บทที่ 6 ตอนที่6 ความสัมพันธ์ที่ควรหยุด
ตอนที่6
ความสัมพันธ์ที่ควรหยุด
ลลินหลับตาลงช้า ๆ ราวกับคำพูดนั้นแตะถูกส่วนที่อ่อนแอที่สุดในใจ เธอควรหยุดเขา ควรดึงตัวเองกลับ แต่ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาและสายตาที่ไม่ยอมปล่อยเธอให้แตกสลายเพียงลำพัง ทำให้กำแพงในใจค่อย ๆ พังลงทีละน้อย
“ฉันกลัวค่ะภาคิน” ลลินกระซิบชื่อเขาออกมาอย่างยอมแพ้ เสียงนั้นเบาจนแทบเป็นลมหายใจ แต่กลับทำให้หัวใจคนฟังสั่นไหวรุนแรง
“ผมก็กลัวเหมือนกัน กลัวว่าถ้าปล่อยคุณไปคืนนี้ ผมจะไม่มีโอกาสดึงคุณกลับมาอีก” ภาคินตอบพร้อมดึงเธอเข้ามากอดแน่น แต่ยังอ่อนโยนพอให้เธอรู้ว่าเขาไม่ได้ช่วงชิงอะไรจากเธอ หากกำลังขอพื้นที่ในหัวใจเธออย่างเงียบงัน
ลลินซบหน้ากับอกเขา น้ำตาเปียกเสื้อเชิ้ตของเขาเป็นวงเล็ก ๆ ภาคินลูบผมเธอช้า ๆ ท่ามกลางเสียงฝนที่ยังตกไม่ขาดสายอยู่หลังผนังกระจกสูง
ความใกล้ชิดค่อย ๆ เปลี่ยนจากอ้อมกอดปลอบโยนเป็นความรู้สึกลึกซึ้งที่ทั้งคู่กดไว้ไม่ไหวอีกต่อไป ภาคินก้มลงจูบหน้าผากเธอก่อนเลื่อนมาหยุดใกล้ริมฝีปาก ลลินเงยหน้าขึ้นมองเขาทั้งน้ำตาและความหวั่นไหว เธอไม่ได้เอ่ยคำอนุญาตออกมา แต่การที่เธอไม่ถอยหนีอีกแล้วก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนพอ
จุมพิตของเขาในครั้งนี้ไม่รุนแรงเหมือนกลางฝน หากลึกซึ้งและอ่อนโยนกว่าจนลลินเจ็บหัวใจ ภาคินประคองเธอราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลาย คามือ ขณะที่ลลินค่อย ๆ ปล่อยให้ความกลัวหลอมละลายไปกับความอบอุ่นของเขา
คืนนั้น เสียงฝนพรำกลายเป็นพยานเงียบ ๆ ให้หัวใจสองดวงที่ข้ามเส้นบางอย่างไปพร้อมกัน ความสัมพันธ์ที่ควรหยุดตั้งแต่แรกกลับลึกซึ้งเกินกว่าจะถอยกลับไปเป็นเพียงเจ้านายกับลูกน้องได้อีก ภาคินกอดลลินไว้ในอ้อมแขนตลอดคืน ราวกับกำลังปกป้องเธอจากโลกทั้งใบ ทั้งที่เขาเองก็ยังไม่รู้เลยว่าโลกใบนั้นกำลังเตรียมทำร้ายพวกเขาอย่างไร
รุ่งเช้า แสงอ่อนสีหม่นลอดผ่านม่านหนาทึบเข้ามาในห้อง ลลินลืมตาขึ้นพร้อมอาการปวดศีรษะจาง ๆ และความทรงจำเมื่อคืนที่ไหลย้อนกลับมาเหมือนคลื่นกระแทกใจ
เธออยู่ในห้องของภาคิน อยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายที่ไม่ควรเข้าใกล้ และหัวใจของเธอก็ไม่ได้เสียใจเท่าที่ควรจะเสียใจ
ลลินค่อย ๆ ขยับตัวออกจากอ้อมแขนเขา แต่เพียงเธอเคลื่อนไหว ภาคินก็ลืมตาขึ้นทันที ดวงตาคมยังง่วงอยู่เล็กน้อย แต่แขนที่โอบเธอกลับกระชับแน่นขึ้นเหมือนกลัวว่าเธอจะหายไป
“จะไปไหน” ภาคินถามเสียงแหบต่ำจากการเพิ่งตื่น ใบหน้าของเขาใกล้จนลลินไม่อาจซ่อนความตื่นตระหนกในแววตาได้
“ฉันควรกลับค่ะ ก่อนที่ทุกอย่างจะยิ่งผิดไปกว่านี้” ลลินตอบเบา ๆ แล้วหลบตาเขา เพราะความอบอุ่นเมื่อคืนกำลังถูกความจริงยามเช้ากัดกินอย่างโหดร้าย
“เมื่อคืนไม่ใช่ความผิดพลาดสำหรับผม” ภาคินกล่าวทันที น้ำเสียงของเขาชัดเจนจนลลินชะงักไปทั้งตัว
ลลินเงยหน้ามองเขา ความเจ็บ ความหวัง และความกลัวปะปนกันในดวงตาคู่สวยจนภาคินรู้สึกแน่นอก
“แต่สำหรับฉัน มันอาจกลายเป็นบาดแผล ถ้าคุณพูดแบบนี้เพราะแค่ต้องการปลอบใจ” ลลินตอบอย่างยากลำบาก เธออยากเชื่อเขา แต่ชีวิตสอนให้เธอกลัวคำพูดหวานที่ไม่มีวันรับผิดชอบ
ภาคินยันตัวลุกขึ้นนั่ง เขาจับมือเธอไว้แล้วมองตาเธออย่างหนักแน่น
“ผมไม่เคยทำอะไรโดยไม่รับผิดชอบ และผมไม่เคยพูดเพื่อปลอบใจใครโดยไม่รู้สึกจริง” ภาคินกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคง ทุกคำเหมือนคำประกาศมากกว่าคำปลอบโยน
ลลินนิ่งงัน หัวใจไหวแรงจนเจ็บ เธอไม่ทันได้ตอบ เสียงกริ่งหน้าห้องก็ดังขึ้น
ภาคินขมวดคิ้วทันที เขาหยิบเสื้อคลุมขึ้นสวมแล้วเดินออกไปเปิดประตูโดยไม่คิดว่าจะมีใครมาหาในเวลานี้
ประตูเปิดออกพร้อมกลิ่นน้ำหอมหวานจัดที่ลลินจำได้ขึ้นใจ
เมธาวียืนอยู่หน้าห้องในชุดสวยไร้ที่ติ ใบหน้ามีรอยยิ้มอ่อนหวานตามแบบฉบับของเธอ แต่รอยยิ้มนั้นค่อย ๆ แข็งค้างเมื่อสายตาเหลือบผ่านไหล่ของภาคินเข้าไปเห็นเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาบนร่างลลินที่ยืนตัวซีดอยู่ด้านใน
“เมคงมาผิดเวลาใช่ไหมคะภาคิน” เมธาวีพูดเสียงนุ่ม แต่แววตากลับเย็นเฉียบจนลลินรู้สึกเหมือนถูกผลักลงสู่พื้นน้ำแข็ง
ลลินยืนตัวชาอยู่กลางห้อง ขณะที่ภาคินขยับมายืนบังเธอโดยสัญชาตญาณ ทว่าเพียงการกระทำนั้นก็ยิ่งทำให้ความแค้นในดวงตาของเมธาวีลุกวาบขึ้นอย่างเงียบงัน
ภาคินยังไม่รู้ว่า ประตูที่เปิดขึ้นในเช้านี้ไม่ได้เพียงเปิดให้เมธาวีเห็นความจริงบางส่วนเท่านั้น แต่มันกำลังเปิดทางให้แผนทำลายลลินเริ่มต้นอย่างรุนแรงกว่าเดิม
