บทที่ 7 ตอนที่ 7 ผู้หญิงที่ไม่ควรแตะต้อง
ตอนที่ 7
ผู้หญิงที่ไม่ควรแตะต้อง
แสงเช้าสีหม่นลอดผ่านผ้าม่านหนาทึบของคอนโดสูงกลางเมือง ลลินยืนอยู่กลางห้องรับแขกด้วยเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ของภาคินที่คลุมร่างเล็กไว้จนเกือบถึงเข่า มือทั้งสองข้างเย็นเฉียบขณะกำชายเสื้อแน่น หัวใจของเธอยังเต้นแรงจากเสียงกริ่งหน้าห้องที่ดังขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
เมธาวียืนอยู่หน้าประตูด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานอย่างผู้ดี แต่แววตากลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งคมบางที่พร้อมกรีดทุกสิ่งตรงหน้า เธอมองผ่านไหล่กว้างของภาคินเข้ามาเห็นลลินเต็มตา และเพียงเสี้ยววินาทีนั้น ลลินก็รู้ทันทีว่าตนเองกำลังยืนอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ควรอยู่ที่สุดในชีวิต
“เมคงมาผิดเวลาจริง ๆ สินะคะภาคิน” เมธาวีพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ารอยยิ้มบนริมฝีปากกลับตึงจนแทบปริแตก
ภาคินไม่ได้ถอยเปิดทางให้เธอเข้ามา เขายืนขวางอยู่หน้าประตูอย่างมั่นคง ใบหน้าคมเรียบสนิทจนอ่านความรู้สึกไม่ออก แต่ลลินมองเห็นจากแผ่นหลังกว้างของเขาว่าชายหนุ่มกำลังไม่พอใจ
“คุณมาทำอะไรแต่เช้า” ภาคินถามเสียงต่ำ โดยไม่มีแม้แต่คำทักทายที่ควรมอบให้ผู้หญิงซึ่งสังคมทั้งสังคมกำลังจับคู่ให้เขา
เมธาวีกะพริบตาช้า ๆ ราวกับข่มบางอย่างไว้ในอก ก่อนชูถุงอาหารเช้าจากร้านหรูขึ้นมาให้ดูด้วยท่าทีที่พยายามรักษาความสง่างาม
“เมเป็นห่วงค่ะ เมื่อคืนคุณไม่รับสาย คุณหญิงรัชนีก็กังวล เมเลยแวะเอาอาหารเช้ามาให้ ไม่คิดว่าจะเจอแขกของคุณอยู่ด้วย” เมธาวีกล่าวพลางเลื่อนสายตาไปหยุดที่ลลินอีกครั้ง คำว่าแขกถูกเน้นเบา ๆ อย่างจงใจให้แสบลึก
ลลินหน้าซีดลงกว่าเดิม เธออยากอธิบายว่าเมื่อคืนเธอไข้ขึ้น เขาเพียงพามาดูแล แต่ไม่ว่าพูดอย่างไร ภาพของเธอในเสื้อของภาคินกลางห้องของเขาก็ไม่มีวันฟังดูบริสุทธิ์ในสายตาเมธาวี
“เมื่อคืนลลินไม่สบาย ผมพาเธอมาพักที่นี่” ภาคินตอบตรง ๆ น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่หนักแน่น ไม่มีท่าทีหลบซ่อนหรือรู้สึกผิดแม้แต่น้อย
เมธาวีหัวเราะเบา ๆ เหมือนได้ยินเรื่องน่าขัน ทั้งที่มือข้างหนึ่งกำสายถุงกระดาษแน่นจนข้อนิ้วซีด
“ภาคินเป็นคนใจดีแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรคะ ถึงขั้นพาพนักงานผู้หญิงมาพักที่คอนโดส่วนตัวทั้งคืน เมเพิ่งรู้ว่าคุณมีน้ำใจกับคนในบริษัทมากขนาดนี้” เมธาวีกล่าวด้วยรอยยิ้มบาง แต่ทุกพยางค์เหมือนเข็มที่ตั้งใจปักลงบนศักดิ์ศรีของลลิน
ลลินกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เธอก้าวออกมาข้างหน้าเล็กน้อย แม้ขายังสั่นจากพิษไข้และความอับอายก็ตาม
“คุณเมธาวีคะ เรื่องเมื่อคืนไม่มีอะไรเกินเลยอย่างที่คุณคิด ฉันไข้ขึ้นเพราะตากฝน คุณภาคินแค่ช่วยเหลือฉันเท่านั้นค่ะ” ลลินพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและพยายามมั่นคงที่สุด แต่คำอธิบายของเธอกลับเบาเหลือเกินเมื่อเทียบกับสายตาดูแคลนของอีกฝ่าย
เมธาวีหันมามองเธอเต็มตา รอยยิ้มอ่อนหวานยังอยู่บนใบหน้า แต่ดวงตากลับแข็งกระด้างอย่างไม่คิดปิดบัง
“คุณลลินไม่จำเป็นต้องอธิบายกับเมหรอกค่ะ ผู้หญิงด้วยกันมองแค่นี้ก็เข้าใจแล้วว่าอะไรเป็นอะไร” เมธาวีกล่าวเสียงนุ่ม ก่อนเลื่อนสายตาลงมองเสื้อเชิ้ตบนร่างลลินอย่างช้า ๆ จนคนถูกมองรู้สึกเหมือนถูกเปลื้องศักดิ์ศรีต่อหน้า
ภาคินก้าวเข้ามาบังลลินมากขึ้น ท่าทีของเขาทำให้เมธาวีหุบยิ้มลงเล็กน้อย
“พอได้แล้วเมธาวี ถ้าคุณไม่มีธุระอะไร ก็กลับไปก่อน” ภาคินกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ท่อนแขนแข็งแรงขวางอยู่ระหว่างผู้หญิงสองคนอย่างชัดเจนว่าเขาเลือกปกป้องใคร
เมธาวีจ้องเขานิ่งอยู่หลายวินาที ความแค้นวาบผ่านแววตาก่อนถูกกลบด้วยรอยยิ้มที่ดูงดงามเกินจริง
“เมเข้าใจค่ะ เมจะไม่ทำให้คุณลำบากใจต่อหน้าแขกของคุณ แต่หวังว่าภาคินจะไม่ลืมนะคะว่าเย็นนี้คุณหญิงรัชนีรอคุยเรื่องสำคัญ และบางเรื่องถ้าเลยเส้นไปแล้ว ต่อให้คุณอยากถอย ก็อาจถอยไม่ได้อีก” เมธาวีกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเรียบ ก่อนวางถุงอาหารเช้าไว้หน้าประตูแล้วหันหลังเดินจากไปอย่างสง่างาม
