บทที่ 1 บทนำ

เสียงทุ่มเถียงดังภายในห้องทำงานของรองประธานหนุ่ม โดยคู่กรณีมีศักดิ์เป็นย่าเป็นหลานกันโดยแท้ แม้ว่าทั้งสองมักจะถกเถียงในเรื่องความเห็นที่ต่างกันบ่อยครั้ง แต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้จะรุนแรงที่สุด เพราะชนวนเหตุเป็นเรื่องที่ผู้เป็นหลานไม่อาจยอมทำตามได้เหมือนทุกครั้ง

‘ผมยอมคุณย่าได้ทุกเรื่อง แต่เรื่องนี้ผมต้องขอปฏิเสธ!’ เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมน้ำเสียงไม่ให้กระด้างเกินควร แต่ดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นก็ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดได้ชัดเจนและเต็มเปี่ยม

‘ไหนแกบอกว่าจะทำทุกอย่างให้ฉันสบายใจยังไงล่ะ แล้วทำไมแกถึงกลับคำ’ หากแต่สตรีสูงวัยผู้มีศักดิ์เป็นญาติผู้ใหญ่ที่ต้องเคารพยังคงถือมั่นในความคิดของตนเช่นกัน

‘คุณย่าครับ’ เขาสูดลมหายใจลึกระงับอารมณ์ไม่ให้พุ่งทะยาน ‘อะไรก็ได้ที่ทำให้คุณย่ามีความสุข ผมยอม แต่ถ้าความสุขของคุณย่ามันทำให้คนอื่นเดือดร้อน ผมทำไม่ได้’

‘มันก็แค่สัญญาชั่วคราว!’ คุณหญิงราณีทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างแรง จ้องอีกฝ่ายด้วยดวงตาที่แม้จะฝ้าฟางตามวัย หากแต่ยังฉายแววความตั้งใจที่จะทำตามความต้องการของตน

‘แต่สัญญาแบบนี้ไม่มีใครเขาทำกันแค่ชั่วคราว แล้วผมก็กำลังคบหากับปริมอยู่ คุณย่าก็รู้’

‘หรือแกจะทำแบบถาวรก็ได้นะ ฉันจะยินดีมาก ยังไงเสียแกกับปริมประภาก็ไปกันไม่รอดหรอก ความเหงาของแกมันเปลี่ยนเป็นความรักไม่ได้’

‘อย่าเอาความสัมพันธ์ของผมกับปริมมาเกี่ยวกับเรื่องนี้!’

ในที่สุดเส้นความอดทนก็ขาดผึง แต่แค่แวบเดียวที่เห็นหยาดน้ำตาเอ่อท้นขอบตาของคนเป็นย่า ชายหนุ่มก็จำต้องเก็บกลั้นความรู้สึกทั้งมวลเอาไว้ด้วยการสูดหายใจลึก กดอารมณ์ที่กำลังรุ่มร้อนในผ่อนคลายลง ก่อนเปล่งคำพูดด้วยสุ้มเสียงของคนที่ยอมจำนน

‘ผม...ผมไม่อยากให้คุณย่าใช้วิธีนี้กับเด็กคนนั้น’

‘ฉันรู้...รู้ดีว่าเรื่องนี้บีบคั้นหัวใจแกเกินไป แต่หากไม่รักษาสิทธิ์การซื้อไว้ก็เกรงว่าที่ดินผืนนั้นจะตกไปอยู่ในมือคนอื่น แกไม่รู้หรอกว่าที่ดินผืนนั้นมีความสำคัญกับฉันแค่ไหน ช่วยฉันหน่อยได้ไหม ถ้าเขาไม่ตกลงฉันก็จะรามือ’

เขาไม่รู้ว่าเหตุใดคุณย่าจะต้องมุ่งมั่นจะเอาที่ดินผืนนั้นมาครอบครองให้ได้ รวมถึงทุกคนในปรเมศศิวะวงศ์ก็คงไม่เข้าใจเช่นกัน

‘ไม่มีอะไรในโลกที่ฉันต้องการจากแกอีกแล้วปราณ แค่สี่ปี...แค่สี่ปีเท่านั้น พอครบอายุสัญญาแล้วก็จบกัน เมื่อฉันได้เป็นเจ้าของที่ดินนั่นแล้ว ฉันก็จะไม่ยุ่งกับฤทธิ์นาคาอีกเลย’

เสียงพูดนั้นสั่นเครือจนทำให้หลานอย่างเขารู้สึกว่าตนเองเป็นคนอกตัญญู

‘สี่ปี...สี่ปีเท่านั้นนะครับ...คุณย่า’

“คุณปราณคะ ดิฉันนัดทนายความไว้เรียบร้อยตามวันที่คุณหญิงต้องการแล้วค่ะ”

เลขานุการของชายหนุ่มส่งเสียงผ่านเครื่องอินเตอร์คอมมา ดึงความคิดชายหนุ่มให้กลับเข้าสู่หน้าที่รองประธานบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ควีนส์คอร์ปอีกครั้งหลังจากจมดิ่งไปกับคำสัญญาที่ให้ไว้กับผู้มีพระคุณ

“ขอบคุณครับ คุณช่วยถ่ายเอกสารสัญญาทั้งสองฉบับให้ผมด้วย อย่างละสองชุด” เขาป้อนคำสั่งต่อ แล้ววางรูปถ่ายเด็กสาวหน้าหวานเจ้าของดวงตากลมสดใสในมือลงบนโต๊ะ ก่อนทอดสายตามองผ่านกระจกหน้าบานกว้างใหญ่มองออกไปด้านนอก

จากชั้นบนของตึกสูงที่ทำการบริษัทควีนส์คอร์ปแห่งนี้ เขามองเห็นท้องฟ้ายามราตรีที่มีดาวประดับพร่างพรายชัดเจนราวกับพวกมันใกล้แค่เอื้อมมือถึง กี่คืนผ่านมาแล้วที่เขาไม่ใช้สายตามองมัน ทั้งที่รู้ว่าดวงดาวเหล่านั้นสถิตอยู่บนนั้นไม่เคยหายไป ราวกับผูกสัญญาไว้กับน่านฟ้าว่าจะอยู่เคียงกันตลอดกาล

บทถัดไป