บทที่ 5 สตรีมากเสน่ห์ 2
ในขณะที่ทางฝั่งของฉีเล่อกำลังเกิดปรากฏการณ์น้ำส้มเปรี้ยวไหใหญ่ส่งกลิ่นฉุนจนชายหนุ่มถึงกับสะกิดสตรีข้างกายให้ผูกผ้าปิดบังใบหน้างดงามจนเหลือเพียงดวงตาเรียวสวย
ทางฝั่งเยื้องออกมาไม่ไกลกันกำลังเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกได้ว่ากลุ่มโจรราคะจ้องจะเด็ดบุปผาของผู้อื่น
พวกเขามิคาดคิดว่าองค์หญิงแคว้นเฉินนางนี้จะงดงามสวยเฉี่ยวถึงเพียงนี้ เนื่องจากว่าในท้องพระโรงยามกลางวันนั้นนางปิดบังอำพรางใบหน้าด้วยผ้าโปร่งสีแดงจนเห็นเพียงดวงตาสวยเฉี่ยว แต่ยามนี้นางได้เปิดเผยใบหน้างดงามให้ได้ยลโฉม
อา...น่าเสียดาย
พวกเขานึกเสียดายองค์หญิงรูปงามนามว่าเฉินลี่หลินยิ่งนัก หากเป็นไปได้พวกเขาอยากจะแต่งงานกับนางเสียเอง
เหล่าบุรุษในงานเลี้ยงต้อนรับคิดการได้อย่างนั้นกันอย่างพร้อมเพรียง โดยเฉพาะองค์ชายสามนามว่าฉีเซียนเช่อ ผู้ที่เอ่ยคำเรื่องที่เฉินลี่หลินปิดบังอำพรางใบหน้าในท้องพระโรงวันนี้
ฉีเซียนเช่อกำลังนั่งมองเฉินลี่หลินด้วยความพึงใจ เขาคิดเอาไว้แล้วเชียวว่านางต้องเป็นสตรีที่งดงามมาก เห็นเพียงดวงตาที่สวยเฉี่ยวปานนั้นเขาย่อมแน่ใจ
มิน่าเล่า! สัญญาสงบศึกฉบับเก่ายังไม่ทันได้หมดลงพี่ชายของเขาก็รีบปิดผนึกการเจรจาด้วยการตกลงแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ในทันที พี่รองเจอหยกงามในป่าใหญ่แต่กลับคิดรวบรัดครอบครองอย่างรวดเร็ว ฮึ! ร้ายกาจเสียจริง
อันว่าสตรีนั้นไม่ต่างอันใดกับเสื้อผ้าแลเครื่องประดับ หากผู้ใดแตะต้องจับจองได้ก่อนย่อมต้องเป็นของคนผู้นั้น
เมื่อฉีเซียนเช่อคิดการได้อย่างนั้น ริมฝีปากของเขาจึงค่อยๆ ยกโค้งขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์
นางก็แค่สตรีบรรณาการจะแต่งให้องค์ชายคนใดของเป่ยฉีก็มีค่าเท่ากัน เห็นทีเขาคงต้องหาทางเชยชมโฉมงามของพี่รองเสียหน่อย หากนางติดอกติดใจเขาแล้วเปลี่ยนจากพี่รองเป็นเขาสัญญาเชื่อมสัมพันธ์กับต่างแคว้นก็ยังคงมีผลสมบูรณ์ได้อยู่ดี
หึหึ!
หลังจากงานงานเลี้ยงต้อนรับจบลงองค์หญิงแคว้นเฉินยังคงพำนักยังตำหนักรับรองของเป่ยฉี
ในระหว่างรอเข้าพิธีอันเป็นมงคลสมรสที่จะเกิดขึ้นในอีกเกือบสองเดือนเฉินลี่หลินเพียงนั่งๆ นอนๆ รอเวลาก็เท่านั้น แต่ทว่าในทุกๆ วันมักจะมีองค์หญิงและองค์ชายรวมถึงขุนนางหนุ่มแน่นเข้ามาเยี่ยมเยือนผูกมิตรฉันท์สหายกับหญิงสาวไม่ขาดสาย
หนึ่งในนั้นมีองค์ชายสามนามว่าฉีเซียนเช่อรวมอยู่ด้วย
เขามักจะมากับองค์หญิงนามว่าฉีหลันที่เป็นพี่น้องร่วมอุทรจากสนมคนเดียวกันและทำทีเป็นผูกมิตรเป็นเพียงสหายกันกับเฉินลี่หลิน
หากแต่นัยน์ตาคู่คมบนใบหน้าหล่อเหลาของฉีเซียนเช่อ กลับกรุ้มกริ่มทอประกายเจิดจ้าเปิดเผยความนัยฉายชัด เขาเป็นบุรุษหนุ่มเจ้าสำราญและมั่นใจในตนเองยิ่งนัก ทำเอาเฉินลี่หลินต้องคอยหลบเลี่ยงอยู่ตลอดเวลา
เหตุการณ์นั้นเฉินลี่หลินมิได้นึกกลัวเกรงอันใด นางเพียงรู้สึกเสียวสันหลังวาบๆ เมื่อเห็นสายตาคมดุของฉีเล่อที่มองมา
และวันนี้ก็เช่นกัน...
องค์หญิงสูงศักดิ์จากต่างแดนกำลังนั่งทอดอารมณ์ชมความงามของสระบัวขนาดใหญ่ที่ตกแต่งรอบสระด้วยหมู่แมกไม้และมวลบุปผานานาพันธุ์ให้ความรู้สึกเสมือนอยู่บนสรวงสวรรค์ก็ไม่ปาน
ในขณะที่เฉินลี่หลินกำลังนั่งจิบชาชิมขนมอยู่ในศาลาเสียงขององค์หญิงนามว่าฉีหลันพลันดังเข้ามาขัดจังหวะความสำราญของนาง
“อยู่ที่นี่เองหรือ ข้าเดินตามหาเจ้าเสียนาน” ฉีหลันเอ่ยคำพร้อมรอยยิ้มหวานล้ำที่ไปไม่ถึงดวงตา ภายใต้ใบหน้างดงามของนางแฝงไปด้วยความริษยา นางเดินมาแล้วเห็นองค์หญิงนางนี้สวยงามบาดตาบาดใจเหลือเกิน ภาพที่นางนั่งนิ่งๆ มองดอกบัวในสระช่างงดงามดั่งภาพวาดกระนั้น
หึ! งามถึงเพียงนี้หากเสื่อมเสียชื่อเสียงถูกครหาทั่วแคว้นคงหมดสิ้นความงามไปตลอดกาล
ฉีหลันคิดการอย่างชั่วร้ายภายใต้ใบหน้าใสซื่อรอยยิ้มอ่อนหวาน “ข้ากับพี่สามมาเยี่ยมเยือนเจ้าด้วยเกรงว่าเจ้าจะเหงาและไม่คุ้นชินกับต่างเมือง” นางกล่าวพลางเดินมานั่งเคียงข้างเฉินลี่หลินอย่างสนิทชิดเชื้อ
ในวันนี้ที่ฉีหลันเดินทางมาหาเฉินลี่หลิน นางมีแผนชายงามของพี่สามให้มานั่งคุยกับเฉินลี่หลินอย่างสนิทสนมเพียงสองต่อสอง แล้วนางก็จะเป็นพยานว่าทั้งสองนัดพบกันลับหลังพี่รอง
ให้งานแต่งงานของเฉินลี่หลินต้องเปลี่ยนตัวเจ้าบ่าวเป็นองค์ชายสาม หึหึ! เมื่อพี่สามของนางได้เชยชมสมใจพอไม่นานก็เขี่ยทิ้ง ทีนี้คนงามก็จะเสียหายมิได้ผุดมิได้เกิด
สตรีทั่วไปพอได้เห็นหญิงงามเป็นหนึ่งย่อมต้องเปรียบเทียบกับตนเองและเมื่อได้เปรียบเทียบจึงได้พบว่าตนเองหาได้เทียบเทียมไม่ ความริษยาอิจฉาในความงามจึงบังเกิด
ฉีหลันก็เช่นกัน หากนางสามารถทำให้คนที่งามกว่านางล้มทั้งยืนได้ นางย่อมต้องกระทำไม่มีว่างเว้น
องค์ชายสามฉีเซียนเช่อ พี่ชายของฉีหลันก็จะได้ขุมกำลังจากต่างแคว้นหนุนหลังและตระกูลของนางก็จะยิ่งใหญ่ขึ้น มารดาของนางก็จะได้เลื่อนขั้นที่สูงขึ้น ฉีหลันคิดการณ์อย่างชั่วร้ายภายใต้รอยยิ้มสวยหวานน้ำเสียงเป็นมิตร
เฉินลี่หลินเพียงกะพริบตามองฉีหลันโดยมิได้ว่ากล่าวสิ่งใดโต้ตอบกลับไป
นางย่อมต้องทำตัวสงบเสงี่ยมงดงามเป็นสตรีชั้นสูงในห้องหอตลอดเวลา นั่นคือคำสั่งของบิดามารดาของนางที่กำชับหนักหนาว่าอย่าได้เผยธาตุแท้ออกมาด้วยเกรงว่าจะเสียเรื่องกับต่างแคว้น
