บทที่ 8 ตอนที่8 หัวใจเจ็บ
ตอนที่8
หัวใจเจ็บ
ประตูปิดลงพร้อมความเงียบหนักอึ้งที่กดทับทั้งห้อง
ลลินยืนตัวแข็งอยู่กับที่ ความร้อนผ่าวแล่นขึ้นขอบตาแต่เธอพยายามกลืนมันลงไป เธอไม่อยากร้องไห้ต่อหน้าภาคินอีก ไม่อยากทำตัวเหมือนผู้หญิงอ่อนแอที่ต้องรอให้เขาปกป้องทุกครั้ง
“ฉันควรกลับแล้วค่ะ” ลลินพูดขึ้นเบา ๆ หลังจากความเงียบทอดยาวจนเกือบเจ็บปวด
ภาคินหันกลับมามองเธอ แววตาคมอ่อนลงเมื่อเห็นใบหน้าซีดและดวงตาแดงก่ำของหญิงสาว
“คุณยังตัวร้อนอยู่ กลับไปตอนนี้ไม่ได้” ภาคินกล่าวพร้อมก้าวเข้ามาหา แต่ลลินถอยหลังโดยอัตโนมัติ
“ฉันอยู่ต่อไม่ได้ค่ะ แค่นี้ก็เกินพอแล้ว ถ้ามีใครรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่ทั้งคืน ชีวิตฉันในบริษัทคงพังไม่เหลืออะไร” ลลินตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย เธอกอดแขนตัวเองไว้แน่นเหมือนกำลังรวบรวมเศษความเข้มแข็งที่เหลืออยู่
ภาคินชะงัก สายตาคมมองเธอนิ่ง ความรู้สึกผิดแล่นผ่านแววตาเพียงชั่ววูบก่อนถูกความเด็ดขาดแทนที่
“ถ้าใครกล้าทำให้ชีวิตคุณพังเพราะเรื่องนี้ ผมจะจัดการเอง” ภาคินกล่าวเสียงต่ำ แต่ชัดเจนจนลลินรู้ว่าเขาหมายความตามนั้นทุกคำ
ลลินยิ้มเศร้า ๆ ความอบอุ่นจากคำพูดของเขาทำให้หัวใจเจ็บยิ่งกว่าเดิม เพราะเธอรู้ดีว่าบางเรื่องต่อให้เขามีอำนาจมากแค่ไหน ก็ไม่อาจลบสายตาคนทั้งบริษัทได้
“คุณจัดการคนได้ค่ะ แต่จัดการความคิดคนไม่ได้ และทุกครั้งที่คุณออกหน้าปกป้องฉัน คนที่ถูกเกลียดมากขึ้นก็คือฉัน ไม่ใช่คุณ” ลลินพูดอย่างตรงไปตรงมา ดวงตาคู่สวยสบตาเขาอย่างอ่อนล้าแต่ไม่ยอมแพ้
ภาคินนิ่งไป เขาไม่ชอบความจริงข้อนั้นเลย แต่ไม่อาจปฏิเสธได้
“แล้วคุณจะให้ผมทำอย่างไร ยืนมองเฉย ๆ ตอนคนอื่นเหยียบคุณอย่างนั้นหรือ” ภาคินถามด้วยน้ำเสียงกดต่ำ ความหงุดหงิดปนความปวดร้าวสะท้อนชัดในแววตา
ลลินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนค่อย ๆ ก้มหน้าลงมองมือของตัวเอง
“ฉันอยากให้คุณปล่อยฉันกลับไปยืนด้วยตัวเองค่ะ ถ้าฉันล้มเพราะตัวเอง ฉันยังพอรับได้ แต่ถ้าฉันล้มเพราะถูกดึงเข้าไปในโลกของคุณ ฉันกลัวว่าจะไม่มีแรงลุกขึ้นอีก” ลลินกล่าวเบา ๆ ทว่าทุกคำเหมือนทิ่มแทงคนฟังอย่างรุนแรง
ภาคินเดินเข้ามาใกล้ เธอถอยอีกก้าว แต่คราวนี้แผ่นหลังแตะพนักโซฟาเสียก่อน ชายหนุ่มหยุดตรงหน้าในระยะที่ใกล้พอให้เธอได้กลิ่นหอมสะอาดจากร่างกายเขา
“คุณคิดว่าผมจะปล่อยให้คุณล้มคนเดียวจริง ๆ หรือ” ภาคินถามเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคมทอดมองเธอเหมือนต้องการให้เชื่อในสิ่งที่เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะรับมือกับมันอย่างไร
ลลินมองเขา น้ำตาคลอขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่
“ฉันไม่กลัวล้มเท่ากลัวว่าวันหนึ่งคุณจะเป็นคนปล่อยมือค่ะ” ลลินตอบเสียงแผ่ว ก่อนรีบเบือนหน้าหนีเพราะรู้ว่าตัวเองพูดความรู้สึกออกไปมากเกินควร
ภาคินเงียบลงในทันที มือที่ตั้งใจจะยกขึ้นแตะใบหน้าเธอค้างอยู่กลางอากาศ ก่อนค่อย ๆ ลดลง เขาไม่มีคำตอบที่สวยงามพอให้เธอในเวลานั้น เพราะชีวิตของเขายังเต็มไปด้วยพันธะที่เขาไม่เคยเลือก แต่มีสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนขึ้นทุกที นั่นคือเขาไม่ต้องการปล่อยผู้หญิงคนนี้ไป
“ผมจะให้คนขับรถไปส่งคุณ แต่คุณต้องพักก่อนอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง และกินข้าวเช้าให้หมด” ภาคินกล่าวในที่สุด น้ำเสียงกลับมาเรียบนิ่ง แต่แววตายังเต็มไปด้วยความห่วงใย
ลลินพยักหน้าเบา ๆ เพราะรู้ว่าต่อให้เธอดื้อ เขาก็คงไม่ยอมให้เธอออกไปในสภาพนี้อยู่ดี
ช่วงสายวันนั้น ลลินกลับถึงห้องเช่าของตัวเองพร้อมหัวใจที่สับสนจนแทบหายใจไม่ออก เธอเปลี่ยนเสื้อผ้า กินยา แล้วนอนพักเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก่อนฝืนลุกไปบริษัทในช่วงบ่าย เพราะไม่อยากให้ใครคิดว่าเธอหายไปเพราะเรื่องเมื่อคืนแต่เพียงก้าวเข้าสำนักงาน เธอก็รู้ว่าตนเองคิดผิดสายตาทุกคู่หันมามองเธอเร็วกว่าครั้งก่อน เสียงกระซิบดังขึ้นรอบตัวเหมือนฝูงแมลงร้ายในฤดูฝน หน้าจอโทรศัพท์หลายเครื่องถูกปิดลงทันทีที่เธอเดินผ่าน แต่ไม่ทันก่อนที่เธอจะเห็นข้อความบางส่วนในกลุ่มแชตพนักงาน
“เมื่อคืนหายไปกับท่านประธานจริงไหม”
“เห็นคุณเมธาวีไปคอนโดแต่เช้าเลยนะ”
“เก่งมาก จากนักออกแบบขึ้นเป็นคนโปรดท่านประธานในคืนเดียว”
เลือดในกายลลินเย็นวาบ เธอยืนอยู่กลางทางเดินโดยรู้สึกเหมือนพื้นทั้งชั้นกำลังเอียง เธออยากวิ่งหนี แต่ศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่บังคับให้เธอก้าวต่อไปจนถึงโต๊ะทำงาน ยังไม่ทันได้นั่ง หัวหน้าทีมก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าลำบากใจ
“ลลิน ท่านประธานเรียกพบที่ห้องประชุมเล็กชั้นบน และให้เธอนำแฟ้มโครงการโรงแรมใหม่ไปด้วย” หัวหน้าทีมพูดเสียงเบา แต่สายตาคนรอบข้างกลับวาวขึ้นทันที
ลลินรู้สึกเหมือนถูกผลักขึ้นเวทีประจานอีกครั้ง แต่เธอทำได้เพียงหยิบแฟ้มงานแล้วเดินไปยังลิฟต์ ท่ามกลางเสียงซุบซิบที่ดังไล่หลังอย่างตั้งใจให้ได้ยิน
