บทที่ 5 ปลาซิวกลิ่นขี้วัว
“นั่นนายกำลังจะทำอะไร” มนต์พระจันทร์หันไปอ้าปากถามพนักงานน้องใหม่ที่กำลังดึงชายเสื้อเชิ้ตออกมาจากกางเกง
“ถอดเสื้อไงครับ”
หลังจากเดินตรวจดูกองปุ๋ยคอกมาตั้งแต่บ่าย แถมยังไปดูคนงานในไร่เอาปุ๋ยไปผสมเข้ากับดินเพื่อเตรียมนำไปรองก้นหลุมสำหรับปลูกพืชผักผลไม้ในไร่จันทรัช
แดดร้อนยามบ่ายประกอบกับเสื้อตัวที่เลือกหยิบใส่มาทำงานวันแรกนี้เป็นผ้าเนื้อหนา เพราะคิดไม่ถึงว่าจะต้องลงมาเดินต๊อก ๆ ตรวจปุ๋ยขี้วัว
“ถอดเสื้อ นายจะถอดทำไมเล่า” มนต์พระจันทร์หันขวับกลับไปมองด้านหลัง ไม่มั่นใจว่ามีคนงาน คนไร่ อยู่แถวนี้หรือเปล่า
“ไม่ถอดยังไงไหว พี่ดมดูสิ ตัวผมมีแต่กินขี้วัวทั้งนั้นเลย” พ่อหนุ่มหน้าหนา ใจกล้าบ้าบิ่น เดินเข้าไปใกล้แล้วถลกเสื้อเชิ้ตขึ้นมา ดึงคอเสื้อกว้างเอามันไปจ่อยังใต้จมูกของเจ้าของโรงหมักปุ๋ย
“นี่ไม่ต้องเอามาใกล้”
“เอ้า ผมกลัวพี่ไม่เชื่อว่ามันเหม็นจริง ๆ นี่ไง พี่ลองดมสิ อ่า แล้วทำไมตัวพี่ถึงยังหอมอยู่เลยล่ะ” คนหน้ามึนโน้มตัวลงไปใช้จมูกสูดกลิ่นหอมซึ่งลอยมาจากเสื้อผ้า และเนื้อตัวของเจ้านายสาวสวย
“นี่นายปลาซิว นายจะบ้าหรือไง มาดมเสื้อพี่ได้ยังไง ถอยไปเลยนะ” แม้ปีนี้มนต์พระจันทร์อายุย่างเข้าปีที่สามสิบสอง หากแต่ชั่วชีวิตสาวสวยครองโสดของเธอไม่เคยเลยสักครั้งที่จะเปิดโอกาสให้ใครเข้ามาเกาะแกะชิดใกล้เหมือนกับเจ้า ‘ปลาซิวกลิ่นขี้วัว’ นี่มาก่อน
“ไม่ได้ตั้งใจดมสักหน่อย อยู่ ๆ กลิ่นพี่มันก็ลอยมาเข้าจมูกเอง”
“กลิ่นพี่เนี่ยนะ”
“อืม ก็นี่ไง พี่เตี้ยใช่ไหมล่ะ พอยืนตรงนี้นี่ไง หัวพี่อยู่ใต้จมูกผมพอดีเลย” มือแบทำท่าวัดระดับเปรียบเทียบส่วนสูงซึ่งแตกต่างกันอย่างชัดเจน
“นี่นายกำลังว่าพี่เตี้ยอย่างนั้นเหรอ”
“ผมไม่ได้ว่าเลย แต่มันน่าสงสัยนะ ก็เดินมาด้วยกันแท้ ๆ แล้วทำไมผมถึงตัวเหม็นอยู่คนเดียวล่ะ ไม่ยุติธรรมเลย” ศิวพลถอดเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกมาแล้วสลัดแรง ๆ ก่อนจะยกขึ้นดม ไม่วายก้มลงไปทำจมูกฟุดฟิดชิดอยู่ใกล้กับซอกคอของมนต์พระจันทร์
“นายปลาซิว!” ฝ่ามือพิฆาตฟาดเพียะลงไป ออกแรงผลักให้อีกฝ่ายถอยห่างออกไป
“พี่ตีผมทำไมเนี่ย แค่จะดมกลิ่นเปรียบเทียบดูเท่านั้นหรอก อะ...พี่เพราช่วยดมให้ผมหน่อยสิว่ามันยังเหม็นขี้วัวอยู่หรือเปล่า”
“แล้วนายจะให้พี่ดมกลิ่นขี้วัวเนี่ยนะ นายปลาซิว” มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาเท้าเอวแหงนคอถามคนที่สูงกว่าเธอเกือบหนึ่งฟุต
“ผมไม่ได้ให้พี่ดมกลิ่นขี้วัว แค่ให้พี่ช่วยดมเสื้อผมหน่อย” เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ถูกสลัด ๆ โบกไปตรงหน้าเจ้านายสาว
“ก็เมื่อกี้นายเป็นคนบอกเองว่าเสื้อมีแต่กลิ่นขี้วัว”
“โธ่ ช่วยดมแค่นี้ก็ไม่ได้ ที่ตัวผมเหม็นอยู่นี่ เพราะเมื่อกี้ผมลงไปช่วยพี่ตรวจดูปุ๋ยแท้ ๆ”
มนต์พระจันทร์ทนการพูดตัดพ้อของผู้ช่วยคนใหม่ไม่ไหว จำใจต้องยื่นจมูกออกไปช่วยพิสูจน์กลิ่น หากแต่สิ่งที่มนต์พระจันทร์ได้รับกลับมาเป็นกลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังจาง ๆ ผสมผสานกับขี้วัวหมัก สายตาของคนผ่านโลกมานานเหลือบขึ้นไปพินิจว่าพ่อหนุ่มนักศึกษาจบใหม่ไม่มีงานทำคนนี้สามารถมีเงินซื้อน้ำหอมราคาขวดละหมื่นกว่าบาทได้อย่างไร เพราะหากเปรียบเทียบกับพวกผู้จัดการทั้งฝ่ายการตลาด ฝ่ายบัญชี แม้แต่ประวิทย์ผู้ช่วยของเธอที่นอนขาหักอยู่ในโรงพยาบาลเวลานี้ ก็ยังใช้น้ำหอมแบรนด์รองที่ขวดละไม่กี่พันบาทเท่านั้น
“เป็นไงครับ”
“ไม่ใช่แค่เหม็นขี้วัวเท่านั้นนะ เหม็นขี้เต่าด้วย” มนต์พระจันทร์สะบัดมือออกไปตีเสื้อตัวนั้นให้มันสะบัดไปฟาดเจ้าของ ส่วนตัวเองเดินหลบไปยืนรออยู่ข้างรถกอล์ฟ ซึ่งใช้ขับมาตรวจงานในไร่
“หื้อ ผมเนี่ยนะเหม็นเต่า” ศิวพลยกแขนสูง เผยขนจั๊กแร้เส้นสีดำยาว ๆ เป็นกระจุกอยู่ข้างใต้ ใช้มือแตะ ๆ จับ ๆ เหมือนไม่เชื่อสิ่งที่มนต์พระจันทร์กล่าวหา
“ได้เวลาเลิกงานของนายแล้วนะ มาเร็ว ๆ”
“ผมขอล้างตัวก่อนแล้วกันนะครับ ขืนกลับออฟฟิศไปสภาพนี้ มีหวังกว่าจะขับรถกลับถึงบ้าน ผมต้องมีเถาองุ่นงอกออกมาจากรูขุมขนแน่เลย”
“นายนี่มันเพ้อเจ้อจริง ๆ เลยนะปลาซิว”
มนต์พระจันทร์ก้าวขาขึ้นไปนั่งรออยู่บนรถกอล์ฟ เผลอมองกล้ามเนื้อมัดใหญ่เป็นลอนเป็นคลื่นของคนที่กำลังใช้มือรองน้ำจากก๊อกวักขึ้นมาล้างทำความสะอาดกลิ่นไม่พึงปรารถนา ไม่รู้ว่าเพราะอะไร มนต์พระจันทร์จึงไม่สามารถละสายตาไปจากผู้ช่วยหนุ่มคนนี้ได้เลย กระทั่งมีเสียงหนึ่งลอยมาขัดจินตนาการ
“นั่นแน่ แอบมองผมเหรอ” หน้าทะเล้นก้มมองรอดใต้จั๊กแร้ตัวเองหันมายักคิ้วล้อเลียน
“ใครบอกว่าพี่แอบมองนาย เห็นหรือเปล่าว่ารถนี่มันหันหน้าไปทางไหน แล้วพี่ก็นั่งของพี่เฉย ๆ ไม่ได้แอบสักหน่อย อีกอย่างสภาพอย่างนายเนี่ยนะ มีอะไรน่ามอง” เรียวขายาวตวัดขึ้นมาไขว้ในท่านั่งไขว่ห้าง แขนสองข้างสอดกอดอกเข้าหากัน
“โหพี่ มองดี ๆ ให้ดูอีกที มีตรงไหนไม่น่ามองบ้าง” ศิวพลยืดอกพร้อมกับทำท่าเบ่งกล้ามอวด
“แล้วไง กล้ามแบบนี้คนงานในไร่พี่มีทุกคนแหละ ยิ่งพวกคนงานที่มารับจ้างช่วยแบกของ ยกของ กล้ามโตกว่านี้ตั้งเยอะ”
“หื้อ พี่อะ พูดซะบัตรเมมเบอร์ฟิตเนสผมไม่มีความหมายเลย” ปากคว่ำหน้างอจนมนต์พระจันทร์อดขำไม่ได้
“อย่างนายเนี่ยนะ สมัครเมมเบอร์ฟิตเนส”
“ทำไมอะ แปลกเหรอ สมัยเรียนมหาลัยผมเป็นนักกีฬาด้วยนะ”
“พอ ๆ ไม่ต้องโม้มาก ล้างตัวเสร็จหรือยัง จะได้กลับสักที”
ผู้ช่วยคนใหม่เดินตัวเปียกมาอาสาขับรถกอล์ฟให้กับมนต์พระจันทร์นั่ง อาศัยแรงลมจากการเคลื่อนที่ของรถกอล์ฟช่วยเป่าหยดน้ำ ซึ่งเกาะอยู่บนผิวขาวของหนุ่มรุ่นน้องให้ค่อย ๆ แห้ง แสงสีส้มช่วงพระอาทิตย์ยามเย็นสะท้อนมาขับกล้ามเนื้อของคนที่ยังไม่ยอมใส่เสื้อผ้าให้ยิ่งหน้ามอง
“ผมเห็นนะว่าพี่แอบมองผมอะ เป็นไงครับยิ่งมองใกล้ยิ่งน่ารักใช่ไหมล่ะ” หน้าทะเล้นหันมายักคิ้ว ขยับยิ้ม จนมนต์พระจันทร์อยากยกนิ้วขึ้นไปจิ้มให้ตาบอด
“น่ารักกับผีน่ะสิ จะบอกอะไรให้ นายน่ะห่างไกลจากคำว่าสเปคของพี่เยอะ”
เนื่องจากแต่ไหนแต่ไรมามนต์พระจันทร์มีอุปนิสัยเคร่งขรึม จริงจังกับทุกสิ่งทุกอย่าง แถมมนต์พระจันทร์ยังเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถรอบด้าน มีความมั่นใจในตัวเองสูง จะสดใสร่าเริงก็ตอนอยู่กับหลาน ๆ เท่านั้น
ดังนั้นจึงหาได้น้อยเหลือเกินที่จะมีผู้ชายคนไหนเข้ามาจีบ หรือต่อให้กล้าเข้ามา แต่พอเจอความเก่ง ความกล้า ความไม่ยอมอ่อนข้อ ไม่ออดอ้อน ไม่ออเซาะ ไม่เสแสร้ง หรือแม้แต่ไม่เคยแสดงความอ่อนแอออกไปให้ใครเห็นง่าย ๆ พวกผู้ชายทั้งหลายเลยรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่า เพราะถูกว่าที่แฟนข่ม จึงล่าถอยหนีหายไปหมด
จนมีคนตั้งข้อสังเกตว่า คนที่สามารถมาเป็นสามีของมนต์พระจันทร์ได้ ต้องมีความเป็นผู้ใหญ่สูง ต้องดุ ต้องเข้ม ต้องเคร่งเครียด ประเภทพ่อเลี้ยง นายหัว นายเหมือง นักการเมือง อะไรทำนองนั้น ซึ่งมนต์พระจันทร์เองก็คิดมาตลอดว่าหากตัวเองจะมีแฟนสักคนก็คงจะต้องเป็นคนที่มีบุคลลิกอย่างที่กล่าวมา
“ผมไม่ดีตรงไหน ผมหล่อนะ” ผู้ช่วยคนใหม่เอียงคอหันข้างมาเหมือนอยากอวดเครื่องหน้าตัวเองให้ชัด
“เฮอะ หล่อกว่านายพี่ก็เคยเจอมาแล้ว ถ้าหากนายคิดว่าพี่ชอบคนที่ความหล่อล่ะก็ ผิดถนัด” ชีวิตของเธอรายล้อมไปด้วยผู้ชายที่หล่อเหลาปานเทพบุตร เพราะญาติพี่น้องในตระกูลล้วนมีเครื่องหน้าหล่อสวยสวรรค์สร้างทั้งนั้น จะบอกว่ากรรมพันธุ์ดีก็ย่อมได้
“อืม อย่างนั้นสเปคผู้ชายพี่เป็นยังไง”
“จะอยากรู้ไปทำไม” มนต์พระจันทร์หรี่ตามองโชเฟอร์รถกอล์ฟเหมือนไม่ค่อยวางใจ
“ที่ถามนี่เพราะอยากเผือกเฉย ๆ หรอก แล้วพี่ก็ไม่ใช่สเปคผมเหมือนกัน”
“อะไรนะ!” ความรู้สึกหน้าสั่น ๆ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีใครกล้าพูดถ้อยคำใจร้ายอย่างนี้กับเธอมาก่อนเลย คนอย่างมนต์พระจันทร์เป็นที่หมายตาของหนุ่ม ๆ ครึ่งค่อนอำเภอ แล้วเจ้าเด็กกลิ่นขี้วัวนี่บังอาจมาบอกว่าเธอไม่ใช่สเปคอย่างนั้นเหรอ
“ผมชอบผู้หญิงน่ารัก ๆ เรียบร้อย อ่อนหวาน ใส่ชุดเดรสกระโปรงบาน ๆ น่าทะนุถนอม” พูดพร้อมชายตามองรองเท้าผ้าใบเปื้อนดินผสมขี้วัว กางเกงยีน และเสื้อเชิ้ตลายสก็อตกับหมวกปีกกว้างที่มนต์พระจันทร์กำมันไว้ในมือ
“เฮอะ!”
