บทที่ 4 ผู้ช่วยคนใหม่
มนต์พระจันทร์หยิบเอกสารใบสมัครงานของคนซึ่งถูกแนะนำมาอ่านอย่างละเอียด เปรียบเทียบวุฒิการศึกษา สาขาภาควิชาที่เรียนเห็นว่าเป็นภาควิชาที่เกี่ยวข้องการสายงานโดยตรง
จากนั้นเริ่มต้นสัมภาษณ์ คนที่จะเข้ามาทำหน้าที่ผู้ช่วยสัญญาจ้างชั่วคราว ด้วยคำถามพื้นฐานง่าย ๆ เกี่ยวกับไวน์ เพื่อต้องการทดสอบให้รู้ว่า ผู้ชายคนนี้รู้จักและมีความรู้เกี่ยวกับไวน์จริง ๆ หรือเพียงแค่อวดรู้ พูดมาก อวดฉลาดไปเรื่อยเปื่อย
“ถือว่านายมีความรู้เกี่ยวกับไวน์มากพอสมควร” ในฐานะเจ้าของกิจการโรงบ่มไวน์ สิ่งที่มนต์พระจันทร์ถามออกไปนั้นไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะสามารถหาข้อมูลได้จากอินเทอร์เน็ต ไม่แปลกใจที่ประวิทย์แนะนำผู้ชายคนนี้ให้มาเป็นผู้ช่วยของเธอ
“ขอบคุณครับ อย่างนั้นหมายความว่าพี่จะรับผมเข้าทำงานใช่ไหมครับ” ริมฝีปากหยักฉีกยิ้มกว้างออกมา
มนต์พระจันทร์มองรอยยิ้มกับแววตาเปล่งประกายฉายความหวังสว่างไสวนั้น แล้วขยับยิ้มเอ็นดูเด็กหนุ่มอายุน้อยกว่าตนมากถึงแปดปี
“ใช่ แต่อย่างที่ตกลงกันไว้นะว่า การทำงานครั้งนี้เป็นสัญญาชั่วคราวเพียงหกเดือนเท่านั้น อนาคตถ้าหากนายทำงานดี มีความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา ฉันอาจจะพิจารณาปรับเลื่อนต่อสัญญาให้เป็นพนักงานประจำต่อไปก็ได้” เพื่อต้องการให้พนักงานใหม่มีขวัญและกำลังใจในการทำงานอย่างเต็มที่ และมนต์พระจันทร์เองก็อยากได้คนดี มีความรู้ ความสามารถมาร่วมงานอยู่แล้ว นี่จึงไม่ใช่เพียงการพูดเลื่อนลอยขายฝัน แต่เป็นการแนะนำให้ศิวพลมีความมุ่งมั่นในการทำงาน
“ขอบคุณครับ แล้วผมมาเริ่มงานพรุ่งนี้เลยได้ไหม”
“รีบขนาดนั้นเชียว”
“อยู่บ้านเฉย ๆ นี่ครับ ไม่มีงานทำ ผมเบื่อ ขอผมมาทำงานนะครับ” หน้าอ้อนยิ้มสดใสส่งข้ามโต๊ะทำงานไปยังผู้บริหารสาวสวยที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน
“ตกลง พรุ่งนี้มาเริ่มงานแปดโมงเช้า”
“ไชโย! ผมได้ทำงานในไร่จันทรัชแล้ว” กำปั้นใหญ่ยกขึ้นมาชู บ่งบอกว่าดีใจมาก เสียงตะโกนดังออกไปจนพนักงานที่นั่งอยู่ด้านนอกถึงกับต้องชะเง้อขึ้นมาดูว่าในห้องของมนต์พระจันทร์เกิดอะไรขึ้น
เมื่อรู้ว่ากำลังจะได้เข้าไปสืบเคล็ดลับจากคู่แข่ง ศิวพลรีบเข้าไปหาพ่อกับแม่ เพื่อขอพักงานของทางบริษัทและโรงงานเอาไว้ชั่วคราวก่อน ส่วนหนึ่งเพราะต้องการทุ่มเวลาเต็มที่ให้กับภารกิจนี้ และไม่ต้องการให้มนต์พระจันทร์ระแคะระคายว่าตัวเองมีส่วนเกี่ยวข้องและความสัมพันธ์กับ AVIA WINE
“หมายความว่ายังไง ที่แกจะเข้าไปทำงานที่ไร่จันทรัชน่ะ ตาซิว”
“ก็เข้าไปศึกษาดูงานไงพ่อ อยากรู้ว่าเขาทำยังไง ไวน์ของเขาถึงได้ขายดีขนาดนั้น นี่พ่อเห็นหรือเปล่า ชิมหรือยังไวน์ลิ้นจี่ ไวน์ข้าวหอมของเขา นอกจากนี้ขนม คุกกี้ อย่างอื่นมีแต่ของดี ๆ อร่อย ๆ ไร่ของเราก็เปิดมาตั้งนาน โรงงานถึงจะใหญ่ไม่เท่าเขา แต่เราก็ไม่ได้ไก่กาอาราเล่นะพ่อ ในเมื่อเขาทำได้ เราก็ต้องทำได้สิ” เด็กหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงยกมือขึ้นมากอดอกอย่างมั่นใจ
“แกคงไม่คิดจะไปขโมยสูตรอะไรเขาใช่ไหมเนี่ย” พ่อกับแม่หันมามองหน้ากัน สีหน้าแววตามีความกังวลเมื่อเห็นความมั่นใจเกินร้อยของลูกชายวัยคะนอง
“หื้อ ขมงขโมยอะไรเล่าพ่อ เห็นลูกเป็นคนยังไงเนี่ย เขาเรียกว่าไปหาแรงบันดาลใจต่างหาก” ศิวพลตอบพลางหยิบคุกกี้ทำจากข้าวหอมมะลิฉีกห่อยัดมันใส่ปากเคี้ยวกร้วม ๆ อย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะกระดกน้ำลิ้นจี่รสชาติเปรี้ยวอมหวานตามเข้าไป
“แล้วทางนั้น เขารู้หรือเปล่าว่าแกเป็นลูกของไร่นี้”
“เราไม่จำเป็นต้องบอกเขาก็ได้นี่พ่อ”
“ถ้าแกไม่บอก อนาคตถ้าเขามารู้ทีหลัง เขาจะเข้าใจผิดเอาน่ะสิว่าแกไปขโมยเคล็ดลับอะไรของเขา”
“ขโมยอะไรเล่า ผมแค่ไปทำงาน ก็แค่อาจจะจดเทคนิคต่าง ๆ เอามาปรับใช้ที่ไร่ ที่โรงงานของเราไง เอาน่าพ่ออย่าคิดมากเลย หกเดือนเอง ช่วงนี้พ่อก็ทำงานแทนลูกไปก่อนนะ”
“เออ หกเดือนฉันจะกลับไปดูแลกิจการแทนให้ หวังว่าการที่แกแฝงตัวเข้าไปในไร่จันทรัชครั้งนี้ พอกลับมาแล้ว จะสามารถเอาเคล็ดลับ ความรู้ต่าง ๆ กลับมาพัฒนาโรงงานของเราได้นะ ไม่อย่างนั้นพ่อคงต้องปิดกิจการจริง ๆ แล้ว”
“ครับผม เชื่อหัวไอ้ซิวสิ”
ไร่จันทรัช
“พี่มนต์พระจันทร์ครับ” ผู้ช่วยคนใหม่เดินเข้ามาชะเง้อคออยู่หน้าโต๊ะทำงานของมนต์พระจันทร์
“เรียกแค่พี่เพราก็พอ” กะเพราอมยิ้มให้กับหนุ่มน้อยหน้าใสขี้ประจบ
“ครับ พี่เพราก็ได้ วันนี้พี่มีอะไรให้ผมทำหรือเปล่าครับ ผมทำงานตรงนั้นเสร็จแล้ว” หน้าอ้อนส่งตาหวานกะพริบปริบ ๆ มาของานทำ แตกต่างจากพนักงานทั่วไปที่มักดีใจที่มีเวลาว่าง
“อย่างนั้นนายช่วยเอาเอกสารนี่ไปนั่งตรวจให้พี่หน่อย เป็นเอกสารเกี่ยวกับการจัดซื้อ ช่วงบ่ายพี่ถึงจะเข้าไปดูโรงหมักปุ๋ย” มนต์พระจันทร์ยื่นแฟ้มเอกสารส่งไปให้ผู้ช่วย
“เอกสารจัดซื้อเหรอ ได้ครับ สบายมาก”
ศิวพลกวาดตามองรายการจัดซื้อจัดจ้าง ภายในบริษัทของมนต์พระจันทร์แล้วถึงกับตาโต เพราะรายการสั่งซื้อขวดแก้วชนิดพิเศษ จุกก๊อกไม้หรือแม้กระทั่งฝาเกลียวสำหรับใช้ในโรงงานผลิตไวน์มากมาย บ่งบอกถึง ยอดขายอันมหาศาล ยังไม่นับรวมพวกขวดแก้วน้ำผลไม้ กล่องกระดาษ ถุงพลาสติกต่าง ๆ
ศิวพลไม่ปล่อยให้ทุกอย่างผ่านตาไปอย่างไร้ความหมาย เพราะเขาเก็บรายละเอียดทุกอย่างจำเข้าไปในสมองทันที และหากมีโอกาสหรือมนต์พระจันทร์เผลอ ศิวพลจะแอบยกโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อถ่ายรูปเก็บข้อมูลโรงงานจัดส่งขวดแก้ว ฝา กระป๋องต่าง ๆ ที่มนต์พระจันทร์ซื้อมาใช้ในโรงงาน เพื่อหวังว่าอนาคตตัวเองจะได้ใช้วัสดุที่มีเกรดเทียบเคียงเท่าเทียมกัน
“พี่เพราครับ ปุ๋ยพวกนี้ไร่จันทรัชหมักเองทั้งหมดเลยเหรอครับ”
แม้จะทำไร่องุ่นและโรงงานบ่มไวน์ หากแต่พื้นที่การปลูกองุ่นของครอบครัวศิวพลนั้น มีเพียงแค่เจ็ดสิบไร่เท่านั้น องุ่นสำหรับทำไวน์บางส่วนยังจำเป็นต้องซื้อมาจากที่อื่น แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับไร่จันทรัชที่พื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล ไร่องุ่นกินพื้นที่ภูเขาเกือบทั้งลูก
“ใช่ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์ ที่ใช้ในไร่จันทรัชเราหมักและผสมเองทั้งหมด”
“ว้าว ขอผมดูหน่อยนะครับ”
ศิวพลย่อตัวลงไปแง้มผ้ากระสอบซึ่งคลุมกองปุ๋ยหมักขนาดใหญ่เอาไว้ มือสะอาดซึ่งถือปากกาอยู่เมื่อครู่ช้อนลงไปจับสัมผัส สำรวจสิ่งที่มันกองทับถมกันไว้ มีทั้งดิน เศษใบไม้ ขี้วัว ส่งกลิ่นเหม็น แต่ทุกอย่างนั้นเขารู้ดีว่ามันล้วนแต่เป็นประโยชน์ต่อต้นไม้และดิน
ลูกเจ้าของไร่องุ่นขนาดกลางจำได้ว่าที่ไร่ของเขา ปุ๋ยที่ใช้ครึ่งหนึ่งหมักเองก็จริง แต่ดูจากตาเปล่าแล้วคุณภาพไม่ได้ครึ่งของปุ๋ยกองนี้เลย ยิ่งไปกว่านั้นปุ๋ยมากกว่าครึ่งต้องสั่งซื้อมาจากภายนอก เป็นการเพิ่มต้นทุนที่มากพอสมควร
“ปุ๋ยพวกนี้เราหมักเองทั้งหมด เพื่อควบคุมคุณภาพ แล้วก็เป็นการประหยัดต้นทุน วัสดุที่ใช้ก็เป็นของที่มาจากไร่จันทรัชทั้งหมด ขี้วัว ขี้ม้า ฟางข้าว ใบองุ่นแห้ง หรือแม้แต่ใบไม้ เศษพืชผักต่าง ๆ เราเก็บใส่เครื่องย่อยสลาย แล้วนำมาหมักทำปุ๋ย” มนต์พระจันทร์ชี้นิ้วไปยังเพิงไม้ขนาดกลาง ข้างในนั้นมองเห็นเครื่องย่อยสลายตั้งอยู่
หากอาศัยเพียงการหมักแบบธรรมชาติต้องใช้ระยะเวลานานในการรอให้ใบไม้สักใบเปื่อยยุ่ย แต่ถ้ามีเครื่องทุ่นแรงคือเครื่องย่อยสับเศษกิ่งไม้ ใบไม้ต่าง ๆ ให้มันเล็กจนกลายเป็นผงอย่างนี้จึงจะมีประสิทธิภาพ
“ว้าววว โคตรเจ๋ง”
ศิวพลตาโตมองกองปุ๋ยหมักมากกว่ายี่สิบกอง จากนั้นโยนเศษดิน เศษใบไม้ในมือทิ้ง สะบัดมือเช็ดไปกับก้นกางเกง เปิดสมุดบันทึกเล่มเล็กแล้วจดคำบอกเล่าต่าง ๆ ของมนต์พระจันทร์ลงไปอย่างละเอียด
ความกระตือรือร้นใส่ใจในรายละเอียดทุกอย่าง อีกทั้งการจดบันทึก ไม่ได้ฟังเพียงปล่อยผ่านไปเฉย ๆ ทำให้มนต์พระจันทร์อดชื่นชมผู้ช่วยหนุ่มคนนี้ไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกระตือรือร้นในการเรียนรู้ เธอเองก็เต็มใจที่จะถ่ายทอด พร้อมทั้งบอกต่อเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้ผู้ช่วยมาใหม่เข้าใจถึงภาพรวมของโรงงาน และไร่จันทรัช อย่างที่ได้รับการปลูกฝังและสอนมาว่าการที่รู้จักงานที่ทำอยู่ทุกขั้นตอน ทุกกระบวนการ มันจะช่วยสร้างความภาคภูมิใจให้กับตัวเอง อย่างนี้เมื่อเวลาออกไปพรีเซ็นต์ผลิตภัณฑ์ ทุกคนในบริษัทจึงกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่าทุกขั้นตอนนั้นถูกผลิตและทำมาจากความใส่ใจโดยแท้
“ผมไม่แปลกใจเลยที่ไร่จันทรัชเป็นหนึ่งในเชียงราย มันสุดยอดมาก”
