บทที่ 10 ถูกชะตา 100%
เสียงชายปริศนาทำให้มีนาใจชื้นขึ้นทันที ในที่สุดก็มีคนมาช่วยเธอแล้ว ดวงตากลมโตพยายามเพ่งเล็งชายหนุ่มคนนั้น แต่ก็มองเห็นแค่เพียงเงาสลัว ติณภพก็เช่นกันเขามองเห็นทั้งคู่แค่เพียงเงาเท่านั้น เพราะที่ตรงนี้มืดมัวไปหมด
"หึ! แกจะมายุ่งเรื่องชาวบ้านทำไมวะ ผัวเมียเขากำลังงอนกัน มาทางไหนก็กลับไปทางนั้นซะ! "ชายหนุ่มหื่นกามปฏิเสธหน้าตาย มือแกร่งพยายามดันร่างของมีนาเข้าไปในรถให้ได้
"อย่าไปเชื่อมันนะคะ! ฉันกำลังโดนฉุด! ช่วยฉันด้วยค่ะ! ช่วยด้วย!! อื้อ! "มีนารีบปฏิเสธเสียงดัง มือหยาบกร้านรีบยกขึ้นมาปิดปากเธอไว้
"แหมๆ เมียจ๋า เลิกงอนผัวได้แล้ว กลับบ้านกันดีกว่านะ~"ชายหนุ่มวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเพื่อกลบเกลื่อนสถานการณ์
"ฮือๆ ไม่นะ! มันโกหก! ช่วยฉันด้วยค่ะ! "มีนาตะโกนร้องขอความช่วยเหลือทั้งน้ำตา เมื่อชายคนนั้นดันร่างเธอเข้าไปในรถได้สำเร็จ
ติณภพไม่เชื่อสิ่งที่ชายผู้นั้นพูดเลยสักนิด เพราะรู้ที่มาที่ไปก่อนหน้านี้แล้ว ร่างสูงจึงเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อชายคนนั้นทันที หมัดหนักซัดเข้าไปที่ใบหน้าสากอย่างเต็มแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ผัวะ!! ผัวะ!! ผัวะ!!
จนในที่สุดร่างของชายคนนั้นก็ทรุดลงพื้นอย่างหมดสติ ติณภพจึงลากเขาขึ้นไปไว้บนเบาะฝั่งคนขับ แล้วรีบโทรแจ้งตำรวจทันที...
"คุณครับ...ปลอดภัยแล้ว"เมื่อจัดการกับชายหื่นคนนั้นเสร็จแล้ว ติณภพจึงเดินมาเอ่ยเรียกสติเธอ แต่เรียกเท่าไหร่เธอก็ยังนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม แถมยังสั่นปานเจ้าเข้า คงยังช็อกกับเรื่องที่เกิดขึ้น
"...."มีนาตัวแข็งทื่อ ร่างบางสั่นระริกอย่างหวาดกลัว เธอยังช็อกกับสถานการณ์ตรงหน้า
"คุณครับ...ได้ยินผมหรือเปล่าคุณ..."มือแกร่งยื่นไปเขย่าแขนเล็กเพื่อเอ่ยเรียกสติ แต่เรียกเท่าไหร่เธอก็ไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบสนอง มืออีกข้างจึงยื่นขึ้นไปเปิดสวิตไฟในรถเพื่อให้เธอได้สติ
"คุณครับปลอดภัยแล้ว...มะ...มินตรา! "เมื่อแสงไฟในรถสว่างขึ้น ใบหน้าของหญิงสาวจึงปรากฏแก่สายตาติณภพ ตาคมเบิกกว้างอย่างตกใจสุดขีด หัวใจแกร่งที่เคยด้านชากลับมาเต้นกระหน่ำแรงรัว กลับกลายเป็นว่าตอนนี้ติณภพช็อกค้างตามเธอไปด้วย
'ไม่จริง...เลิกเพ้อเจ้อได้แล้วติณ แกเลิกมองเธอคนนี้เป็นมินตราได้แล้ว'มือแกร่งยกขึ้นมาตบหน้าตนเองเพื่อเรียกสติกลับคืนมา เขาต้องเมาค้างแน่นอน
ติณภพพยายามขยี้ตาไปมา เพื่อให้เลิกมองเธอเป็นมินตรา แต่จะทำอย่างไรก็ไม่ได้ผล เพราะลืมตาขึ้นมาครั้งใด หญิงสาวตรงหน้าก็ช่างหน้าตาเหมือนคนรักเขาเหลือเกิน แสดงว่าที่ผ่านมาเขาไม่ได้มโนไปเองคนเดียวงั้นสิ มีคนหน้าตาคล้ายมินตราอยู่บนโลกนี้จริงๆ
"คุณใช่มั้ยมินตรา~"ถึงแม้จะพยายามห้ามสติให้เลิกมองเธอเป็นมินตรา แต่หัวใจข้างในของเขาก็ยังคงเรียกร้องหาแต่ชื่อคนรัก
เสียงพร่ำเพ้อของติณภพทำให้สติของมีนาค่อยๆ กลับมา ใบหน้าสวยจึงหันขึ้นไปเผชิญหน้ากับชายผู้ช่วยชีวิต แต่แล้วรูม่านตาเธอต้องขยายใหญ่ เมื่อผู้ชายคนนี้คือคนที่พรากความบริสุทธิ์ไปจากเธอนั่นเอง
"กรี๊ดดด!! อย่าทำอะไรฉันเลยนะคะ! ฉันกลัวแล้วฮือๆ! "มีนาขยับร่างกายแนบชิดเบาะรถด้วยความหวาดกลัว นี่เธอกำลังหนีเสือปะจระเข้อย่างนั้นหรือ
เสียงกรีดร้องของมีนาทำให้ติณภพได้สติ ใช่ตอนนี้เขามีสติครบทุกอย่าง ติณภพพยายามเพ่งเล็งมีนาตั้งแต่หัวจรดเท้า...เหมือนมาก...เธอเหมือนมินตราทุกอย่างจริงๆ แสดงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้นเขาไม่ได้ฝันไป...มันคือเรื่องจริง!
ในโลกนี้มีใครเคยเจอเรื่องประหลาดแบบเขาบ้างมั้ย ที่จู่ๆ ก็เจอผู้หญิงหน้าตาคล้ายกับคนรักที่เสียไป มาปรากฏอยู่ตรงหน้า
"เอ่อมินตรา...ไม่สิ...คุณใจเย็นๆ ก่อนนะ ผมไม่ได้มาทำร้ายคุณ ผมมาช่วยคุณต่างหากล่ะ"ติณภพยังช็อกกับเรื่องมหัศจรรย์ตรงหน้า ร่างสูงถึงกับไปไม่ถูกเช่นกัน
น้ำเสียงอบอุ่นของติณภพ ทำให้ความกลัวของมีนาค่อยๆ จางหายไป แปลกจริงทำไมเธอต้องคล้อยตามเขาง่ายขนาดนี้ด้วย
มีนาหันขึ้นไปมองใบหน้าหล่อด้วยแววตาหวาดกลัว ติณภพเห็นดังนั้นจึงส่งยิ้มละมุนให้เธอไป เพื่อให้เธอเลิกกลัวเขาเสียที
"ขะ..ขอบคุณที่ช่วยชีวิตฉันค่ะ"มีนาพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เพราะยังไม่ไว้วางใจชายหนุ่มตรงหน้า
ยิ่งได้พูดคุยกับเธอติณภพก็ยิ่งเหลือเชื่อ เธอช่างเหมือนมินตราจริงๆ จะมีก็แต่ดวงตาเท่านั้นที่ไม่เหมือนกัน มินตรามีดวงตาที่คมและสดใส แต่เธอคนนี้มีดวงตาค่อยข้างเล็กกว่าและแววตาดูน่าสงสารมาก
"งั้นฉันขอตัวนะคะ"มีนายังคงกลัวติณภพอยู่เหมือนเดิม เพราะคิดว่าเขาคงไม่ต่างจากชายหื่นกามคนนั้นหรอก คิดได้ดังนั้นร่างบางก็ลุกพรวดพราดขึ้นท่ามกลางความตกใจของติณภพ
"เดี๋ยวคุณ! ผมมีอะไรจะถาม"ติณภพรีบยื่นมือไปรั้งแขนเล็กให้กลับมานั่งลงที่เดิมอย่างลืมตัว
"ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ กรี๊ดด!! "ติณภพเล่นไปสะกิดปมของเธอเมื่อครู่ ทำให้มีนาที่สติยังไม่อยู่กับเนื้อกับตัว กรี๊ดลั่นอีกครั้ง
"อื้อ! "ติณภพรีบยกมือขึ้นมาปิดปากเล็กแทบไม่ทัน
"ชู่ว์! เงียบๆ สิคุณ เดี๋ยวไอ้หื่นนั่นมันก็ตื่นขึ้นมาหรอก” มีนาหยุดการกระทำตามที่ติณภพบอก
“ผมไม่ทำอะไรคุณแน่นอน เชื่อถือได้ แต่ถ้าจะทำ...คงไม่มาทำตรงนี้หรอก"ติณภพพูดเชิงข่มขู่ให้เธอสงบสติอารมณ์ และไม่วายกวนประสาทคนตัวเล็กต่อ
"อื้อ!! "มีนาถลึงตาขวางใส่เขาทันที นึกว่าจะเป็นคนดีที่ไหนได้ก็หวังแก่ได้เหมือนกันหมด
ท่าทางของมีนาสร้างความขบขันให้แก่ติณภพยิ่งนัก มือแกร่งจึงค่อยๆ ปล่อยเธอให้เป็นอิสระ
"ผมล้อเล่น...ผมแค่อยากจะถามว่า วันนั้นคุณใช่มั้ยที่ขึ้นไปเสริฟเครื่องดื่มที่ห้องวีไอพี 401 ถ้าใช่ ผมจะรับผิดชอบคุณ วันนั้นผมต้องขอโทษด้วย ผมไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินคุณเลยนะ มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดเล็กน้อย เอาเป็นว่าคุณต้องการค่าเสียหายเท่าไหร่"ติณภพสาธยายเสร็จสรรพ โดยไม่ถามความคิดเห็นจากมีนาเลยสักนิดว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร
"ฉันไม่ต้องการเงินจากคุณหรอกค่ะ คุณมีเรื่องจะพูดแค่นี้ใช่มั้ยคะ ฉันจะได้กลับบ้านสักที"มีนาตอบกลับอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ เขาคงมองว่าการใช้เงินฟาดหัวเธอคงจะจบปัญหาทุกอย่าง แต่มันใช้กับเธอไม่ได้หรอก เธอมีศักดิ์ศรีพอ
มีนาดันร่างของติณภพให้พ้นจากประตูรถ ขาเล็กพยายามก้าวลงรถอย่างยากลำบาก เพราะเธอยังรู้สึกเจ็บท้องน้อยอยู่
ติณภพมองตามอย่างงุนงง ปกติไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธเขาเลย มีเธอคนแรกนี่แหละที่กล้าปฏิเสธเขา มันยิ่งทำให้เขาอยากรู้จักเธอมากขึ้น
"เดี๋ยวก่อนคุณแล้วเรื่อง...เอ่อ...ป้องกันคุณได้ป้อง..."
"ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันกินยาคุมฉุกเฉินเรียบร้อย รับรองว่าฉันไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้คุณแน่นอน"ติณภพยังพูดไม่ทันจบประโยค มีนาก็พูดแทรกขึ้นมาทันที เธออยากให้เรื่องนี้จบสักที
"เอ่อ...แล้วนั่นคุณจะเดินไปไหน"ติณภพพยายามถ่วงเวลาให้ได้มากที่สุด
"ฉันก็จะกลับบ้านน่ะสิ"
“เดินกลับเนี้ยนะ?” ร่างสูงถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
“ใช่ค่ะ” มีนาหันมาตอบแบบส่งๆ อะไรของเขาอีก ขาเล็กยังคงเดินหน้าต่อไป
“ให้ผมไปส่งมั้ย” ติณภพยังคงไม่ละความพยายาม ปากหยักยังตะโกนตามหลังร่างบางเรื่อยๆ
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกลับเองได้”
ติณภพยิ้มมุมปากอย่างชอบใจ ทั้งดื้อทั้งหัวรั้น เขาชักอยากปราบพยศม้าตัวนี้เหลือเกิน
“ไม่กลัวโดนฉุดอีกหรอ ถ้าโดนฉุดอีก คงไม่มีใครช่วยคุณได้เป็นครั้งที่สองหรอกนะ”
ถ้อยคำของติณภพทำให้ขาเล็กหยุดชะงักอย่างรวดเร็ว ก็จริงอย่างที่เขาพูด ถ้าขืนเธอยังเดินต่ออาจจะโดนฉุดอีกก็ได้ แต่จะให้ไปกับเขาเธอก็ไม่ไว้ใจ
“ถ้าอย่างนั้นกลับดีๆ แล้วกัน ผมไปล่ะ” ติณภพเอ่ยบอกลา มือแกร่งยื่นไปเปิดประตูรถ...ไม่นานเสียงสตาร์ทรถหรูก็ดังขึ้น
มีนามองตามอย่างสับสน นี่เขาไม่คิดจะถามเธอต่อเลยหรือ คิดจะไปก็ไปง่ายเหลือเกิน
รถยนต์คันหรูค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไป มีนาที่กำลังสับสนอยู่นั้นจึงตัดสินใจเดินไปฝั่งคนขับ
“เปลี่ยนใจแล้วหรอ?” ติณภพลดกระจกรถลงมาคุยกับคนตัวเล็กด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทั้งที่ข้างในหัวเราะชอบใจ ในที่สุดเขาก็ปราบพยศม้าตัวนี้ได้
“เอ่อคือ...ฉันขอติดรถไปลงที่รอรถแท็กซี่หน่อยค่ะ” มีนาพูดด้วยน้ำเสียงติดขัด เพราะเธอดันปฏิเสธเขาไปก่อนหน้านี้
“ก็ได้...ขึ้นมาสิ” มือแกร่งยื่นไปเปิดประตูฝั่งข้างคนขับทันที มีนาจำใจเดินอ้อมไปขึ้นรถอย่างกล้าๆ กลัวๆ ...
“จอดตรงนี้ล่ะค่ะ” เมื่อถึงที่หมายร่างบางจึงหันไปบอกเขา แต่ติณภพยังคงขับรถต่ออย่างหน้าตาเฉย
“นี่คุณฉันบอกให้จอดไงคะ!” มีนาหันไปพูดกับติณภพอีกครั้ง เขาก็ยังทำหน้าตาไม่รู้ร้อนรู้หนาวเช่นเคย มีนาเริ่มใจคอไม่ดี นี่เธอเสียรู้เขาใช่มั้ย
“คุณได้ยินฉันหรือเปล่า ฉันบอกให้จอด!”
“คุณจะเสียงดังทำไม ก็คุณบอกให้ผมไปส่งไม่ใช่หรือไง” ติณภพหันมาตอบกลับอย่างสบายใจ ก่อนจะหันหน้าไปมองถนนดังเดิม
“แต่ฉันขอลงข้างทางนะคะ ไม่ได้บอกให้ไปส่งบ้านสักหน่อย” ตอนนี้มีนาแทบจะสติแตกอีกรอบ
“นี่คุณไม่ไว้ใจผมขนาดนั้นเชียว” ตาคมหันมามองเธอด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ ยิ่งเห็นเธอดื้อรั้นเขาก็ยิ่งอยากแกล้ง
“ใช่” สายตาของติณภพ ทำให้มีนาเริ่มขยับตัวถอยหลังจนชนประตู ตกลงเขาเป็นคนยังไงกันแน่
เอี๊ยด!
จู่ๆ มือแกร่งก็หักพวงมาลัยมาจอดรถข้างทาง ร่างสูงกระโจนตัวพุ่งเข้าหาร่างบางอย่างรวดเร็ว มีนาตกใจกับสถานการณ์ตรงหน้า สุดท้ายเธอก็หนีเสือปะจระเข้จริงๆ
“คุณเข้าใจถูกแล้วล่ะ~” ใบหน้าคมค่อยๆ เคลื่อนเข้าใกล้ดวงหน้าหวานจนแทบจะแนบชิด
“อย่าทำอะไรฉันเลยนะคะ ฉันไหว้ล่ะ” มีนารีบพนมมือไหว้ทันที แต่ก็ไม่ได้ผล เมื่อใบหน้าหล่อเคลื่อนเข้าใกล้เรื่อยๆ จนปลายจมูกชนกัน ร่างบางหลับตาปี๋ไปด้วยความกลัว
กึก~
“เฮ้อ~ระดับผมอะนะ ถ้าผู้หญิงไม่ยินยอม ผมไม่กล้าทำอะไรหรอก ว่าแต่บ้านคุณอยู่ที่ไหน ผมจะไปส่ง ถือซะว่าเป็นการไถ่โทษที่ผมเผลอล่วงเกินคุณไปวันนั้นแล้วกัน” ติณภพยิ้มมุมปากอย่างชอบใจ เมื่อแกล้งมีนาสำเร็จ ก็เขาเห็นเธอไม่รัดเข็มขัดนิรภัยไง เลยอยากแกล้งให้ตกใจเล่นๆ เท่านั้น มีนาที่หลับตาปี๋อยู่นั้นรู้สึกหน้าชาไปทั้งแถบ
“ว่าไงตกลงจะบอกที่อยู่ได้หรือยัง? ถ้าไม่บอกผมขับรถกลับบ้านเลยนะ” มีนามีท่าทีสะดุ้งอีกครั้ง เขาเล่นบ้าอะไรอีกเนี้ย
“ซะซอยสุขุมวิท 22” มีนาตอบกลับอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“ก็แค่นั้น~” ติณภพมองดูท่าทางของเธออย่างเอ็นดู เธอมีอะไรคล้ายกับมินตราเกือบทุกอย่าง เธอทำให้เขารู้สึกเหมือนมินตรายังอยู่ข้างๆ เขาไม่ได้หายไปไหน...
“จอดตรงปากซอยข้างหน้านี้เลยค่ะ” มีนาเอ่ยออกมาเมื่อรถของติณภพถึงปากซอยทางเข้าบ้านเช่าของเธอแล้ว
“ยังไม่มีบ้านคนเลยหนิ คุณจะเดินเข้าไปเองหรอ ให้ผมเข้าไปส่งดีกว่า” ติณภพมองดูเส้นทางข้างหน้า ปากซอยที่เธอว่า มันยังไม่มีบ้านคนเลยสักนิดแถมยังมืดอีกต่างหาก
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเดินกลับแบบนี้ทุกวันจนชินแล้ว ขอบคุณนะคะที่มาส่ง” ไม่พูดพร่ำทำเพลง มีนารีบเปิดประตูรถลงไปทันที
“เดี๋ยวคุณผมยังไม่ได้ถามชื่อคุณเลย...” ติณภพตะโกนไล่หลังแทบไม่ทัน เพราะเธอเล่นเดินหนีไปเร็วเหลือเกิน คงจะกลัวเขามากสินะ
“หึ~” ติณภพระบายยิ้มออกมาเหมือนคนกำลังมีความสุข นานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ได้สัมผัสอารมณ์แบบนี้ เธอคนนี้มีอะไรที่พิเศษมาก เธอสามารถทำให้เขากลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง....
