บทที่ 5 คู่ที่น่ารัก

ภารัณพอเห็นปารารินพูดบอกเขาแบบนั้นก็ทำหน้ามองเธอแบบจดจ้อง ก่อนจะหันไปหาทาเคชิแล้วก็ยิ้มให้กับเขาไป ก่อนจะเอ่ยพูดออกไปแบบจำยอม

“งั้นเราสั่งอาหารกันเลยนะครับ มื้อนี้ผมเลี้ยงเองครับ ส่วนคุณอยากทานอะไรก็สั่งนะครับที่รัก” ภารัณพูดกัดฟันออกไปก็ยิ้ม ก่อนจะหันไปหาปารารินแล้วมองเธอแบบกวนๆ

“ขอบคุณครับ งั้นผมขอรวบกวนให้แฟนของคุณภารัณช่วยสั่งให้หน่อยก็แล้วกันนะครับ เพราะผมก็ไม่รู้ว่าจะมีอะไรอร่อยๆให้ผมทานบ้าง” ทาเคชิพูดออกไปก็ยิ้มให้กับแฟนของภารัณ เพราะต้องการทดสอบเธอและภารัณ

“อ่อ ได้เลยค่ะ ฉันก็พึ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรก งั้นเราก็สั่งอาหารที่แพงที่สุดของร้านมาก็แล้วกันนะคะ รับรองว่าต้องอร่อยแน่นอนค่ะ น้องคะ เอาอาหารที่แพงที่สุดของร้านมาห้าอย่างแล้วก็ขอไวน์แดงขวดที่แพงที่สุดมาด้วยนะคะ” ปารารินพูดออกไปแล้วก็ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เพราะใครบอกให้เขาพาเธอมาเองล่ะ ไหนๆก็ต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัวแกล้งเป็นแฟนกับเขาแล้ว ก็ขอจัดเต็มหน่อยละกัน ดูสิว่าร้านอาหารหรูๆแบบนี้จะอร่อยแค่ไหนกันเชียว

ด้านภารัณก็ถึงกับหันไปมองหน้าของปารารินในขณะที่เธอสั่งอาหารแล้วก็ไวน์นั่นอย่างอึ้งๆ นี่เธอไม่คิดจะถามเขาก่อนหรือไง รู้จักกันไม่กี่ชั่วโมงเธอจะผลาญเงินเขาเป็นแสนๆเลยงั้นเหรอ ยัยตัวแสบ

“ฮ่าๆ แฟนของคุณภารัณนี่ใจปล้ำหน้าดูเลยนะครับ แบบนี้ธุรกิจของเราคงจะตกลงกันง่ายขึ้น” ทาเคชิพูดออกไป แล้วรู้สึกว่าสองคนนี้หมือนจะมองกันด้วยสายตาแปลกๆ

“ครับ แฟนผมเขาชอบเอาใจทุกคนแบบนี้แหละครับ งั้นระหว่างที่รออาหารเราก็มาคุยเรื่องโครงการใหม่ของเราดีกว่านะครับ นี่เป็นเอกสารสัญญาที่เราตกลงกันไว้ ถ้าคุณทาเคชิอ่านแล้วไม่มีปัญหาอะไรก็เซ็นชื่อได้เลยครับ” ภารัณเอ่ยบอกบอกไปก็ส่งเอกสารให้กับทาเคชิไป 

“โอเคครับ งั้นผมขออ่านข้อตกลงในสัญญาแปปนะครับ” ทาเคชิรับเอกสารมาก่อนจะเปิดอ่านแล้วพิจารณาอย่างถี่ถ้วน พร้อมกับแอบสงัเกตทั้งสองอย่างเงียบๆ 

ส่วนภารัณก็หันมาหาปารารินแล้วทำปากต่อว่าเธอออกไปแบบอดไม่ได้ที่ทำอะไรโดยไม่ปรึกษาเขาก่อน แต่พอเห็นหน้าของทาเคชิเงยขึ้นมามองทั้งสองก็ยิ้มออกไป ก่อนที่ภารัณจะพยายามพูดกับเธอออกไปราวกับคนรักที่รักกันมาก จนกระทั่งเวลาผ่านไปไม่นานอาหารก็ถูกนำมาวางลงบนโต๊ะอย่างพร้อมเพียง และปารารินก็มองแล้วกลืนน้ำลายทันทีกับอาหารตรงหน้า

“ที่รัก ถ้าคุณหิวก็ทานก่อนได้เลยนะ" ภารัณพูดบอกไปเพราะทนมองหน้าเธอที่ดูอาหารอย่างจดจ้องนั้นไม่ได้ ผู้หญิงอะไรไม่รักษาภาพลักษณ์ตัวเองเอาซะเลย สวยซะเปล่า

“ค่ะที่รัก งั้นฉันทานเลยนะคะ ขออนุญาตทานก่อนนะคะคุณทาเคชิ” ปารารินพูดบอกไปแบบพอใจ ก่อนจะเอ่ยบอกทาเคชิอย่างไม่เป็นการเสียมารยาท เพราะอาหารตรงหน้ามาล่อตาล่อใจจนเธอทนไม่ไหวแล้ว

“ฮ่าๆ ครับๆ เชิญเลยครับ ไม่ต้องเกร็งใจผมนะครับ ผมคงต้องอ่านสัญญาไปอีกสักพักเลย” ทาเคชิพูดบอกไปก็หัวเราะกับความน่ารักของเธอที่อยากทำอะไรก็ทำได้อย่างอิสระ โดยมีภารัณคอยตามใจอย่างนั้น สงสัยจะรักกันมากทีเดียว

จากนั้นปารารินก็ชิมอาหารในจานของเธออย่างพิจารณาก่อนจะทำหน้าทำตาชอบใจกับรสชาติของอาหารที่นี่ เธอก็รีบหั่นเนื้อสเต็กนี่แล้วกินต่อแบบเอร็ดอร่อย โดยที่เธอไม่ได้สนใจภารัณหรือลูกค้าของเขาแม้แต่น้อย จนมีมีเศษอาหารเลอะปากของเธออย่างไม่รู้ตัว

ภารัณที่มองเธอกินอย่างอึ้งๆ ก่อนจะใช้มือสะกิดเธอให้เงยหน้ามาสนใจเขา แล้วเขาก็ทำหน้าบอกเธอว่าที่ปากของเธอมีเศษอารติดอยู่ แต่ดูเหมือนเธอจะไม่เข้าใจ จนเขาต้องหยิบทิชชู่ไปเช็ดให้เธอเอง

“ที่รัก ทานจนเลอะแล้วนะครับ หิวมากใช่ไหมเนี่ย” ภารัณพูดไปก็เช็ดปากให้เธออย่างแรงอย่างแกล้งๆเธอ ที่กำลังจะทำให้เขาเสียหน้า

“หึๆ ก็หิวสิคะ ฉันรอคุณตั้งนานนิคะ คุณก็คงจะหิวแล้วใช่ไหมคะ ทานหน่อยสิคะ มาค่ะ ฉันป้อน ไม่ต้องอายคุณทาเคชิเขาหรอกค่ะ ปกติคุณก็ชอบให้ฉันป้อนอาหารให้คุณทานอยู่บ่อยๆไม่ใช่เหรอคะ” ปารารินที่ถูกเขาเช็ดปากอย่างแรงก็เอาคืนเขา ด้วยการเอาซ่อมจิ้มเนื้อสเต็กบวกกับพริกที่เอามาตกแต่งในจานให้เขาไป

“อืม คุณนี่น่ารักตลอดเลยนะที่รัก งับ” ภารัณก็มองปารารินแล้วกัดฟันยิ้มออกไปอย่างจำยอม เพราะตอนนี้ทาเคชิกำลังเงยหน้าขึ้นมามองที่เขาและเธออยู่ ทำให้เขาเอามือไปจับมือของเธอแล้วก็ยอมกินสเต็กที่เธอป้อนมาก่อนจะหลับตาแบบจี๊ดเมื่อกัดเข้ากับพริกเข้าเต็มๆ

“อร่อยมากใช่ไหมคะที่รัก ดูทำหน้าเข้าสิ” ปารารินพูดตอกย้ำเขาออกไปแบบสะใจ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างขำๆกับท่าทางของเขา

“อืม อร่อยมากเลยล่ะ” ภารัณพูดไปด็หยิบน้ำมาดื่มทันที เพราะเขาทานเผ็ดมากไม่ได้ ก่อนจะภาวนาให้ทาเคชิรีบเซ็นต์เอกสารสัญญาสักที ก่อนที่เขาจะทนกับยัยตัวแสบนี่ไม่ไหว

“เอาใจเก่งแบบนี้นี่เอง แบบนี้คุณภารัณไม่หอมแก้มเธอให้รางวัลหน่อยล่ะครับ” ทาเคชิพูดออกไป เพราะถ้าเป็นเขาป่านนี้คงหอมแก้มเอาใจคนรักไปนานแล้วที่เธอออดอ้อนเก่งอย่างนี้

“ห้ะ หอมแก้ม ไม่ ไม่ดีกว่าค่ะ คือฉันอายน่ค่ะ จริงไหมคะที่รัก” ปารารินรีบพูดห่มออกไปทันที ก่อนจะทำตัวเลิกลักแบบเขินๆ

“ไม่เห็นต้องอายเลยครับ ผมทำกับภรรยาของผมเป็นประจำเลย เธอจะได้รู้ว่าผมรักเธอไงครับ ทำๆไปเถอะครับไม่ต้องอายผมหรอก หอมเลยๆ” ทาเคชิพูดบอกไปก็เชียร์ให้ภารัณหอมแก้มของแฟนสาวอย่างชอบใจ จนคนที่ทานอาหารหลายๆโต๊ะเริ่มมองมาที่พวกเขา

ปารารินก็รู้สึกอายอย่างบอกไม่ถูก เพราะตอนนี้คนในร้านก็มองโต๊ะของพวกเธอกันแบบลุ้นๆ ยิ่งเธอหันไปมองหน้าของภารัณแล้วก็ถึงกับกลืนน้ำลายทันที 

“ที่รัก คนมองเราเยอะแล้วนะ” ภารัณเองก็เริ่มจะทนกับสายตาของคนอื่นๆไม่ไหว เขาก็หันไปหาปารารินแล้วมองหน้าเธออย่างเขินๆเช่นกัน ก็พูดกัดฟันออกไป เพราะถ้าเขาไม่หอมเธอนี่สิ ทาเคชิคงไม่เชื่อว่าเขากับปารารินเป็นแฟนกันจริงๆ ละนั่นจะยิ่งทำให้เขาพลาดงานนี้

“จะรออะไรล่ะคะ รีบๆหอมสิคะที่รัก ฉันก็อายคนอื่นเขาเหมือนกันนะคะ” ปารารินกัดฟันพูดบอกไปก็ยิ้มออกไปแบบจำยอม ก็แค่หอมแก้มแค่นี้ทำไมเขาไม่รีบทำให้มันจบๆไปสักที แค่นี้ยังอายคนอื่นไม่พอหรือไง 

“จุ๊บ” ภารัณก็ยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มของปารารินอย่างรวดเร็ว เมื่อเธอพูดอนุญาตเป็นนัยๆแล้ว แล้วเขาก็ได้สูดดมกลิ่นตัวหอมๆของเธอ

“ฮ่าๆ เป็นคู่รักที่น่ารักมากนะครับ ผมเห็นแล้วรู้สึกอิจฉาขึ้นมาเลยเนี่ย คุณภารัณโชคดีนะครับที่ได้แฟนน่ารัก แบบนี้ ถ้าแต่งเมื่อไหร่บอกผมด้วยนะครับ ผมจะมาร่วมแสดงความยินดีด้วย” ทาเคชิพูดชมความน่ารักของทั้งสองอย่างอดไม่ได้ และเขาก็เชื่อแล้วว่าทั้งสองเป็นคู่รักกันจริงๆ กลับญี่ปุ่นคราวนี้คงต้องบอกให้ลูกสาวของเขาทำใจแล้วล่ะ

“ฮ่าๆ ครับๆ ถ้าผมจะแต่งเมื่อไหร่ผมจะเชิญคุณทาเคชิแน่นอนครับ” ภารัณพูดไปแล้วหันไปมองปารารินแล้วทำหน้ายิ้มแห้งๆออกไป เพราะแค่คิดภาพตามก็สยองแล้ว

ทาเคชิมองแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างชอบใจ แล้วเขาก็ตัดสินใจเซ็นต์เอกสารสัญญากับภารัณไป ก่อนจะควักมือเรียกเลขาของเขามาให้มาเก็บสัญญาในฝั่งของเขาไป

“ผมเซ็นต์สัญญาให้เรียบร้อยแล้ว หวังว่าผมมาไทยคราวหน้า คุณจะเตรียมแผนสำหรับโครงการใหม่เรียบร้อยแล้วนะครับ งั้นผมคงต้องขอตัวก่อน จะต้องบินไปหาภรรยากับลูกสาวที่ภูเก็ตแล้วก็บินกลับญี่ปุ่นเย็นนี้เลย ยินดีที่ได้ร่วมงานกันอีกครั้งนะครับคุณภารัณ” ทาเคชิพูดบอกไปก็ลุกขึ้นแล้วส่งเอกสารให้กับภารัณไป ก่อนส่งมือไปจับจับมือกับภารัณอย่างเป็นมิตร

“แน่นอนครับ ทุกอย่างจะพร้อมทันทีที่คุณมาถึงครับ” ภารัณพูดบอกไปก็ลุกขึ้นแล้วยิ้มให้ทาเคชิ แล้วเขาก็รู้สึกโล่งอกที่ทุกอย่างกำลังจะผ่านไปด้วยดี 

“เดินทางปลอดภัยนะคะคุณทาเคชิ” ปารารินพูดบอกไปก็ส่งมือไปทักทายเขาอย่างมีมารยาท แล้วเธอก็เข้าไปยืนชิดกับภารัณราวกับคนรักที่แทบไม่ห่างกันเลย

“ครับ งั้นขอตัวเลยนะครับ ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้ด้วยนะครับ” ทาเคชิพูดออกไปก็เดินออกไปพร้อมกับเลขาของเขา 

“เฮ้อ จบสักที ทีนี้ก็กินได้เต็มที่แล้วสิ” ปารารินพูดออกมาอย่างโล่งอกโล่งใจ ที่เธอไม่ต้องมาปั้นหน้ายิ้มทำตัวเป็นคนรักของเขา ก่อนจะนั่งลงแล้วมองอาหารตรงหน้าอย่างชอบใจ 

“นี่ยังจะมีอารมณ์มากินต่ออีกเหรอคุณ คุณแสบมากนะที่ทำให้ผมต้องจ่ายค่าอาหารเป็นแสนๆเนี่ย” ภารัณนั่งลงแล้วก็พูดบ่นเธออกไปทันที 

“เอาน่าคุณ ถือว่าเป็นการตอบแทนที่คุณหอมแก้มฉันไง ฉันใจดีแค่ไหนที่ไม่โวยวายจนคุณต้องเสียงานน่ะ” ปารารินพูดบอกไปก็ตักอาหารทานอย่างเอร็ดอร่อย โดยไม่แคร์สายตาของภารัณที่มองเธอมาอย่างไม่พอใจ เพราะเธอไม่ได้แคร์อะไรเขาเลยสักนิด

“คุณนี่มันเห็นแก่กินจริงๆเลยนะ ผู้หญิงอะไรไร้ความเป็นกุลสตรีที่สุด เฮ้อ งั้นก็กินให้มันหมดๆ อย่าให้ผมต้องเสียเงินไปฟรีๆ” ภารัณพูดบอกไปอย่างไม่พอใจ แต่ก็ต้องรักษาภาพพจน์ของตัวเองเอาไว้ 

“ ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันจะห่อไปกินที่บ้าน ไม่อยากมานั่งทานแล้วให้คุณวิจารณ์ฉันแบบนี้ น้องคะ ช่วยเอาอาหารพวกนี้ไปห่อกลับบ้านให้ทีนะคะ” ปารารินพูดบอกไปแล้วก็ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ เพราะภารัณคงจะเสียหน้าน่าดูที่เธอขอเอาของพวกนี้ห่อกลับบ้าน

“ค่ะ คุณผู้หญิง รอสักครู่นะคะ” พนักงานทำหน้ายิ้มแห้งๆออกปก็รีบเอาอาหารและขวดไวน์บนโต๊ะอาหารออกไปทันที

“นี่คุณ จะกินก็กินที่นี่สิ จะห่อกลับบ้านทำไมห้ะ” ภารัณพูดต่อว่าเธอไปแบบอายๆ เพราะนี่เป็นร้านอาหารหรู กินๆแล้วทิ้งมีใครเขาห่อกลับบ้านอย่างเธอบ้าง นี่เธอจะแกล้งให้เขาเสียหน้าชัดๆ

“ก็ฉันเห็นหน้าห่วยๆของคุณแล้วฉันทานไม่ลงอ่ะ ในเมื่อตอนนี้มันหมดหน้าที่ของฉันแล้ว เราสองคนก็แยกย้ายกันเลยสิ” ปารารินตอบเขาไปก็มองหน้าเขาแบบกวนๆ ใครบอกให้เขามาว่าเธอเองล่ะ ก็ต้องเจอเธอเอาคืนแบบนี้แหละ

“อืม คิดว่าผมอยากจะอยู่กับคุณแบบนี้มากหรือไงล่ะ ” ภารัณพูดไปก็มองหน้าของเธออย่างอดทนที่จะไม่โมโหกับคำพูดของเธอ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป