บทที่ 16 ทำไมพวกเจ้าถึงตัวสูงใหญ่กว่าข้านักนะ

เขารู้ดีว่าในหัวใจของนางมีใครคนหนึ่งยืนเต็มพื้นที่หัวใจอยู่นานแล้ว

ซิ่นฮวาในอาภรณ์ของบุรุษมองอาคารที่อยู่เบื้องหน้า พลันในใจกลับบังเกิดความลังเล นี่นาง...ช่างกล้าขนาดนี้เพียงเพื่อชายผู้นั้น คนที่อยู่ด้านหลังลงจากม้าก่อนแล้วจึงยื่นมือไปหมายจะอุ้มนางลงมา แต่ซิ่นฮวารู้ตัวก่อน ตนเองแต่งกายเป็นบุรุษจะให้บุรุษด้วยกันมาอุ้มลงจากม้าได้อย่างไร นางเบี่ยงตัวหลบ สายตาของทั้งคู่ปะทะกัน กันอี๋หรี่ตาเล็กน้อยก็เข้าใจอีกฝ่ายได้ทันที เขายอมถอยห่างให้หญิงสาวในชุดบุรุษลงจากม้าอย่างงามสง่า แม้นางไม่เป็นวรยุทธแต่เรื่องทักษะการขี่ม้าของนางชำนาญไม่ต่างจากบุรุษเลยสักนิด

กันอี๋แสดงท่าทีอ่อนน้อมประหนึ่งเป็นเพียงบ่าวไพร่ กิริยาของเขาทำให้

ซิ่นฮวาเบ้ปากใส่ด้วยความไม่พอใจ แต่กระนั้นยังสวมบทเป็นคุณชายให้กันอี๋นำเข้าไปด้านใน เมื่อพบเสี่ยวเอ้อ เขาเป็นฝ่ายเอ่ยปากบอกห้องที่ตนเองต้องการ เมื่อเดินด้วยกันแล้ว กันอี๋จึงโน้มหน้าลงกระซิบ

“ซิ่นหลิงจองห้องไว้แล้ว ห้องนี้เป็นห้องใหญ่ติดกันสองห้อง เวลานี้เขาเลือกสตรีเข้าไปปรนนิบัติ รอให้ท่านหญิง เอ่อ คุณชายเข้าไปขอรับ”

ซิ่นฮวาพยักหน้าหงึกหงักแต่หัวใจเต้นโครมคราม นางเคยแอบเข้าหอนางโลมอยู่สองสามครั้ง มาช่วยคน มาสืบข่าว แน่นอนว่า หอนางโลมล้วนเป็นแหล่งข่าวชั้นเยี่ยม! แต่ที่เข้ามาล้วนมีเหตุผลอื่น แต่ไหนแต่ไรซิ่นหลิงมักเจ้าแผนการอยู่เสมอ คิดแล้วก็ยิ้มกว้าง นางคิดถูกแล้วที่ปรึกษาเรื่องนี้กับซิ่นหลิง! 

แต่! ไม่อยู่ตุนหวงตั้งห้าปี ไฉนกลับรู้ว่าหอนางโลมแห่งนี้มีห้องพิเศษเช่นนี้ด้วย!

เดินขึ้นบันไดมาที่ชั้นบน ห้องพิเศษที่ว่าอยู่ด้านในสุด มีระเบียงส่วนตัวมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองตุนหวงได้เด่นชัด หญิงสาวในชุดบุรุษหนุ่มนึกขึ้นได้รีบหมุนตัวกลับใช้ฝ่ามือดันแผ่นอกของกันอี๋ไว้ก่อน ทำให้ชายหนุ่มมองมือเรียวที่ทาบอยู่บนหน้าอกของตนอย่างงุนงง

“เจ้าไม่ต้องตามข้าไป”

“เหตุใดมิใช้ข้า เอ่อ บ่าวติดตามไปด้วย”

“ข้าก็เขินอายเป็นนะ” นางพูดเสียงเบา 

ใบหน้าหวานแดงระเรื่อขึ้นมา “เจ้ารอด้านนอก หรือไม่ก็...หาหญิงงาม

สักคนมาปรนนิบัติ ข้าจะออกเงินให้เจ้าเอง” 

กันอี๋เห็นมือเล็กเลื่อนลงไปหยิบถุงเงินแล้วส่งให้เขา ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมาเผลอยิ้มน้อยๆ นึกเอ็นดูท่าทางไร้เดียงสาที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว 

“เช่นนั้น บ่าวรอที่ชั้นล่างนะขอรับ”

“อืม”

ซิ่นฮวาพยักหน้ารับมองกันอี๋ที่เดินกลับไปทางเดิม นางหมุนตัวกลับมาแล้วก้าวเดินได้เพียงสองก้าว ประสาทหูที่ค่อนข้างไวของนางได้ยินบางประโยคเข้าทำให้หันขวับไปทิศทางที่ได้ยินทันที

“วันงานบวงสรวงเทพมังกรดิน ชาวเมืองจัดงานเฉลิมฉลองสนุกสนานไม่มีผู้ใดใคร่สนใจนัก เราฉวยจังหวะนี้ลงมือย่อมดีที่สุด”

“หุบปาก!”

ร่างเล็กในชุดบุรุษสาวเท้าไปตามเสียงที่ได้ยิน ว่ากันว่ามารดาของนางได้ยินเสียงเหล่าพฤษาพูดคุย และเพื่อช่วยบิดาต่อกรกับปีศาจกระหายเลือด มารดาฝืนผนึกที่ปิดโสตประสาทการได้ยินจนโลหิตไหลรินจากหูทั้งสองข้าง นั่นเป็นสาเหตุให้บางครั้งมารดาไม่ได้ยินผู้อื่นสนทนา แต่กระนั้นมารดาก็ใช้วิธี ‘อ่านปาก’ เมื่อครั้งยังเยาว์วัยนางกับซิ่นหลิงเล่นสนุกซุกซนถูกมารดาจับได้และลงโทษ นางน้อยใจมารดาจำไม่ได้ว่าตนเองพูดอะไรออกไปแต่หันหลังให้ ทำให้มารดาไม่ได้ยินเสียงของนาง ทำให้มารดาน้อยใจไม่ยอมพูดคุยกับนาง บิดาต้องมาช่วยไกล่เกลี่ยให้ทำให้มารดาหายโกรธ 

แม้นางไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธและไม่สามารถฟังเสียงพฤษาได้เช่นมารดา แต่นางสามารถเรียกขานเทพมังกรดินได้ และประสาทหูของนางค่อนข้างไว ในน้ำเสียงนั้นมีความตื่นเต้นระคนตื่นตระหนกของคนที่มีความคิดทำเรื่องไม่ดีอยู่หลายส่วน นางเห็นแผ่นหลังของชายสองคนไวๆ เดินเลี้ยวทางแยกแล้วหายไป หญิงสาวก้าวพรวดพราดอย่างลืมระวังตัว ร่างเล็กเลี้ยวไปตามทิศทางที่ตนคิดว่าใช่ ทว่าร่างของนางกับปะทะกับแผงอกของบุรุษผู้หนึ่งเข้าเต็มแรง ไม่คิดว่าตนเองจะพลาดท่าง่ายดายเช่นนี้ เท้าเล็กรีบถอยหลังทว่าช้าเกินไปร่างของนางถูกรวบไว้แล้วลากเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว

ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างด้วยความตกใจ บุรุษร่างสูงใหญ่สวมชุดดำดวงตาคมกริบดุจกระบี่จ้องมองเหมือนจะฉีกผิวกายของนางออกมาเป็นชิ้นๆ 

เล่นสนุกซุกซนอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่เคยใกล้ชิดบุรุษใดเช่นนี้มาก่อน ดวงตาคู่คมที่จับจ้องปล้นเอาสติของนางไปด้วย ที่เคยคิดว่าตนเองนั้นสามารถดูแลตัวเองไม่ให้ใครมารังแกได้ มาบัดนี้นางรู้แล้วว่าตัวเองนั้นอ่อนแอยิ่งนัก และเพราะตกใจจนเผลออุทานเสียงเบาออกมา แม้เสียงไม่ดังนักแต่เป็นเสียงหวานใสของสตรี เสื้อผ้าบุรุษที่สวมอยู่ไม่อาจช่วยปกปิดซุกซ่อนความเป็นหญิงของนางได้ 

ซิ่นฮวาถูกดันไปชิดกับผนังห้อง นางกลอกตามองไปด้านข้างเพื่อหาช่องทางหลบหนี ทว่ามือใหญ่กลับยื่นมายันผนังกักขังนางไว้ตามด้วยร่างใหญ่ที่บดเบียดมาแนบชิด นางสะบัดใบหน้าหนีเป็นจังหวะเดียวกับที่มือใหญ่อีกข้างยกขึ้นดึงปิ่นปักผมของนางออก เส้นผมสีดำสนิทที่ขมวดไว้ทิ้งตัวลงมาราวกับม่านไหม หญิงสาวสะบัดหน้ากลับมาขึงตาใส่แต่กลับพบแววตาคู่นั้นมองนางอย่างหยอกล้อ โน้มใบหน้าลงมาทาบริมฝีปากกดทับริมฝีปากของหญิงสาวที่เผยอขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

ดวงตากลมเบิกกว้าง ริมฝีปากล่างถูกขบเม้มทำให้ซิ่นฮวาได้สติ ชายแปลกหน้าขบริมฝีปากนุ่ม ดวงตาคู่คมและดำมืดจ้องมองนางไม่กะพริบตา

จุมพิต?

นางถูกจุมพิต!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป