บทที่ 7 ทุบโต๊ะ

จังหวะนั้นเอง ณมนทร์ฉัตร์ขยับตัวช้าๆ ท่วงท่าของเธอสง่างามและมั่นใจ หญิงสาวยกป้ายประมูลขึ้นสูงเหนือศีรษะ

"สิบสองล้าน"

น้ำเสียงของเธอกังวานใส ชัดเจน และหนักแน่น ดังก้องทะลุความเงียบในห้องบอลรูม

เหมือนมีคนกดปุ่มหยุดเวลา สายตานับร้อยคู่หันขวับมามองที่โต๊ะวีไอพีโซนหน้าสุดเป็นตาเดียว

เสียงซุบซิบดังระงมขึ้นทันที 

"บ้าไปแล้ว สิบสองล้านเชียวหรือ!" 

"นั่นมันซีอีโอของ เอ็น-มนต์ นี่ ยัยแม่ค้าหน้าใหม่นั่นเอาเงินสิบสองล้านมาทิ้งเพื่อซื้อผู้ชายหรือไง" 

"หน้ามืดตามัวจริงๆ สงสัยอยากจะจับคุณพรรษวัชร์จนตัวสั่น"

แฟลชจากสื่อมวลชนริมห้องสว่างวาบขึ้นต่อเนื่อง กองทัพนักข่าวรีบหันเลนส์มาจับภาพม้ามืดที่กล้าทุ่มเงินทุบสถิติทุกงานประมูล

ที่โต๊ะผู้บริหาร กิตติแค่นหัวเราะชอบใจ 

"เห็นไหมครับท่านรองพสิษฐ์ ผู้หญิงพวกนี้ขับเคลื่อนด้วยตัณหาและความโลภ ยอมทุ่มเงินสิบสองล้านเพื่อหวังเกาะหลานชายท่าน หมากแบบนี้หลอกใช้ง่ายก็จริง แต่ผมจะคอยกันไว้ไม่ให้เข้ามาจุ้นจ้านเรื่องงานโครงสร้างของผมเด็ดขาด"

พิธีกรบนเวทีที่ยืนอึ้งไปครู่ใหญ่ รีบคว้าไมโครโฟนขึ้นมาประกาศด้วยความตื่นเต้นสุดขีด 

"สิบสองล้านบาทจากโต๊ะหมายเลขแปดสิบเก้าครับ! มีท่านใดให้มากกว่านี้ไหมครับ!"

ลูกสาวประธานธนาคารหน้าซีดเผือด รีบเก็บป้ายลงทันที ไม่มีใครบ้าพอจะโยนเงินแข่งกับความหน้ามืดของผู้หญิงคนนี้อีกแล้ว

"สิบสองล้านบาท ครั้งที่หนึ่ง... สิบสองล้านบาท ครั้งที่สอง... และสิบสองล้านบาท ครั้งที่สาม!"

ค้อนไม้กระทบแท่นเสียงดังปัง

"ขอแสดงความยินดีกับคุณณมนทร์ฉัตร์ ศิวัฒน์ชัย ซีอีโอจาก เอ็น-มนต์ ดีไซน์ แอนด์ บิลด์ ด้วยครับ! คุณคือผู้ชนะรายการประมูลสุดพิเศษในค่ำคืนนี้!"

สิ้นเสียงประกาศ กองทัพนักข่าวเศรษฐกิจและบันเทิงนับสิบสำนักกรูเข้ามารุมล้อมโต๊ะของณมนทร์ฉัตร์ ไมโครโฟนนับสิบตัวถูกจ่อมาที่หน้าของเธอ แสงแฟลชสาดส่องจนแทบมองไม่เห็นทาง

"การทุ่มเงินขนาดนี้คือการซื้อคอนเนกชันทางลัดเพื่อข้ามหน้าผู้รับเหมาเดิมใช่ไหมครับ" นักข่าวสายธุรกิจตะโกนถามแทรกขึ้นมา

"สิบสองล้านแลกกับสิทธิ์เข้าถึงฐานข้อมูลและเวลาสองวันหนึ่งคืนกับคุณพรรษวัชร์ คุณคิดว่ามันคุ้มค่าเหรอคะ"

ณมนทร์ฉัตร์ยังคงนั่งนิ่ง สุขุม เธอคลี่ยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มการค้าที่ฝึกฝนมาอย่างดีเยี่ยม ปรายตามองกล้องทุกตัวด้วยความมั่นใจ

"สำหรับคำถามที่ว่ามันแพงเกินไปหรือเปล่า..." เธอเว้นจังหวะให้เสียงชัตเตอร์รัวเก็บภาพ ก่อนจะเปล่งประโยคที่ถูกคำนวณมาเพื่อยึดพื้นที่สื่อหน้าหนึ่งในวันพรุ่งนี้ 

"สิบสองล้านอาจจะดูเยอะสำหรับคนทั่วไป..." น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงความเย่อหยิ่งอย่างปิดไม่มิด 

"แต่ถ้ามันสามารถซื้อเวลาสองวันหนึ่งคืน ของผู้ชายที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการอสังหาฯ ได้ ดิฉันกลับมองว่า มันเป็นราคาที่ 'ถูกเกินไป' ด้วยซ้ำค่ะ"

ประโยคทองคำนั้นเรียกเสียงฮือฮาจากวงล้อมนักข่าวได้อีกระลอก ทุกคนต่างรีบจดบันทึกคำพูดที่แฝงไปด้วยความทะเยอทะยานและหิวโหยความสำเร็จของม้ามืดแห่งวงการ

ภาพลักษณ์ของซีอีโอสาวผู้หิวคอนเนกชัน ถูกประทับลงในหัวของสื่อมวลชนและบอร์ดบริหารอัครวาณิชย์อย่างหมดจด แผนการของเธอสำเร็จไปแล้วหนึ่งขั้น

จังหวะนั้นเอง ฝูงชนด้านหลังพลันแหวกทางออกเป็นช่องว่าง เสียงซุบซิบเงียบลงกะทันหัน

พรรษวัชร์ อัครวาณิชย์ ก้าวเดินฝ่าวงล้อมนักข่าวเข้ามา รูปร่างสูงใหญ่ในชุดทักซิโด้สีดำ แผงอกกว้างและไหล่ตั้งตรงแฝงไปด้วยกลิ่นอายของผู้ทรงอิทธิพล

นัยน์ตาคมกริบใต้กรอบแว่นจ้องตรงมาที่ณมนทร์ฉัตร์ แววตาของเขาเยือกเย็นและอ่านยาก แต่ว่าเบื้องลึกกลับซ่อนประกายความสนใจที่ปิดไม่มิด

นี่คือการเผชิญหน้ากันครั้งแรก ระหว่างลูกสาวของวิศวกรแพะรับบาป และกรรมการผู้จัดการใหญ่แห่งตระกูลศัตรู

ณมนทร์ฉัตร์ลุกขึ้นยืน ความสูงของเธอกับรองเท้าส้นสูงทำให้ระดับสายตาเกือบจะใกล้เคียงกับชายหนุ่ม เธอสูดลมหายใจเข้าลึก กดซ่อนความเกลียดชังเมื่อสิบปีก่อนลงไปให้ลึกที่สุด แล้วส่งยิ้มการค้าที่หวานที่สุดกลับไป

พรรษวัชร์หยุดยืนห่างจากเธอเพียงก้าวเดียว เขาล้วงมือซ้ายไว้ในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะยื่นมือขวาออกมาตรงหน้าเพื่อทักทายตามธรรมเนียมธุรกิจ

"ยินดีด้วยครับ คุณณมนทร์ฉัตร์" เสียงทุ้มของเขาทรงพลังและน่าฟัง 

"ขอบคุณที่ร่วมบริจาคเงินจำนวนมหาศาลให้กับมูลนิธิของเรา"

ณมนทร์ฉัตร์ยื่นมือออกไปจับมือกับเขา 

"ด้วยความยินดีค่ะ คุณพรรษวัชร์ ดิฉันตั้งตารอทริปของเราแทบไม่ไหวแล้ว"

วินาทีที่ฝ่ามือของทั้งสองสัมผัสกัน พรรษวัชร์ชะงักไปเล็กน้อย

ภายใต้ภาพลักษณ์อันหรูหราฟู่ฟ่าและท่าทางเย่อหยิ่งแบบเศรษฐีนีหน้าใหม่ ฝ่ามือของณมนทร์ฉัตร์กลับไม่ได้นุ่มนิ่มเหมือนพวกลูกคุณหนูทั่วไป เขาสัมผัสได้ถึงรอยด้านจางๆ ที่ปลายนิ้วและฝ่ามือ รอยด้านที่เกิดจากการจับดินสอเขียนแบบ จับสเกล และการคลุกคลีอยู่หน้าไซต์งานก่อสร้างมาอย่างยาวนาน

สมองวิศวกรของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็ว... ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แม่ค้าหิวแสงที่เอาเงินมาละลายเล่น เธอคือคนทำงานจริง คือนักสู้ที่ไต่เต้าขึ้นมาจากกองฝุ่นกองปูน และเธอจงใจสวมหน้ากากนี้เพื่อหลอกตบตาทุกคนในงาน

มุมปากของพรรษวัชร์ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะจับสังเกต เขาบีบมือเล็กที่มีรอยด้านนั้นเบาๆ แทนการยอมรับในตัวตนที่ซ่อนอยู่

ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปหา ริมฝีปากของเขาเฉียดใกล้ใบหูของเธอจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ

"หวังว่าทริปสองวันหนึ่งคืนของเรา" น้ำเสียงทุ้มพร่ากระซิบแผ่วเบา แต่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของคนฟัง "จะคุ้มค่าเงินสิบสองล้านของคุณนะครับ คุณณมนทร์ฉัตร์"

เขาผละออก ปล่อยมือเธอช้าๆ ก่อนจะสบตากับเธออีกครั้งด้วยสายตาที่ท้าทายและรู้ทัน

"เตรียมตัวให้พร้อมล่ะครับ... เพราะบนเรือลำนั้น เราคงมีเรื่องธุรกิจต้องคุยกันยาว"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป