บทที่ 4 ตอนที่ 4 อ้อมกอดแรกในคืนฝนพรำ

ตอนที่ 4

อ้อมกอดแรกในคืนฝนพรำ

เช้าวันรุ่งขึ้นหลังคืนฝนกระหน่ำ ลลินก้าวเข้าบริษัทด้วยหัวใจที่ยังไม่กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวดีนัก ภาพดวงตาคมของภาคิน คำถามที่เขาถามเธอเมื่อคืน และสัมผัสอบอุ่นตรงข้อมือยังคงตามหลอกหลอนอยู่ในความทรงจำราวกับเงาฝนที่ลบไม่ออก

เธอบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าทุกอย่างเป็นเพียงความเผลอไผลชั่วขณะ เขาเป็นท่านประธาน ส่วนเธอเป็นเพียงนักออกแบบคนหนึ่ง เธอไม่ควรคิดเกินกว่างาน ไม่ควรหวั่นไหวกับคำพูดของผู้ชายที่มีผู้หญิงอย่างเมธาวียืนอยู่ข้างตัวอยู่แล้ว แต่เพียงก้าวแรกที่เธอเดินผ่านประตูกระจกเข้ามา เสียงซุบซิบก็ดังขึ้นรอบตัวทันที

สายตาหลายคู่หันมามองเธอ บางคนทำทีเป็นก้มมองโทรศัพท์ บางคนหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่ปิดบัง มีข้อความในกลุ่มแชตพนักงานถูกส่งต่อกันอย่างรวดเร็ว เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่ภาคินจับข้อมือเธอไว้หน้าห้องทำงานเมื่อคืน

ภาพนั้นไม่ได้ชัดพอจะบอกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ชัดพอจะทำให้คนอยากคิดไปไกลได้อย่างง่ายดาย

“เก่งนะคะคุณลลิน แก้งานคืนเดียวก็ได้ใกล้ชิดท่านประธานถึงขนาดนี้ ไม่รู้ว่าแก้แบบหรือแก้อะไรกันแน่” พนักงานหญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้นขณะเดินผ่านโต๊ะทำงานของเธอ พร้อมรอยยิ้มที่เหมือนคมมีดเคลือบน้ำตาล

ลลินชะงักมือที่กำลังวางกระเป๋าลงบนเก้าอี้ เธอเงยหน้ามองคนพูดอย่างพยายามควบคุมตัวเอง ไม่อยากให้ความเจ็บในอกกลายเป็นน้ำตาต่อหน้าคนที่รอดูเธอล้ม

“เมื่อคืนฉันขึ้นไปคุยงานออกแบบตามที่ได้รับคำสั่งค่ะ ถ้าใครสงสัยเรื่องงาน ฉันยินดีเปิดแฟ้มให้ดูทุกหน้า” ลลินตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่แววตากลับแข็งพอจะทำให้คนฟังรู้ว่าเธอไม่ได้ยอมให้เหยียบ         ง่าย ๆ

“โอ๊ย ไม่ต้องเปิดแฟ้มหรอกค่ะ ทุกคนเห็นอยู่แล้วว่าแฟ้มงานของคุณคงพิเศษกว่าของคนอื่น ท่านประธานถึงต้องจับมือตรวจด้วยตัวเอง” พนักงานหญิงคนเดิมกล่าวกลั้วหัวเราะ ขณะที่เพื่อนอีกสองสามคนยิ้มตามอย่างสนุกกับการทำร้ายคนอื่นด้วยถ้อยคำ

ลลินรู้สึกเหมือนถูกน้ำเย็นสาดกลางหน้า ทั้งที่ในอกกลับร้อนผ่าวด้วยความอับอายและโกรธ เธออยากเถียง อยากปกป้องศักดิ์ศรีตัวเอง แต่ยิ่งพูด คนพวกนี้ก็ยิ่งเอาไปต่อเติมเป็นเรื่องสนุก

เธอจึงเลือกเงียบ หยิบแฟ้มงานขึ้นมาแล้วเดินเข้าห้องประชุมเล็กโดยไม่หันกลับไปมองใครอีก

ตลอดวันนั้น ข่าวลือแพร่ไปเร็วกว่าฝนเมื่อคืนเสียอีก บางคนบอกว่าเธอจงใจอยู่ดึกเพื่อให้ภาคินเห็นใจ บางคนบอกว่าเธอกำลังใช้ความอ่อนหวานไต่ขึ้นไปหาตำแหน่งที่สูงกว่าเดิม และบางคนถึงขั้นกล่าวหาว่าเธอคงอยากแทนที่เมธาวี ผู้หญิงที่ทุกคนเชื่อว่าจะได้หมั้นหมายกับภาคินในไม่ช้า

ลลินพยายามก้มหน้าทำงาน เธอแก้แบบห้องรับรองอย่างละเอียดตามข้อเสนอเมื่อคืน แต่ทุกเส้นที่ลากลงบนกระดาษกลับพร่าเลือนเพราะแรงกดดันในอก

จนกระทั่งช่วงเย็น หลังประชุมย่อยกับทีมเสร็จ เธอได้ยินเสียงคนคุยกันจากมุมชงกาแฟ

“ผู้หญิงแบบนี้น่ากลัวนะ ทำเป็นมีศักดิ์ศรี แต่จริง ๆ คงเล็งท่านประธานมาตั้งนานแล้ว” เสียงหนึ่งกล่าวอย่างเหยียดหยามโดยไม่คิดว่าคนถูกพูดถึงจะได้ยิน

“ก็หน้าตาดี พูดจาดี ใครจะรู้ว่าใช้วิธีไหนบ้าง ท่านประธานถึงได้ออกตัวปกป้องเมื่อคืน” อีกเสียงตอบพร้อมเสียงหัวเราะเบา ๆ ที่ทำให้ลลินเจ็บจนต้องกำมือแน่น

“ถ้าเป็นฉันนะ ไม่อยู่ให้คนด่าหรอก ลาออกไปเถอะ อายแทน” เสียงเดิมกล่าวทิ้งท้ายเหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจ

ลลินยืนอยู่หลังผนังกระจก มือที่ถือแก้วกาแฟสั่นเล็กน้อย เธอพยายามกลืนก้อนสะอื้นลงคอ แต่สุดท้ายก็วางแก้วลงอย่างเงียบเชียบ ก่อนเดินกลับโต๊ะทำงานด้วยหัวใจที่เย็นเฉียบ

เธอเปิดลิ้นชัก หยิบซองเอกสารเปล่าออกมา แล้วพิมพ์ใบลาออกด้วยมือที่สั่นจนต้องแก้คำผิดหลายครั้ง

ทุกตัวอักษรที่ปรากฏบนหน้าจอเหมือนกำลังบอกเธอว่า ความพยายามทั้งหมดที่ผ่านมาคงไร้ค่าเมื่อผู้หญิงคนหนึ่งถูกตีตราเพียงเพราะยืนใกล้ผู้ชายที่สูงเกินเอื้อม เมื่อถึงเวลาเลิกงาน ฝนก็เริ่มตกอีกครั้ง

ลลินเก็บของลงกระเป๋า ใส่ใบลาออกไว้ในแฟ้ม แล้วเดินลงไปยังลานจอดรถใต้ตึกโดยไม่บอกใคร เธอคิดว่าจะยื่นเอกสารให้ฝ่ายบุคคลในวันรุ่งขึ้น แล้วออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ก่อนที่หัวใจตัวเองจะถูกทำลายไปมากกว่านี้ แต่เธอไม่รู้เลยว่า ภาคินเฝ้ามองเธอจากห้องทำงานชั้นบนมาตั้งแต่บ่าย

เขาเห็นสีหน้าซีดเผือดของเธอ เห็นเธอเดินออกจากห้องประชุมพร้อมแววตาที่พยายามเข้มแข็ง และเห็นข้อความสกปรกในกลุ่มแชตที่เลขานำมาให้ดูพร้อมใบหน้ากังวล ยิ่งเห็น เขายิ่งรู้สึกเหมือนมีบางอย่างเดือดอยู่ใต้ความนิ่งของตัวเอง

ภาคินลงลิฟต์ส่วนตัวมาถึงลานจอดรถในเวลาไล่เลี่ยกับลลิน หญิงสาวกำลังเดินฝ่าสายฝนที่สาดเข้ามาจากช่องเปิดด้านข้างของอาคาร ผมยาวเปียกแนบแก้ม กระเป๋าสะพายข้างไหล่ และแฟ้มงานถูกกอดแน่นไว้แนบอก

“ลลิน” ภาคินเรียกชื่อเธอเสียงต่ำ ขณะก้าวตามไปท่ามกลางเสียงฝนที่กระแทกพื้นคอนกรีตดังสนั่น

ลลินหยุดเดินชั่วขณะ ก่อนเร่งฝีเท้าต่อเหมือนไม่ได้ยิน เสียงหัวใจของเธอดังแข่งกับเสียงฝน เธอไม่พร้อมเจอเขา ไม่พร้อมเห็นสายตาที่ทำให้เธออ่อนแอ ทั้งที่เธอกำลังรวบรวมแรงทั้งหมดเพื่อเดินออกไป

“ผมเรียกคุณอยู่ ทำไมไม่หยุด” ภาคินกล่าวเมื่อคว้าข้อมือเธอไว้ทันก่อนถึงรถแท็กซี่ที่จอดรออยู่ไกลออกไป น้ำเสียงของเขาเข้มขึ้นอย่างคนที่ไม่คุ้นชินกับการถูกเมิน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป