บทที่ 7 โรงบ่มไวน์
การปรากฏตัวขึ้นพร้อมกันของมนต์พระจันทร์และผู้ช่วยคนใหม่ สร้างความประหลาดใจให้กับพนักงานในออฟฟิศอยู่ไม่น้อย ยิ่งเมื่อเห็นว่ารถกระบะสี่ประตูคันนี้ขับออกมาจากด้านหลัง ซึ่งเป็นบ้านพักของมนต์พระจันทร์ด้วยแล้ว ถือว่าค่อนข้างเป็นสิ่งแปลกใหม่
“นี่ปลาซิว” พนักงานคนหนึ่งเดินมาสะกิดไหล่พนักงานน้องใหม่
“ครับ”
“นายไปรับคุณกะเพรามาเหรอ”
“อือ...หึ” เจ้าของใบหน้าหล่อคมคายอย่างชายไทยแท้ขยับพยักพร้อมกับตอบรับในลำคอ
“เมื่อคืนกลับดึกกันเหรอ”
“ก็ประมาณสามทุ่มได้มั้งพี่” แม้ไม่ได้ดูนาฬิกาแต่ศิวพลจำได้ว่ามนต์พระจันทร์บอกให้เขากลับบ้านตอนสามทุ่มไม่ผิดแน่
“อยู่ทำอะไรกันตั้งสามทุ่ม” ยิ้มกริ่ม ยักคิ้ว เหมือนอยากล้อเลียน
“เอ้า ทำงานไง พี่คิดว่าผมกับพี่เพราจะอยู่ทำอะไรกันล่ะ...วู้ว” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการไร่จันทรัชเปิดลิ้นชักหยิบสมุดบันทึกส่วนตัวออกมาแล้วเดินเข้าไปหาเจ้านายสาวสวยในห้อง
“พี่เพรา วันนี้เราจะทำอะไรกันเหรอครับ” ผู้ช่วยหนุ่มหน้าอ้อนเดินมายืนทำตาปริบ ๆ อยู่หน้าโต๊ะทำงาน
เป็นสิ่งที่มนต์พระจันทร์ไม่ค่อยชินนัก เพราะปกติเธอต้องเป็นฝ่ายเรียกให้คนเข้ามาพบเพื่อแจกจ่ายงาน แต่นี่พนักงานน้องใหม่ไฟแรงกลับเป็นฝ่ายเดินเข้ามาถามเธอเองอย่างไม่มีใครชี้นำ ทำให้มนต์พระจันทร์มองเห็นความตั้งใจของเด็กหนุ่มคนนี้ในอีกด้าน
“ทำอะไร ทำงานไง”
“รู้แล้วครับว่าทำงาน ผมหมายถึงว่าวันนี้ผมต้องไปคุกขี้วัวอีกหรือเปล่า” เมื่ออีกฝ่ายล้อเล่น ศิวพลก็ตอบทะเล้นกลับไปบ้าง
“วันนี้เราจะเข้าไปที่โรงงาน เพราะไร่ที่เราผูกขาดวัตถุดิบจากเขาจะส่งองุ่นล็อตใหม่มาให้ พี่จะเข้าไปตรวจรับองุ่น เพื่อทดสอบคุณภาพ” มนต์พระจันทร์หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาพลิกดูข้อความ ซึ่งหัวหน้าฝ่ายคิวซีควบคุมคุณภาพขององุ่นแจ้งความคืบหน้ามาเมื่อเช้า
“วันนี้เข้าโรงงานเหรอครับ” ประสาทสัมผัสหูกางผึ่งออกมาทันที ดีใจเมื่อได้รู้ว่าตัวเองจะได้เข้าไปค้นพบความลับที่ไร่จันทรัชซ่อนเอาไว้สักที
“ในเมื่อเราผูกขาดวัตถุดิบจากเขาแล้ว ทำไมเรายังต้องไปตรวจเช็กอยู่อีกล่ะครับ”
“ต้องเช็กสิ เพราะการเพาะปลูกแต่ละปีปริมาณน้ำฝนมากน้อยแตกต่างกัน อุณหภูมิของแต่ละพื้นที่ก็ต่างกัน การดูแลเอาใจใส่ เราไม่มีทางยืนยันหรือการันตีได้เลยว่าเขาใส่ใจดูแลผลผลิตให้เราเหมือนช่วงแรก ๆ ที่ส่งมาให้หรือเปล่า ถ้าคุณภาพขององุ่นต่ำกว่าเกณฑ์ที่เราตั้งเอาไว้ เราจะได้ตีคืนผู้ผลิตทันที”
“ห๊ะ....ถึงกับต้องตีคืนเลยเหรอครับ”
“ต้องตีคืนสิ ถ้าเราเอาผลไม้ไม่ได้คุณภาพมาหมักเป็นไวน์ รสชาติของไวน์มันก็จะเปลี่ยนไป ทำให้เราสูญเสียลูกค้า เราไม่มีทางรู้เลยว่าไวน์ของเราแก้วไหนจะถูกใครชิมบ้าง ดังนั้นการควบคุมคุณภาพไวน์ทุกหยดจึงสำคัญสำหรับเรามาก”
นี่เป็นอีกหนึ่งความใส่ใจของไร่จันทรัช ที่ศิวพลรู้ว่าตัวเองพลาด เมื่อก่อนนั้น ตอนที่มีองุ่นมาส่งให้กับโรงงานเขาก็แค่เซ็นรับให้มันจบ ๆ ไป ไม่เคยถึงกับต้องตรวจคุณภาพความหวานความเปรี้ยวขององุ่นให้ได้มาตรฐาน เลยสักครั้ง
ถึงแม้ว่าที่บ้านจะทำกิจการโรงงานไวน์และโรงบ่มไวน์เหมือนกัน ทว่าศิวพลสัมผัสได้ถึงความใส่ใจในรายละเอียดแม้เพียงสิ่งเล็กน้อยที่ไร่จันทรัชให้ความสำคัญ ทั้งในเรื่องความสะอาด อุปกรณ์ที่ทันสมัย ความใส่ใจในเรื่องอุณหภูมิ อากาศอันถ่ายเทได้สะดวก รวมไปถึงการจดบันทึกรายละเอียดของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตไวน์
“วันนี้มีองุ่นส่งเข้ามาทั้งหมดสามตันครับคุณกะเพรา”
เจ้าหน้าที่ควบคุมคุณภาพของผลผลิตเข้ามารายงาน พลางชี้มือไปยังรถกระบะด้านหลังติดตั้งคอกเหล็กบรรทุกเข่งองุ่นมาจนเต็มจำนวนสามคัน โดยมีคนงานห้าหกคนกำลังช่วยกันลำเลียงเข่งองุ่นแดงเหล่านั้นลงมาจากรถเพื่อขนเข้าไปเก็บในพื้นที่ด้านใน
ศิวพลชะเง้อคอมองตัวหนังสือสีเขียวซึ่งมันสกรีนติดอยู่ข้างเข่งผลไม้ รีบจดบันทึกเอาไว้ว่าไร่จันทรัชสั่งองุ่นมาจากไร่ไหน พื้นที่ใด เผื่อว่าอนาคตตนจะเข้าไปติดต่อซื้อองุ่นในพื้นที่นั้นบ้าง
“แล้วคุณภาพขององุ่นเป็นยังไงบ้าง” เจ้าของโรงบ่มไวน์เดินไปเด็ดองุ่นพวงหนึ่งออกมาแล้วชิมแบบสด ๆ
“อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานครับ”
“ดี อย่าลืมกำชับให้ทางไร่เขาควบคุมคุณภาพให้ดี แล้วบอกว่าหากเขาสามารถเพิ่มผลผลิตในปีหน้าได้ เราจะรับซื้อทั้งหมด”
“ได้ครับคุณกะเพรา”
“พี่เพรา ขอกินบ้างดิ” มือแบออกไปด้านหน้าขอชิมองุ่นที่กำลังจะถูกนำไปหมักเป็นไวน์รสชาติเลิศ
องุ่นแดงรสชาติหวานซ่อนเปรี้ยวถูกศิวพลชิมอย่างละเลียดลิ้มชิมรสชาติอย่างละเอียดลออ ลิ้นนุ่มค่อย ๆ ซึมซับรับรู้รสชาติอย่างละเมียดละไม
“เป็นยังไง”
“อร่อยมากครับ ขนาดกินสด ๆ ยังอร่อยขนาดนี้ ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมพอมันถูกบ่มออกมาเป็นไวน์ รสชาติถึงได้ดีขนาดนั้น”
หัวหน้าแผนกควบคุมคุณภาพเดินนำหน้าเจ้าของไร่เข้าไปภายในอาคารที่มีไว้สำหรับบ่มไวน์ ลูกชายเจ้าของโรงบ่มไวน์ขนาดกลางของจังหวัดถึงกับยืนอ้าปากค้าง เมื่อเข้ามาภายในโรงบ่มไวน์อาคารที่หนึ่ง ด้านในนั้นมีถังบ่มไวน์ อันทันสมัยนับด้วยสายตาคร่าว ๆ จำนวนยี่สิบทั้งใหญ่ขนาดความจุหนึ่งพันลิตร บ่งบอกได้ถึงกิจการอันรุ่งโรจน์
“นี่ถังบ่มไวน์ของไร่จันทรัชทั้งหมดเลยเหรอครับ”
“นี่เป็นโรงบ่มไวน์อาคารใหม่ของเรา เอาไว้สำหรับบ่มไวน์ข้าวหอมมะลิ ส่วนไวน์องุ่นที่เป็นผลิตภัณฑ์หลักจะอยู่ในโร่งบ่มด้านหลังถัดไป นอกจากนี้ยังมีไวน์ชนิดอื่น ๆ อีกอย่างละนิดอย่างละหน่อย” มนต์พระจันทร์หันไปยิ้มให้กับผู้ช่วยหนุ่ม ถังสแตนเลสสำหรับบ่มไวน์อันทันสมัย ซึ่งเป็นที่นิยมมากในการผลิตไวน์สมัยใหม่ เพราะมันช่วยในเรื่องของการควบคุมอุณหภูมิได้อย่างดีเยี่ยม ทำความสะอาดง่าย ไม่ส่งผลต่อรสชาติของไวน์
“ว้าว สุดยอด”
วันนี้เราจะเข้ามาเช็กคุณภาพของไวน์ เพราะว่าอีกสองอาทิตย์ เราจะต้องเอาไวน์ที่ผลิตได้ใหม่นี้เตรียมไปจัดงานแฟร์”
“ครับ”
ปากกาด้ามยาวจดเทคนิคสำคัญต่าง ๆ ลงไปในสมุดบันทึกขยุกขยิกอย่างใส่ใจ จากนั้นผู้ช่วยคนใหม่เดินไปสำรวจสิ่งนั้นสิ่งนี้ พยายามมองหาสิ่งที่แตกต่างและคาดว่าเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้รสชาติของไวน์แห่งไร่จันทรัชนี้เป็นที่นิยม
“ซิวมานี่สิ” มนต์พระจันทร์พยักหน้าเรียกให้คนที่มีท่าทางตื่นตาตื่นใจ ตื่นเต้นกับโรงบ่มไวน์ของเธอเป็นพิเศษให้เข้ามาหา
“ครับ”
“ชิมสิ” แก้วทดสอบรสชาติไวน์ถูกหัวหน้าฝ่ายควบคุมคุณภาพเปิดก๊อกขนาดเล็ก รินไวน์กลิ่นหอมยื่นส่งให้คนทั้งสองได้ชิม
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไวน์ชนิดใหม่ที่ศิวพลไม่คุ้นเคยมาก่อน ยิ่งเมื่อได้ลองลิ้มชิมรสชาติเขาแทบอยากเอาปากไปกรอกลองใต้ก๊อกนั้นเหลือเกิน
“พี่เพรา อันนี้ไวน์อะไรอะพี่ รสชาติดีมากเลย”
“ไวน์มะม่วง พี่กำลังทดลองอยู่ เป็นยังไง มันเพิ่งบ่มได้ไม่นาน รสชาติอาจจะยังไม่คงที่ แต่พี่คิดว่าถ้าทิ้งไว้อีกสักหน่อยประมาณสี่ห้าเดือน รสชาติมันน่าจะดีขึ้น” เจ้าของโรงบ่มไวน์หันไปยิ้มภาคภูมิใจให้กับถังบ่มไวน์ขนาดใหญ่ซึ่งตรงหัวก๊อกมีรูปมะม่วงน้ำดอกไม้สีเหลืองทองแปะกำกับ
“ไวน์มะม่วงน้ำดอกไม้เหรอ พี่โคตรเก่งอะ เจ๋งสุด ๆ” นิ้วหัวแม่มือยื่นขึ้นมายกให้ เป็นการแสดงคำชื่นชมจากใจ แบบเด็กสมัยใหม่ที่มนต์พระจันทร์ถึงกับส่ายหัวเบา ๆ และมันทำให้เธอคิดถึงหลาน ๆ
“โลกของเรามันพัฒนาไปไกล ยิ่งวงการธุรกิจอาหาร เครื่องดื่มด้วยแล้ว มีผลิตภัณฑ์แปลกใหม่เกิดขึ้นทุกวัน ถ้าเราหยุดนิ่ง คนอื่นก็จะแซงหน้าเราไป”
ศิวพลเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรง เมื่อได้ยินคำว่าหยุดนิ่ง เพราะ Avia Wine ของครอบครัวเขาคือหนึ่งในนั้น สิบปีก่อนตอนที่เขายังเด็ก สินค้าในร้านในโรงงานมีอะไรบ้าง จนกระทั่งทุกวันนี้มันก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม แม้คุณภาพตลอดถึงรสชาติจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่มันก็ไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้น นี่อาจเป็นส่วนหนึ่งที่เขากำลังถูกผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ๆ อย่างกลุ่มของไร่จันทรัช แซงหน้าไปในเวลาอันรวดเร็ว
“นั่นสินะครับ ถ้าเราไม่พัฒนา ไม่กล้าเปลี่ยนแปลงเราก็จะถูกคนอื่นแซงไปเรื่อย ๆ”
