บทที่ 9 ตอนที่9 ไม่อยากถูกย้ายไปอยู่ใกล้เขา
ตอนที่9
ไม่อยากถูกย้ายไปอยู่ใกล้เขา
เมื่อเธอไปถึงห้องประชุมเล็ก ภาคินยืนรออยู่แล้ว เขาอยู่ในชุดสูทสีเข้ม เนี้ยบ เย็นชา และดูห่างไกลจากผู้ชายที่กอดเธอไว้เมื่อคืนราวกับเป็นคนละคน
“นั่งสิ” ภาคินกล่าวสั้น ๆ ขณะมองใบหน้าซีดของเธอด้วยสายตาที่อ่อนลงเพียงเล็กน้อย
ลลินนั่งลงอย่างระมัดระวัง วางแฟ้มงานไว้บนโต๊ะ ก่อนเอ่ยขึ้นโดยไม่รอให้เขาพูดก่อน
“ถ้าคุณเรียกฉันมาเพราะเรื่องงาน ฉันพร้อมคุยค่ะ แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่น ฉันคิดว่าเราไม่ควรคุยกันในบริษัทอีก” ลลินพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่หนักแน่น เธอไม่อยากให้คนอื่นมีเรื่องไปเติมเชื้อไฟมากกว่านี้
ภาคินมองเธอนิ่ง ความดื้อรั้นของเธอทำให้เขาทั้งโมโหและนับถือในเวลาเดียวกัน
“ผมเรียกคุณมาเรื่องงาน และเรื่องงานนั้นเกี่ยวข้องกับตำแหน่งของคุณโดยตรง” ภาคินกล่าวพลางเลื่อนเอกสารแผ่นหนึ่งไปตรงหน้าเธอ
ลลินมองเอกสารด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนหัวใจจะกระตุกเมื่อเห็นข้อความคำสั่งย้ายทีมชั่วคราวให้เธอไปขึ้นตรงกับเขาในโครงการโรงแรมใหม่
“นี่หมายความว่ายังไงคะ” ลลินถามเสียงเบาลง ดวงตาเงยขึ้นสบกับเขาด้วยความตกใจ
“ตั้งแต่วันนี้คุณจะดูแลงานออกแบบห้องรับรองและพื้นที่พิเศษทั้งหมดโดยตรงกับผม ไม่ต้องผ่านทีมเดิม และไม่ต้องให้ใครมีโอกาสใช้ข่าวลือมากดดันงานของคุณอีก” ภาคินตอบอย่างเป็นทางการ ราวกับคำสั่งนี้เป็นเพียงการบริหารงานธรรมดา
ลลินหน้าซีดกว่าเดิม เธอเข้าใจทันทีว่าเขาต้องการปกป้องเธอ แต่ในเวลาเดียวกัน คำสั่งนี้ก็เหมือนเทน้ำมันลงบนกองไฟข่าวลือที่กำลังไหม้ลาม
“คุณภาคิน ถ้าคุณทำแบบนี้ คนทั้งบริษัทจะยิ่งคิดว่าฉันได้อภิสิทธิ์เพราะเรื่องส่วนตัว” ลลินกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก เธอไม่อยากถูกย้ายไปอยู่ใกล้เขา ไม่ใช่เพราะไม่อยากอยู่ แต่เพราะกลัวว่าหัวใจและชีวิตของตัวเองจะพังไปพร้อมกัน
“ผมไม่ได้ให้อภิสิทธิ์คุณ ผมให้พื้นที่ที่คุณจะทำงานโดยไม่ถูกคนอื่นเหยียบ” ภาคินตอบทันที แววตาคมเข้มขึ้นอย่างไม่ยอมให้เธอปฏิเสธง่าย ๆ
“แต่สายตาคนอื่นไม่คิดแบบนั้นค่ะ พวกเขาจะบอกว่าฉันใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวแลกตำแหน่ง และครั้งนี้ฉันคงไม่มีทางอธิบายให้ใครเชื่อได้อีก” ลลินโต้กลับด้วยความอัดอั้น น้ำเสียงของเธอสั่นเล็กน้อยเพราะทั้งโกรธ ทั้งกลัว และทั้งเจ็บปวด
ภาคินลุกขึ้น เดินอ้อมโต๊ะมาหยุดตรงหน้าเธอ เขาวางมือทั้งสองข้างลงบนพนักเก้าอี้ของเธอ กักเธอไว้ในระยะที่ใกล้จนลลินเผลอกลั้นหายใจ
“คุณคิดว่าผมจะยอมให้คนพวกนั้นลากคุณลงโคลนต่อไป ทั้งที่ผมเป็นต้นเหตุหรือ” ภาคินถามเสียงต่ำ ทุกคำเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่เขาพยายามกดไว้
ลลินเงยหน้ามองเขา ความใกล้ชิดทำให้หัวใจเธอเต้นแรง แต่ความจริงอันโหดร้ายกลับทำให้เธอเจ็บจนต้องฝืนสบตา
“ถ้าคุณรู้ว่าคุณเป็นต้นเหตุ คุณก็ควรถอยห่างจากฉัน ไม่ใช่ดึงฉันเข้าไปใกล้กว่าเดิมค่ะ” ลลินตอบอย่างยากลำบาก แต่ชัดเจนทุกคำ
ดวงตาของภาคินมืดลง เขาเกลียดคำว่าถอยห่างเมื่อมันออกมาจากปากเธอ
“ผมทำไม่ได้” ภาคินกล่าวสั้น ๆ แต่น้ำเสียงหนักแน่นจนหัวใจของลลินสั่นไหว
ลลินนิ่งไป ริมฝีปากเผยอเล็กน้อยเหมือนจะพูดบางอย่าง แต่เสียงกลับติดอยู่ในลำคอ
“ผมอาจยังตอบคุณไม่ได้ว่าทุกอย่างจะจบอย่างไร แต่ผมตอบได้ว่าผมไม่อยากถอยจากคุณ” ภาคินกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงต่ำลง แววตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับกำลังยอมรับความจริงที่ตัวเองก็เพิ่งเข้าใจ
ลลินรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบแน่น เธออยากเชื่อเขาเหลือเกิน แต่คำพูดของเมธาวีเมื่อเช้า ภาพสายตาคนในบริษัท และความสูงต่างระหว่างโลกของเขากับเธอยังคงยืนขวางอยู่ตรงกลาง
“แล้วคุณเมธาวีล่ะคะ คุณหญิงรัชนีล่ะคะ อนาคตที่ทุกคนวางไว้ให้คุณล่ะ คุณจะให้ฉันยืนอยู่ตรงไหนในเรื่องทั้งหมดนี้” ลลินถามเสียงสั่น ดวงตาของเธอแดงก่ำแต่ยังไม่ปล่อยให้น้ำตาไหล
ภาคินเงียบไปชั่วขณะ และความเงียบนั้นคือคำตอบที่ทำให้ลลินเจ็บที่สุด
เธอค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ทำให้เขาจำต้องถอยออกไปเล็กน้อย มือบางหยิบเอกสารคำสั่งย้ายขึ้นมา ก่อนวางกลับลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง
“ฉันจะทำงานตามคำสั่งค่ะ เพราะมันคือหน้าที่ แต่ขอให้คุณจำไว้อย่างหนึ่ง ถ้าวันหนึ่งฉันพังเพราะการอยู่ใกล้คุณ ฉันอาจไม่มีแรงเหลือพอจะเก็บตัวเองขึ้นมาอีก” ลลินกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่บาดลึกกว่าการกล่าวโทษใด ๆ
ภาคินมองเธอเดินออกจากห้องไปโดยไม่พูดอะไร เขาอยากรั้งเธอไว้ แต่รู้ดีว่าคำตอบที่เธอต้องการ เขายังไม่มีให้ในเวลานี้
