บทที่ 3 สามีทำงานหนัก

ตอนที่ 3

สามีทำงานหนัก

หลังทานอาหารเสร็จ ทั้งสามคนเดินเล่นภายในห้างต่อ และอย่างที่พราวตะวันคาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้า 

พันดาราน้องสาวควงแขนพาสเธอมาหยุดอยู่หน้าร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดัง

“พี่พราวขา ชุดนี้สวยไหมคะ” น้องสาวช่างประจบลากแขนพราวตะวันไปยังราวเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ ราคาสินค้าตามป้ายสูงถึงหลายพันบาท

“สวย”

“พี่พราว ซื้อให้น้องหน่อยนะคะ น้องอยากมีชุดไปใส่เดตกับแฟน”

“เอ๋ แฟนเหรอ นี่ดารามีแฟนใหม่แล้วเหรอ” พราวตะวันหันมาถาม เนื่องจากก่อนนี้ไม่นาน เธอเหมือนเพิ่งได้ยินพันดาราบ่นว่าทะเลาะกับแฟนสักราวๆ ต้นปีเท่านั้น

“มีแล้วค่ะ”

“ดารา เขาเป็นเด็กดีน่ารัก ใครเห็นก็เอ็นดู ไม่แปลกหรอกที่จะมีคนรัก คนชื่นชอบ” เหมือนดาวเดินเข้ามาใช้มือจับเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนของลูกสาวอย่างภาคภูมิใจ

“นะคะ พี่พราว ดาราไม่มีชุดสวยๆ ใส่ไปเดทเลย”

“ไม่มีชุดสวยอย่างนั้นเหรอ เดือนที่แล้วพี่เพิ่งซื้อชุดใหม่ให้ไป 2 ชุด จำไม่ได้หรือไง”

“แต่นั่นน้องใส่ไปงานวันเกิดเพื่อนคุณพ่อนี่คะ อันนี้ใส่ไปเดทกับแฟนมันคนละงานกัน ใส่ซ้ำ ใส่บ่อย คนก็จำได้ ถ่ายรูปออกมาก็ไม่สวยนะสิคะ”

“เอาเถอะถ้าอยากได้ก็เลือกมา”

พราวตะวันยิ้มบางๆ หันหลังเดินห่างออกไปอีกทาง ไม่ได้สนใจว่า 2 แม่ลูกจะเลือกซื้อชุดอะไร เพราะในใจของเธอมีแผนสำหรับค่าใช้จ่ายทุกอย่าง สำหรับการดูแลครอบครัวอยู่ในงบประมาณที่คิดว่าเหมาะสม และตัวเองไม่เดือดร้อน

ขณะพันดารากำลังเลือกเสื้อผ้าใหม่ พราวตะวันได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น พราวตะวันเพียงหันไปชำเลืองมอง กระทั่งเห็นรอยยิ้มของน้องสาวขยายกว้าง พันดาราเหลือบสายตาขึ้นมามองเธอนิดหน่อยอย่างเหนียมอาย แล้วเดินเลี่ยงออกไปคุยโทรศัพท์อีกทาง

“ดาราก็ คิดถึงพี่เหมือนกันค่ะ คืนนี้เจอกันนะ เดี๋ยวดาราใส่ชุดสวยๆ ไปอวดนะคะ”

เมื่อวางสาย พันดาราเดินตรงรี่กลับมา พร้อมรอยยิ้มที่ยังไม่จาง พุ่งเข้าสวมกอดพราวตะวันทันที

“ยิ้มกว้างอย่างนี้ แฟนโทรมาละสิ”

“ค่ะ คืนนี้นัดว่าจะไปดินเนอร์กันค่ะ”

“อย่างนั้นก็ควรรีบกลับไปอาบน้ำแต่งตัวสวยสินะ”

“อื้อ พี่พราว ขอเงินไปทำผมเพิ่มได้หรือเปล่าคะ”

“อะไรกัน นี่เพิ่งวันที่ 20 เท่านั้น เงินเดือนที่พี่โอนให้หมดแล้วเหรอ” ดวงตาเฉียบของพราวตะวัน ทำเอาสองแม่ลูกกลืนน้ำลาย

แม้เธอจะใจดี แต่นับว่ามีความเด็ดขาด นอกจากค่าใช้จ่ายในบ้านหลังใหญ่ของพ่อ ที่เธอโอนเงินให้พ่อทุกเดือน เดือนละห้าหมื่นบาท แล้ว เหมือนดาวยังแอบมาขอเพิ่มเติมโดยให้เหตุผลว่ารายจ่ายสูงขึ้น และพันดาราเองก็ยังหางานเป็นหลักเป็นแหล่งไม่ได้

“แหม...พี่พราว ยังไม่หมดหรอกค่ะ แต่ว่ามันก็เหลือน้อยแล้ว เดี๋ยวค่าใช้จ่ายมันสูงขึ้น พี่พราวก็ทราบนี่คะ”

“ใช่พี่รู้ แต่ดาราเองก็ต้องวางแผนเรื่องรายจ่าย เอาละถ้าจะขอเงินเพิ่มสำหรับทำผม อย่างนั้นพี่จะซื้อชุดให้แค่ชุดเดียวเท่านั้น เลือกเอานะว่าจะเอาชุดไหน”

“พี่พราว”

“นี่พราว น้องอุตส่าห์จะไปเดท ได้เจอผู้ชายดีๆ แต่งหน้าทำผมสวย ใส่ชุดสวย มันเป็นการสร้างความประทับใจนะ สนับสนุนน้องหน่อยสิ”

“ผู้ชายถ้าเขาจะรักเราจริงๆ ต่อให้เราใส่เสื้อผ้าธรรมเขาก็รักค่ะ แต่ถ้าเขาไม่รักเปลี่ยนชุดใหม่กี่ชุดเขาก็ไม่สนหรอก”

“ใช่สิ เธอแต่งงานมีสามีแล้วนี่ เธอถึงพูดได้ แต่อย่าเพิ่งมั่นใจไปหน่อยเลยว่าสิ่งที่เธอพูดนั้นถูก ฉันน่ะผ่านร้อน ผ่านหนาวมาก่อน ฉันรู้ความต้องการของพวกผู้ชายดี”

“คุณเหมือนดาวพูดเหมือนผ่านผู้ชายมามาก เลยนะคะ”

“นี่เธอ...”

“แค่ชุดเดียว เดือนนี้พี่โอนเงินให้ดาราไปแล้วเต็มจำนวน วันนี้พามาทานข้าว ซื้อชุดให้อีก มันจะเกินงบที่พี่ตั้งเอาไว้ไปหน่อย นอกเสียจากน้องจะยอมให้พี่หักส่วนเกินออกจากเงินเดือน ในเดือนหน้าอย่างนั้นพี่จะยอมจ่ายให้” ความเด็ดขาดของพราวตะวันเรียบง่าย แต่ทำเอา 2 แม่ลูกไม่กล้าต่อรอง

“ก็ได้ค่ะ เอาชุดเดียวก็ได้ แต่ขอเงินทำผม ทำเล็บด้วยนะคะ” น้องสาวเดินเข้ามาหอมแก้มอย่างประจบเอาใจ จนพราวตะวันได้แต่ถอนหายใจให้กับความช่างออดอ้อนนั้น

“แล้วนี่คบกันนานแล้วเหรอ”

“สักพักแล้วค่ะ”

“อือ ค่อยๆ ศึกษาดูใจกันไปแล้วกัน อย่าเพิ่งรีบร้อน”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ แฟนคนนี้คุณแม่ชอบมาก เป็นผู้ใหญ่ ใจดี สุภาพ หน้าที่การงานก็ดีนะคะ” พันดาราทำนัยน์ตาชวนฝัน

“อย่างนั้นก็ดีแล้ว เขาจะได้ดูแลน้องได้” พราวตะวันยิ้มเดินไปรออยู่ยังเคาน์เตอร์แคชเชียร์เพื่อรอจ่ายเงิน

เมื่อเคลียร์ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว พราวตะวันแวะซื้อของกิน ของใช้สำหรับฝากไปให้พ่อบังเกิดเกล้านิดหน่อย จากนั้นเดินไปส่งแม่เลี้ยงและพันดาราที่ลานจอดรถ เพราะเห็นว่าจอดรถใกล้กัน

ก่อนจะเดินกลับมาที่รถของตัวเอง จัดแจงนำของสด ของแห้ง ของใช้ที่ตั้งใจจะนำกลับไปทำกับข้าวมื้อค่ำให้สามีทาน อย่างน้อยคืนนี้ เธอยังมีโอกาสชดเชยวันเกิดของเขาเมื่อคืน

รถยังคงแล่นออกไปไม่พ้นห้างสรรพสินค้า พลันเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นเห็นว่าเป็นชื่อของสามี หากแต่ธุระที่เขาโทรกลับมาหา ทำให้รอยยิ้มของภรรยาอย่างเธอหมองลง

“วันนี้พี่กลับดึกนะ พราวไม่ต้องรอ นอนได้เลย”

สายถูกตัดไปอย่างรวดเร็ว ทั้งที่พราวตะวันยังถือโทรศัพท์ค้างอยู่ในมือ สายตาเหลือบมองกระจกมองหลัง เห็นถุงอาหารต่างๆ ที่เมื่อครู่เธอยังลังเลว่าจะทำเมนูอะไรเพิ่มดี หากแต่ตอนนี้เธอกลับลังเลว่าจะทำยังไงให้มันไม่เน่าเสีย

ช่วงชะลอเพื่อคืนบัตรจอดรถ รถคันหนึ่งกำลังเคลื่อนตัวผ่านไป กระจกฝั่งผู้โดยสารถูกเลื่อนลง เป็นใบหน้าสวยสดใจ และยิ้มมอันร่าเริงของพันดาราโผล่ออกมาโบกมือให้

“ขับรถดีๆ นะคะ พี่พราว” พราวตะวันไม่ได้ยกมือตอบ เพียงแค่ส่งยิ้มตอบกลับไปเท่านั้น พลันความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในหัวใจ

วันนี้ทุกคนต่างมีคนให้กลับไปหา ส่วนคนที่เธอเฝ้ารอ กลับมีแต่งานที่สำคัญกว่าเสมอ พราวตะวันเม้มริมฝีปาก พ่นลมหายใจออกมา พึมพำกับตัวเอง

“อย่าคิดมากเลย พี่พงก็คงเครียดเรื่องงานไม่ต่างกัน”

พราวตะวันนั่งอยู่บนเตียง ภายในห้องนอนไอแพดวางอยู่บนตัก แต่สายตากลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับสิ่งที่เธอกำลังอ่านเท่าไรนัก เข็มนาฬิกาบนผนังห้องเดินต่อไปเรื่อยๆ จนใกล้เที่ยงคืน เสียงเครื่องยนต์คุ้นเคยจึงดังขึ้น พร้อมรถของพงศธรแล่นผ่านประตูรั้ว มาหยุดสนิทที่โรงจอดรถ

“กลับดึกอีกแล้ว” สายตาเหลือบมองนาฬิกาโดยอัตโนมัติ และมันช่างบังเอิญที่ช่วงเวลานี้มันเกือบซ้อนทับกันกับเวลากลับบ้านของพงศธรเมื่อวาน ห่างกันแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น

พราวตะวันเดินมาหยุดยืนอยู่ริมหน้าต่างห้องนอน มองประตูรั้วอัตโนมัติที่ค่อยๆ เลื่อนปิดตัวเอง หันกลับไปมองรถของสามี เครื่องยนต์ดับลงแล้วแต่เขายังคงนั่งอยู่ภายในรถ

พราวตะวันมองเห็นแสงจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ที่ทาบอยู่ชิดติดแก้มของสามี พลางขยับริมฝีปากราวกับกำลังสนทนากับใครบางคน พลันอยู่ๆ พงศธรชะโงกหน้าขึ้นมาและเห็นว่าบนชั้นสองนั้น ภรรยากำลังยืนมอง ก่อนที่เขาจะรีบตัดจบบทสนทนา แล้วเปิดประตูลงมาจากรถ เพื่อเดินเข้าบ้าน

“กลับดึกจังเลยนะคะ ช่วงนี้ที่บริษัทงานยุ่งมากเลยเหรอคะ”

แม้จะลาออกจากงานมา 3 ปีแล้ว แต่พราวตะวันจำได้ว่า ตลอดระยะเวลาที่เธอดำรงตำแหน่งผู้จัดการ บริษัทไม่เคยมีงานมากจนถึงขนาดให้พนักงาน โดยเฉพาะระดับผู้จัดการอยู่ทำงานล่วงเวลา อาจมีบ้างในตำแหน่งพนักงานบริษัททั่วไป แต่อย่างไรเสียก็ไม่ใช่กลับดึกทุกวันอย่างนี้

หากแต่คำถามของเธอไม่ได้รับคำตอบจากสามี เพราะเขามีสายโทรศัพท์เรียกเข้า พร้อมกับประโยคโต้ตอบกันเรื่องงานดูวุ่นวายซับซ้อน ราวกับยังสนทนากับปลายสายไม่จบ

“ตกลงครับ เดี๋ยวผมจะรีบจัดการให้ รบกวนทางคุณส่งเอกสารกลับมาที่อีเมล์ของผมได้เลย พรุ่งนี้เช้าค่อยคุยรายละเอียดกันอีกที” พงศธรตีสีหน้าขรึมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกดวางสาย แล้วถอนหายใจยาว ทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงอย่างคนหมดแรง

“งานไม่จบไม่สิ้นจริงๆ” พงศธรยกมือคลึงขมับเบา ๆ

“เหนื่อยมากหรือคะ ให้พราวนวดให้ดีหรือเปล่า” พราวตะวันขยับเข้าไปใกล้ ยกมือขึ้นไปแตะบ่าสามีเบาๆ หากแต่อีกฝ่ายกลับขยับลุกขึ้นยืน โบกมือไปมาแล้วขอตัวไปอาบน้ำ

“ไม่เป็นไร พราวพักเถอะ พี่จะอาบน้ำนอนละเหนื่อยเหลือเกิน” ร่างสูงคว้าผ้าเช็ดตัวเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ทิ้งให้พราวตะวันเพียงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น กระทั่งได้ยินเสียงน้ำจากฝักบัวไหลกระทบพื้นกระเบื้อง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป