บทที่ 1 ตอนที่ 1 คืนที่ท่านประธานเสียการควบคุม
ตอนที่ 1
คืนที่ท่านประธานเสียการควบคุม
ฝนตกหนักตั้งแต่หัวค่ำ เสียงเม็ดฝนกระทบกระจกสูงจรดเพดานของตึกระฟ้าดังเป็นจังหวะถี่รัว ราวกับเมืองทั้งเมืองกำลังถูกม่านน้ำสีเทากลืนกิน แสงไฟจากถนนเบื้องล่างพร่าเลือนอยู่หลังหยดฝน ขณะที่ชั้นบนสุดของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ยังคงสว่างจ้า ทั้งที่นาฬิกาบอกเวลาเกือบสี่ทุ่มแล้ว
ลลินยืนอยู่หน้าห้องทำงานของท่านประธานพร้อมแฟ้มแบบร่างหนาเกือบสิบเซนติเมตรในอ้อมแขน ปลายผมที่เปียกละอองฝนแนบอยู่กับแก้มขาว เธอเพิ่งกลับจากไซต์งานโรงแรมใหม่ ยังไม่ทันได้พักก็ถูกเรียกขึ้นมาพบเจ้าของโครงการโดยด่วน
ประตูไม้สีเข้มเปิดออกก่อนที่เธอจะเคาะ เลขาหน้าห้องส่งสายตาเห็นใจมาให้ ก่อนจะรีบเดินถอยออกไปเมื่อเจ้าของห้องเอ่ยเสียงเรียบจากด้านใน
“เข้ามา” ภาคินกล่าวด้วยน้ำเสียงต่ำและเฉียบขาด โดยที่สายตายังจับอยู่บนจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ตรงหน้า
ลลินสูดลมหายใจช้า ๆ ก่อนก้าวเข้าไปในห้องกว้างที่เงียบจนได้ยินเสียงส้นรองเท้าของตัวเองกระทบพื้นหินอ่อน ทุกอย่างในห้องนี้หรูหรา เย็นชา และไร้ความรู้สึกเหมือนเจ้าของห้องไม่มีผิด โต๊ะทำงานสีดำสนิทตั้งอยู่กลางห้อง เอกสารกองสูงอย่างเป็นระเบียบ แสงจากโคมไฟสะท้อนใบหน้าคมของชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังโต๊ะให้ดูเย็นเยียบยิ่งกว่าเดิม
ภาคินเงยหน้าขึ้นมองเธอ แววตาคมกริบกวาดผ่านเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปียกชื้นตรงหัวไหล่ แก้มซีดจากความเย็น และแฟ้มงานที่เธอกอดไว้แน่นราวกับเกราะป้องกันตัวเอง แต่เขาไม่ได้ถามว่าเธอเหนื่อยหรือหนาวหรือไม่ เขาเพียงเลื่อนแท็บเล็ตบนโต๊ะมาตรงหน้า
“แบบห้องรับรองชั้นพิเศษที่คุณส่งมา ผมไม่อนุมัติ” ภาคินพูดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา ใบหน้าของเขานิ่งสนิทเหมือนคำปฏิเสธนี้ไม่ได้มีน้ำหนักอะไรต่อความพยายามหลายคืนของคนตรงหน้าเลย
ลลินนิ่งไปครู่หนึ่ง มือที่กอดแฟ้มกระชับแน่นขึ้น ความเหนื่อยที่สะสมมาตลอดวันถูกความไม่ยุติธรรมกระแทกซ้ำจนหัวใจร้อนวูบ แต่เธอยังพยายามควบคุมเสียงของตัวเองไม่ให้สั่น
“ขอทราบเหตุผลได้ไหมคะท่านประธาน เพราะแบบนี้ผ่านการปรับตามโจทย์ของฝ่ายบริหารครบทุกข้อแล้ว ทั้งความหรูหรา ความเป็นส่วนตัว และความอบอุ่นสำหรับแขกวีไอพี” ลลินเอ่ยอย่างสุภาพ แต่แววตาของเธอไม่ยอมถอยแม้แต่น้อย
ภาคินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมจ้องเธอนิ่ง ราวกับต้องการวัดว่าผู้หญิงตัวเล็กตรงหน้ากล้าท้าทายเขาไปได้อีกแค่ไหน
“มันอบอุ่นเกินไปจนขาดความน่าเกรงขาม ห้องรับรองของโรงแรมระดับนี้ต้องทำให้แขกรู้สึกว่ากำลังอยู่เหนือคนอื่น ไม่ใช่รู้สึกเหมือนกลับบ้าน” ภาคินตอบเสียงเรียบ ปลายนิ้วเคาะลงบนโต๊ะเบา ๆ อย่างคนที่เคยชินกับการตัดสินทุกอย่างให้จบในคำเดียว
ลลินวางแฟ้มลงบนโต๊ะตรงหน้าเขา ไม่แรงจนเสียมารยาท แต่หนักพอให้เสียงกระทบโต๊ะดังชัดเจนในห้องเงียบ เธอเปิดแบบร่างหน้าที่ถูกคั่นไว้ด้วยกระดาษสีฟ้า แล้วหมุนให้เขาดูอย่างมั่นใจ
“ถ้าแขกอยากรู้สึกว่าอยู่เหนือคนอื่น เขามีห้องประชุม ห้องบอลรูม และเพนต์เฮาส์ให้เลือกอยู่แล้วค่ะ แต่ห้องรับรองคือพื้นที่แรกที่เขาจะวางความเหนื่อยลงก่อนเจรจาธุรกิจสำคัญ ความอบอุ่นไม่ได้แปลว่าอ่อนแอ และความน่าเกรงขามก็ไม่จำเป็นต้องเย็นชาจนไม่มีชีวิต” ลลินอธิบายด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ดวงตาคู่สวยมีประกายของคนที่เชื่อในงานของตัวเองเต็มหัวใจ ความเงียบหล่นลงกลางห้องทันที
ภาคินจ้องเธออยู่หลายวินาที เขาเคยเจอคนเถียงมามาก แต่ส่วนใหญ่เถียงเพราะอวดดีหรือหวังเอาชนะ ทว่าผู้หญิงตรงหน้ากลับเถียงเพราะเธอเชื่อจริง ๆ ว่างานของเธอมีหัวใจ และนั่นทำให้เขารู้สึกแปลกอย่างประหลาด
“คุณกำลังบอกว่าผมไม่เข้าใจหัวใจของพื้นที่อย่างนั้นหรือ” ภาคินถามเสียงต่ำลง แววตาเข้มขึ้นจนบรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบให้แคบลง
ลลินรู้ว่าคำถามนั้นอันตราย แต่เธอถอยไม่ได้ หากเธอยอมให้เขาตัดสินเพียงเพราะอำนาจ งานทั้งหมดของทีมก็จะถูกเปลี่ยนจนเหลือเพียงความสวยงามที่ไร้ความหมาย
“ดิฉันกำลังบอกว่าท่านประธานอาจมองพื้นที่จากมุมของเจ้าของโครงการ แต่งานออกแบบต้องมองจากมุมของคนที่จะเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในนั้นด้วยค่ะ” ลลินตอบอย่างระมัดระวัง แต่ทุกคำชัดเจนจนไม่เหลือช่องให้ตีความเป็นอย่างอื่น
มุมปากของภาคินขยับเพียงเล็กน้อย ไม่ใช่รอยยิ้ม หากคล้ายสัญญาณของความสนใจที่เขาไม่ทันระวังตัวเอง ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจน ลลินได้กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ผสมกลิ่นฝนจากเสื้อสูทของเขา
“คุณรู้ไหมว่าคนส่วนใหญ่ในบริษัทนี้ไม่มีใครกล้าพูดกับผมแบบคุณ” ภาคินกล่าวช้า ๆ ดวงตาของเขาก้มมองใบหน้าหวานที่ยังเชิดขึ้นอย่างดื้อดึง
ลลินพยายามไม่ถอย ทั้งที่หัวใจเต้นแรงจนแทบกลบเสียงฝนด้านนอก เธอไม่เคยอยู่ใกล้ผู้ชายคนไหนแล้วรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ริมหน้าผาเช่นนี้มาก่อน ภาคินไม่ได้แตะต้องเธอ แต่สายตาของเขากลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้ทั้งตัว
“ดิฉันทราบค่ะ แต่ถ้าหน้าที่ของดิฉันคือออกแบบ ดิฉันก็ควรปกป้องงานของตัวเอง ไม่ใช่พยักหน้ารับทุกอย่างเพียงเพราะคนตรงหน้าเป็นท่านประธาน” ลลินตอบด้วยเสียงที่พยายามให้มั่นคง แม้ปลายนิ้วจะเริ่มเย็นเฉียบโดยไม่รู้ตัว
ภาคินมองมือเล็กที่กำแฟ้มไว้แน่น แล้วเลื่อนสายตากลับมาหยุดที่ริมฝีปากของเธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะดึงตัวเองกลับมาด้วยความหงุดหงิดที่ไม่อาจอธิบายได้ เขาไม่ชอบความรู้สึกเสียการควบคุม และผู้หญิงคนนี้กำลังทำให้เขาเสียมันตั้งแต่คำแรกที่เธอโต้แย้ง
“คุณกล้ามาก ลลิน” ภาคินเอ่ยชื่อเธอเป็นครั้งแรกในคืนนั้น น้ำเสียงของเขาลึกและหนักจนคนถูกเรียกเผลอกลั้นหายใจ
ลลินควรดีใจที่เขาจำชื่อเธอได้ แต่กลับรู้สึกเหมือนชื่อของตัวเองกลายเป็นสิ่งอันตรายเมื่อหลุดออกจากปากเขา เธอกำลังจะตอบ ทว่าเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเสียก่อน
