ของเขาให้นางได้รู้จัก
“ตรงข้ามที่นั่งของพวกเราคือพี่ใหญ่ร่วมอุทรหนึ่งเดียวของข้าซึ่งก็คือรัชทายาทนามว่าฉีหย่งเหอ”
เส้นเสียงทุ้มต่ำน่าฟังของฉีเล่อเอ่ยคำเรียบเรื่อยแนะนำบรรดาพี่น้องของเขาให้หญิงสาวข้างกายได้รับฟัง “ที่นั่งเคียงข้างกับพี่ใหญ่คือท่านหญิงหลี่ลี่เหมย นางเป็นว่าที่ชายาของพี่ใหญ่และเป็นว่าที่ฮองเฮาในภายภาคหน้าเมื่อพี่ใหญ่ของข้าขึ้นครองราชย์”
เฉินลี่หลินมองตามคำบอกเล่าตามทิศทางนั้นๆ อย่างเชื่อฟังและรับรู้เป็นอย่างดี
นางเห็นองค์รัชทายาทนามว่า ฉีหย่งเหอ เป็นบุรุษหนุ่มรูปงามใบหน้าหล่อเหลาท่าทางเย็นชาเช่นเดียวกับฉีเล่อและที่นั่งเคียงข้างกันกับรัชทายาทคือท่านหญิงนามว่า หลี่ลี่เหมย สตรีผู้งดงามอย่างหาตัวจับได้ยาก กลิ่นอายสูงศักดิ์ไม่ธรรมดาแผ่กำจายฉายชัดออกมาอย่างเข้มข้น หากแต่ใบหน้าได้รูปของนางเผยความร้ายกาจมากนักโดยเฉพาะดวงตาที่ทอประกายโฉบเฉี่ยวร้ายลึกอย่างชัดแจ้ง ท่วงท่าดั่งนางพญาก็ไม่ปาน สตรีนางนั้นแลดูเหนือชั้นมากนักหากเปรียบเทียบกับสตรีทุกนางภายในงานเลี้ยงค่ำคืนนี้
ฉีเล่อยังคงแนะนำองค์ชายและองค์หญิงที่นั่งเรียงรายตามลำดับไปเรื่อยๆ เฉินลี่หลินเพียงลากสายตาสวยเฉี่ยวของตนมองตามการบอกเล่าไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกัน
นางสังเกตได้ว่าตำแหน่งที่ฉีเล่อนั่งอยู่นี้เป็นรองเพียงฮ่องเต้ ฮองเฮาและองค์รัชทายาทก็เท่านั้น นับได้ว่าฉีเล่อค่อนข้างมีอำนาจเหนือองค์ชายและองค์หญิงคนอื่นๆ มากนัก
ทั้งนี้ทั้งฉีเล่อและองค์รัชทายาทคือพี่น้องสายตรงที่ถือกำเนิดจากฮ่องเต้และฮองเฮานั่นเอง
แต่เดี๋ยวก่อนนะ! ว่าที่พระชายาหรือ?
เฉินลี่หลินลากสายตากลับมาที่สตรีท่าทางร้ายกาจฉายชัดนางหนึ่งนามว่า หลี่ลี่เหมย
ฉีเล่อแนะนำว่าสตรีนางนี้เป็นว่าที่พระชายาขององค์รัชทายาท แสดงว่ายังมิใช่ชายาขององค์รัชทายาท ทั้งๆ ที่ตำแหน่งที่นั่งอันสูงศักดิ์แห่งนั้น เป็นตำแหน่งของพระชายา ทำไมหนอ?
ในขณะที่เฉินลี่หลินกำลังให้ความสนใจกับสตรีนามว่า หลี่ลี่เหมย ฉีเล่อก็กำลังสนใจสายตาขององค์ชายและบุรุษหนุ่มภายในงานเลี้ยงทั้งหลาย
เขาสังเกตเห็นได้ว่าพี่น้องของเขาและขุนนางหนุ่มแน่นหลายคนจ้องมองเฉินลี่หลินแบบไม่วางตา บางคนอมยิ้มกรุ้มกริ่ม บางคนมองด้วยนัยน์ตาพราวระยับ และบางคนแสดงออกฉายชัดว่าชมชอบนางแบบเปิดเผย
ฮึ่ม! มันใช่หรือไม่!?
“ลี่หลิน” ฉีเล่อเรียกขานหญิงสาวข้างกายเสียงเย็น
“หืม...”
“หันหน้ามา”
เฉินลี่หลินหันหน้าเข้าหาฉีเล่อตามคำแต่กลับต้องชะงัก เนื่องจากถูกเขาเอาผ้ามาปิดบังใบหน้าแล้วผูกเอาไว้อย่างเร็ว
“...!?”
