บทที่ 6 เหยื่อที่นิ่งที่สุด
แสงแฟลชจากกองทัพนักข่าววูบวาบสาดส่องอยู่หน้าแบ็กดรอปของโรงแรมแกรนด์พารากอน ค่ำคืนนี้ห้องบอลรูมขนาดใหญ่ที่สุดถูกเนรมิตให้กลายเป็นสนามประลองความมั่งคั่ง ในงานกาล่าการกุศลประจำปีของมูลนิธิอัครวาณิชย์ร่วมกับสมาคมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ งานระดับประเทศที่รวบรวมมหาเศรษฐี นักการเมือง และนักธุรกิจระดับท็อปเอาไว้มากที่สุด
รถยุโรปคันหรูแล่นเข้ามาจอดเทียบพรมแดง พนักงานโรงแรมรีบก้าวเข้ามาเปิดประตูให้อย่างนอบน้อม
ณมนทร์ฉัตร์ก้าวลงจากรถ รองเท้าส้นสูงสีเงินเหยียบลงบนพื้นอย่างมั่นคง คืนนี้เธอสวมชุดราตรีเข้ารูปปาดไหล่สีน้ำเงินเข้มสั่งตัดพิเศษ ขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าและผิวขาวจัดให้โดดเด่น เส้นผมสีดำขลับถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีต เผยให้เห็นลำคอระหง ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาคนมองกลับไม่ใช่เครื่องเพชรน้ำงาม แต่เป็นแววตาสงบนิ่งที่ยากจะคาดเดาความรู้สึก
ปลายฝนก้าวตามลงมาในชุดราตรีสีแชมเปญเรียบหรู ด้านหลังยังมีทีมงานประชาสัมพันธ์ของ N-Mon Design & Build อีกสองคนที่เดินตามมาติดๆ เพื่อคอยจัดการภาพลักษณ์สำหรับแผนการใหญ่ในคืนนี้
"แกสวยสะกดมากน้ำมนต์" ปลายฝนกระซิบ ขณะทั้งคู่เดินกรีดกรายผ่านแสงแฟลช
"แต่จำไว้นะ คืนนี้เรามาเพื่อแสดงละคร แกต้องเล่นบทเศรษฐีนีหน้าใหม่ที่บ้าผู้ชายและหิวคอนเนกชันให้เนียนที่สุด อย่าเผลอหลุดมาดซีอีโอสายแข็งออกไปล่ะ"
"ไม่ต้องห่วง" ณมนทร์ฉัตร์คลี่ยิ้มหวาน เป็นรอยยิ้มที่ถูกปั้นแต่งขึ้นมาอย่างแนบเนียน
"ฉันพร้อมจะเป็นเหยื่ออันโอชะให้พวกอัครวาณิชย์ตายใจแล้ว"
ภายในห้องบอลรูม บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วและเสียงแก้วไวน์กระทบกัน ณมนทร์ฉัตร์ถูกจัดให้นั่งที่โต๊ะวีไอพีโซนหน้าสุด ซึ่งสงวนไว้สำหรับผู้ที่วางเงินค้ำประกันการประมูลในระดับสิบล้านบาท รอบโต๊ะของเธอรายล้อมไปด้วยภรรยารัฐมนตรีและบรรดาไฮโซหน้าใหม่ที่หวังจะใช้เงินเบิกทางเข้าสู่สังคมชั้นสูง
สายตาหลายคู่จับจ้องมาที่เธอ มีทั้งความชื่นชม ความอิจฉา และแน่นอน... สายตาดูแคลนจากพวกตระกูลผู้ดีเก่าที่มองว่าเธอเป็นแค่แม่ค้าเพิ่งรวย
บนโต๊ะวีไอพีอีกฝั่งหนึ่ง พสิษฐ์ รองประธานบริษัทอัครวาณิชย์ นั่งจิบไวน์ด้วยท่วงท่าสง่างามและรอยยิ้มสุภาพ ข้างกายเขาคือ 'กิตติ' อดีตหัวหน้าฝ่ายจัดซื้อที่ยังคงนั่งแท่นที่ปรึกษาอาวุโส กิตติปรายตามองณมนทร์ฉัตร์แล้วหัวเราะหึในลำคอ
"นั่นน่ะหรือครับท่านรอง ซีอีโอที่เพิ่งสั่งตีเช็คสิบสองล้านเพื่อมางานนี้" กิตติเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ "หน้าตาสะสวยดี ท่าทางจะทะเยอทะยานไม่เบา ถึงกับกล้าข้ามหน้าข้ามตาผู้รับเหมาเจ้าประจำของเรา"
"เขาอาจจะแค่อยากมาร่วมทำบุญก็ได้นะครับคุณลุง" พสิษฐ์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เข้าอกเข้าใจ
"โธ่ ท่านรองครับ พวกเศรษฐีใหม่ก็แบบนี้แหละ" กิตติแค่นเสียง "มีเงินแต่ไม่มีสมอง คิดว่าใช้เงินฟาดแล้วจะได้ทุกอย่าง ปล่อยให้เธอเล่นสนุกไปเถอะครับ สุดท้ายก็เป็นได้แค่หมากให้พวกเราหลอกใช้งาน"
พสิษฐ์เพียงแค่ส่งรอยยิ้มบางๆ ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ปล่อยให้ที่ปรึกษาอาวุโสวิจารณ์ต่อไปตามใจชอบ
อีกฟากหนึ่งของห้อง ณมนทร์ฉัตร์ปรายตามองไปทางโต๊ะของผู้บริหารอัครวาณิชย์ เธอเห็นแววตาหยิ่งผยองของกิตติอย่างชัดเจน ทุกอย่างกำลังเข้าสู่สมการที่เธอคำนวณไว้ พวกเขากำลังมองเธอเป็นแค่เครื่องมือโง่ๆ ที่ควบคุมได้ง่ายดาย
เสียงดนตรีแจ๊สหยุดลง พิธีกรชื่อดังของวงการก้าวขึ้นมาบนเวทีเพื่อกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ การประมูลเริ่มต้นขึ้นด้วยงานศิลปะ เครื่องประดับ และของสะสมหายาก บรรดานักธุรกิจและไฮโซต่างผลัดกันชูป้ายแข่งราคากันอย่างดุเดือด
ณมนทร์ฉัตร์นั่งจิบแชมเปญเงียบๆ ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างใจเย็น เธอไม่แม้แต่จะขยับตัวเมื่อเครื่องเพชรมูลค่าหลายล้านถูกประมูลตัดหน้าไปโดยไฮโซสาวโต๊ะข้างๆ
"แกตื่นเต้นไหม" ปลายฝนกระซิบถาม มือของเธอเย็นเฉียบ
"ตื่นเต้นสิ" ณมนทร์ฉัตร์ตอบเสียงเรียบ
"แต่เป็นความตื่นเต้นที่รอคอยมาสิบปี"
ในที่สุด เวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง ไฟในห้องบอลรูมถูกหรี่ลง สปอตไลต์ดวงใหญ่สาดส่องไปที่กลางเวที
"และตอนนี้ ก็มาถึงรายการประมูลสุดพิเศษที่เป็นไฮไลต์ของค่ำคืนนี้ครับ!" พิธีกรประกาศเสียงดังกังวาน
"สิทธิ์ Fast-Track Partnership ลัดคิวขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับเหมาหลักของเครืออัครวาณิชย์ พร้อมสิทธิ์เข้าถึงฐานข้อมูลสเปกวัสดุกลางเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม และที่พิเศษยิ่งกว่านั้น"
บนหน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดยักษ์ ปรากฏภาพของพรรษวัชร์ อัครวาณิชย์ กรรมการผู้จัดการหนุ่มไฟแรง ในชุดสูทเนี้ยบกริบ นัยน์ตาคมเข้มใต้กรอบแว่นดูทรงอำนาจและดุดัน
"ผู้ชนะการประมูล จะได้รับทริปล่องเรือยอร์ชส่วนตัวสุดหรู สองวันหนึ่งคืน พร้อมดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับคุณพรรษวัชร์ อัครวาณิชย์ แบบสองต่อสองครับ!"
เสียงฮือฮาดังอื้ออึงไปทั่วฮอลล์ บรรดาไฮโซสาวและนักธุรกิจหญิงต่างนั่งไม่ติดเก้าอี้ การได้ใกล้ชิดกับทายาทหมื่นล้านเป็นเวลาถึงสองวันหนึ่งคืน ไม่ใช่แค่การเจรจาธุรกิจ แต่มันคือโอกาสคว้าหัวใจชายหนุ่มที่เพียบพร้อมที่สุดในประเทศ
"ราคาเริ่มต้นที่หนึ่งล้านบาทครับ!"
"หนึ่งล้านห้าแสน!" ลูกสาวเจ้าสัวนำเข้าเหล็กชูป้ายขึ้นเป็นคนแรก
"สองล้าน!" ไฮโซสาวเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางเกทับทันที
"สามล้านบาท!"
ตัวเลขขยับพุ่งทะยานขึ้นอย่างดุเดือด การสู้ราคากลายเป็นสงครามศักดิ์ศรีของผู้หญิงที่ต้องการแย่งชิงความสนใจจากพรรษวัชร์
"ห้าล้านบาท!" ลูกสาวประธานกลุ่มธนาคารใหญ่ชูป้ายพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ย ตัวเลขนี้ทำลายสถิติสูงสุดของงานกาล่าปีที่แล้วลงอย่างราบคาบ
ห้องบอลรูมเริ่มเงียบลง หลายคนถอนหายใจและยอมวางป้าย เงินห้าล้านบาทสำหรับเวลาสองวันหนึ่งคืนเริ่มจะดูไม่คุ้มค่ากับการลงทุน แม้แต่ไฮโซสาวที่บ้าคลั่งในตัวพรรษวัชร์ก็ยังต้องหยุดคิด
พิธีกรกวาดสายตามองรอบฮอลล์ "ห้าล้านบาท ครั้งที่หนึ่ง... ห้าล้านบาท ครั้งที่สอง..."
