บทที่ 3 เริ่มแผนการ
บทที่3
เริ่มแผนการ
ใบข้าวนั่งตัวเกร็งตลอดทาง เธอไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงเพราะกลัวว่าจะไปรบกวนสมาธิในการขับรถเขา ปกติเธอเป็นคนคุยเก่งและร่าเริงแต่ถ้าเป็นคนที่ไม่คุ้นเคยและไม่สนิทเธอมักจะประหม่าจึงเลือกที่จะอยู่เงียบๆมากกว่า
เธอแอบมองข้อมือแข็งแรงที่หมุนพวงมาลัยด้วยมือเดียวอย่างชำนาญ เขาดูมีเสน่ห์แม้กระทั่งเวลาขับรถจะไม่ให้เธอตื่นเต้นและประหม่าได้อย่างไร กลิ่นหอมสะอาดที่ผสมกับกลิ่นเหล้าจางๆ จากตัวเขาทำให้เธอรู้สึกมึนเมาเล็กน้อย ร่างบางพยายามสงบจิตสงบใจตัวเองจนต้องนั่งบีบมือตัวเองเอาไว้แน่นและภาวนาขอให้ถึงบ้านโดยเร็ว
“บ้านเธออยู่แถวนั้นเหรอ” เขาจำได้ว่าซอยแถวนั้นค่อนข้างแคบและผู้คนก็อยู่กันแบบแออัด ไม่มีบ้านหลังใหญ่เหมือนกับซอยที่เขาอาศัยอยู่ นักรบมีทั้งบ้านและคอนโดแต่เขามักจะกลับไปนอนที่บ้านเสมอเพราะบ้านหลังนั้นเขาออกแบบและตกแต่งเองมันเป็นสไตล์ที่เขาชอบและที่สำคัญบริเวณนั้นมีบ้านเขาแค่หลังเดียวมันจึงค่อนข้างเงียบสงบเหมาะกับการพักผ่อน
“ใช่ค่ะ” เธอตอบไม่เต็มเสียงนัก ยอมรับว่าเกร็งมากที่ต้องมานั่งอยู่ข้างๆเขาในพื้นที่ใกล้ชิดกันแบบนี้ เธอไม่เคยใกล้ชิดผู้ชายคนไหนมาก่อนทำให้เธอรู้สึกแปลกๆและประหม่ายิ่งเป็นผู้ชายที่พึ่งรู้จักและได้พูดคุยกันเธอก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก
“เอ่อ เดี๋ยวจอดซอยข้างหน้าเลยค่ะ” นักรบจอดรถให้เธอตามคำบอก เขาขมวดคิ้วเมื่อมองเข้าไปในซอยลึกที่ค่อนข้างมืดและเปลี่ยว
“ให้ฉันเข้าไปส่งมั้ย”
“ไม่เป็นไรค่ะ มันไม่น่ากลัวขนาดนั้นหรอกค่ะ ฉันเดินทุกวัน ชินแล้ว” เธอเห็นว่าเขาขมวดคิ้วและมองเข้าไปในซอยบ้านของเธอเหมือนกับระแวงว่าในนั้นจะมีอะไรทำให้เธอเผลอยิ้มออกมาและบอกเขาด้วยท่าทีที่ผ่อนคลายขึ้น
“อืม งั้นถึงบ้านแล้วก็บอกฉันด้วยแล้วกัน”
“บอกยังไงคะ?”
“เอาเบอร์เธอมาสิ เดี๋ยวฉันโทรหา” นักรบพูดด้วยท่าทีปกติเหมือนกับคนไม่คิดอะไรทั้งๆ ที่ในใจกำลังมีแผนร้ายเต็มไปหมดและมีหรือคนที่อ่อนประสบการณ์แบบเธอจะทันความคิดเขา
“ต้องให้เบอร์ด้วยเหรอคะ” เธอถามย้ำเพราะยังมองไม่เห็นถึงความจำเป็นที่ถึงขั้นต้องแลกเปลี่ยนเบอร์โทรกับเขา
“แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าเธอกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย ฉันเป็นคนมาส่งเธอก็ต้องรู้ด้วยว่าเธอถึงบ้านแล้วจริงๆ”
“อ๋อค่ะๆ” ด้วยความไม่คิดอะไรเห็นว่าเขาดูเป็นห่วงและหวังดีเธอจึงบอกเบอร์โทรเขาไปซึ่งไม่นานก็มีเสียงโทรศัพท์สั่นครืดคราดเธอก้มมองโทรศัพท์ตัวเองก่อนจะเม้มปากแน่นอย่างทำตัวไม่ถูก
“นั่นเบอร์ฉันบันทึกไว้ด้วยล่ะ ถึงบ้านแล้วจะโทรหาหรือส่งข้อความมาบอกก็ได้” เขาพูดด้วยท่าทีสบายๆ ไม่ได้กดดันหรืออะไร เขาในตอนนี้ทำให้ใบข้าวรู้สึกวางใจมากกว่าครั้งแรกที่ได้พูดคุยกันเพราะเขาไม่ได้แผ่รังสีความโหดออกมาใส่เธอแล้ว
“ค่ะ ถ้างั้นฉันขอตัวนะคะ ขอบคุณมากนะคะที่มาส่ง” เธอส่งยิ้มและยกมือไหว้ขอบคุณเขา หลังจากนั้นก็เปิดประตูลงจากรถและเดินหายเข้าไปในซอยที่มีเพียงแสงไฟสลัวๆเท่านั้นแต่เพราะเป็นบ้านที่เธออยู่มาตั้งแต่เด็กและผู้คนก็รู้จักกันทำให้เธอไม่ได้รู้สึกกลัวแต่อย่างใด
นักรบแสยะยิ้มร้ายก่อนจะหลับตานึกคิดถึงกลิ่นกายหอมๆ ของเธอที่มันยังติดจมูกเขาอยู่ เธอเป็นผู้หญิงตัวเล็กแต่ซ่อนรูปข้อนี้เขารู้ดีเพียงแค่มองผ่านเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ก็รู้แล้ว หลังจากที่เจ้าตัวเดินออกมาขึ้นรถกับเขาก็ทำให้เขารู้ว่าเธอตัวเล็กกว่าที่เขาคิดเพราะเจ้าตัวสูงไม่ถึงหน้าอกเขาด้วยซ้ำ
ปกติเขาชอบผู้หญิงรูปร่างสูงหุ่นดีทำให้ผู้หญิงที่ได้ขึ้นเตียงกับเขามักเป็นพวกดารานางแบบที่กันต์มือขวามักจัดหามาให้อย่างรู้ใจและถ้าใครอยู่เป็นและไม่สร้างความรำคาญใจให้เขาคนนั้นก็จะได้ขึ้นเตียงกับเขาบ่อยเป็นพิเศษแต่ก็ไม่ได้บ่อยจนอีกฝ่ายคิดเข้าข้างตัวเอง เขาไม่ชอบที่สุดคือคนที่คิดว่าได้ขึ้นเตียงกับเขาแล้วจะได้ครอบครองเป็นเจ้าของเขา
ส่วนคนตัวเล็กคนนี้เขาเพียงแค่อยากได้แต่ไม่คิดที่จะสานสัมพันธ์ใดๆหรือเอาเธอมาเลี้ยงดูเพราะเขาก็ไม่อยากให้เพื่อนรักมีปัญหากับเมีย เมื่อไหร่ที่เขาได้เธอแล้วเขาก็จะเลิกสนใจเธอทันที ส่วนเจ้าตัวจะเป็นยังไงต่อเขาก็ไม่จำเป็นต้องไปสนใจเพราะคนอย่างเขาไม่จำเป็นต้องใส่ใจความรู้สึกใครทั้งนั้นเพราะเขาไม่คิดจะจริงจังกับใครง่ายๆอยู่แล้ว ได้แล้วก็คือจบ
เมื่อคิดถึงร่างกายนุ่มนิ่มและอวบอิ่มของเธอ ร่างสูงก็ยกยิ้มเขากำลังจินตนาการไปถึงวันที่เธอนอนอยู่ใต้ร่างเขาไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะรับแรงอารมณ์ดิบเถื่อนเขาได้หรือเปล่าเพียงแค่คิดถึงร่างกายขาวเนียนของเธอที่เขาจินตนาการเอาไว้ บางอย่างในร่างกายก็ตื่นตัวขึ้นมาอย่างง่ายดาย
นักรบกดโทรศัพท์ออกหากันต์เพื่อให้อีกฝ่ายเรียกนางแบบสาวสักคนไปหาเขาที่คาสิโนเพราะตอนนี้เขาต้องการคนแก้ขัดกับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านขึ้นมาเพียงเพราะเขาจินตนาการไปถึงร่างกายของคนตัวเล็ก
ร่างสูงเหยียบคันเร่งออกจากถนนเส้นนั้นอย่างรวดเร็ว เขาตรงไปยังคาสิโนเพราะสถานที่ตรงนั้นมีห้องสำหรับทำเรื่องอย่างว่าโดยเฉพาะเขาไม่เคยให้ผู้หญิงเหล่านั้นไปอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวอย่างเช่นบ้านหรือคอนโดของเขา หลังจากที่เสร็จกิจเขาก็จะตรงกลับบ้านตัวเองเพื่อไปพักผ่อนทิ้งให้ลูกน้องจัดการโอนเงินให้กับผู้หญิงเหล่านั้นเป็นค่าตอบแทนแต่ถ้าคนไหนที่ทำตัวดีไม่ งี่เง่าอยู่ในที่ของตัวเองเจ้าตัวก็มักจะได้ของตอบแทนที่พิเศษกว่าคนอื่น
นักรบไม่ได้รู้สึกแย่หรือรู้สึกผิดกับการทำเรื่องแบบนี้เพราะเขายังโสดและมันก็เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนกันเท่านั้น พวกเธอได้รับค่าตอบแทนเขาก็ได้ปลดปล่อยอารมณ์ดิบตามประสาผู้ชาย พวกเธอจะรู้สึกยังไงไม่รู้แต่สำหรับเขาไม่ได้มีความรู้สึกรักและผูกพันกับใครทั้งนั้นก็แค่ปลดปล่อยแล้วก็จบ
ใช้เวลาไม่นานมากนักรบก็มาถึงคลับหรูที่มีคาสิโนอยู่ด้านบนอีกชั้นซึ่งตอนนี้กันต์กำลังตรวจตราดูแลความเรียบร้อยแทนเขาอยู่
“สวัสดีครับนาย ตอนนี้คุณมีนรอนายอยู่บนห้องแล้วครับ”
“อืม มึงจะไปทำอะไรก็ไปเถอะ เสร็จแล้วเดี๋ยวกูเรียกเอง” หญิงสาวที่ลูกน้องบอกนั้นคือนางแบบสาวที่เขาเคยเรียกหล่อนมาขึ้นเตียงแล้วครั้งนึง เจ้าตัวพูดง่ายและทำตัวดีทำให้เขารู้สึกพอใจเป็นพิเศษแต่ก็คงเรียกมาเพียงสองครั้งเท่านั้นเพราะเขากลัวว่าหากมากกว่านั้นเจ้าตัวจะคิดไปไกลจนเขาต้องมาคอยปวดหัวทีหลัง
“ครับ” กันต์เดินออกไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ อีกสักครึ่งชั่วโมงเขาค่อยเดินกลับมาตรงบริเวณนี้อีกครั้งเพื่อจัดการค่าตอบแทนให้กับคู่นอนของเจ้านาย
เวลาผ่านไปตามที่กันต์คาดการณ์เอาไว้ เจ้านายหนุ่มก็เดินลงมาด้วยสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยเล็กน้อยก่อนจะส่งสัญญาณให้เขาขึ้นไปจัดการต่อนั่นก็คือส่งเธอกลับและจ่ายค่าตอบแทนให้ตามความเหมาะสม
เมื่อได้ปลดปล่อยความอึดอัดจนสบายตัวนักรบก็ขับรถกลับบ้านตัวเองโดยที่ในหัวเขากำลังคิดถึงใครอีกคนที่บอกจะโทรหาเขาแต่ตอนนี้จนแล้วจนรอดเจ้าตัวก็ไม่แม้แต่จะส่งข้อความมา
ร่างสูงถอนหายใจด้วยความหงุดหงิดแต่ก็ไม่ได้คิดที่จะโทรหาเธอเพราะตอนนี้เขาไม่ได้มีอารมณ์ที่จะเล่นเกมเหล่านั้นกับเธอ
เมื่อถึงบ้านความเงียบสงบก็เข้ามาเยือน ร่างสูงถอดรองเท้าและเดินขึ้นชั้นบนอย่างต้องการพักผ่อนเพราะก่อนวันเกิดหลานชายนั้นเขาทำงานหนักจนแทบไม่ได้หยุดพักทำให้ตอนนี้ร่างกายค่อนข้างล้าและอยากพักผ่อนเป็นอย่างมาก
นักรบเดินเข้าไปในห้องน้ำเขาจัดการอาบน้ำอย่างรวดเร็วหลังจากนั้นก็เดินออกมาด้วยสภาพเปลือยเปล่า เจ้าตัวหยิบเพียงกางเกงนอนขึ้นมาสวมใส่และล้มตัวลงนอนบนเตียงด้วยท่าทีผ่อนคลาย
พอตั้งใจพักผ่อนจริงๆ เขากลับนอนไม่หลับซะงั้นเพราะในหัวนอกจากคิดถึงแผนการตัวเองแล้วก็ยังคิดไปถึงคำพูดเพื่อนรักด้วย
“ที่ไม่กลับเพราะยังทำใจไม่ได้หรือว่าหนีการจับคู่”
เขาเคยมีรักแรกที่ไม่สมหวังไม่รู้จะเรียกว่ารักแรกได้หรือเปล่าเพราะตอนนั้นเขาเพียงรู้สึกชอบเธอคนนั้นเอามากๆจนขอเธอคบแต่เจ้าตัวดันปฏิเสธเขาและเขามารู้ทีหลังว่าเธอนั้นมีใจให้กับเพื่อนของเขาที่เรียนมาด้วยกัน
ความจริงแล้วทั้งคู่ก็เป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกันนั่นแหละเป็นคนไทยที่โตที่อังกฤษเหมือนกัน รู้จักกันมานานเขาถึงได้รู้สึกพิเศษกับเธอมากกว่าคนอื่นและเหตุการณ์ที่เธอปฏิเสธครั้งนั้นมันทำให้เขารู้สึกเสียหน้าและรู้สึกพ่ายแพ้ต่อเพื่อนอย่างไรไม่รู้ทำให้เขาเลือกที่จะถอยออกมาและมาปักหลักอยู่ที่ประเทศไทย
หัวใจที่เคยมีความรู้สึกของเขามันจึงด้านชาไปตั้งแต่ตอนนั้นคงเพราะเขายังไม่เจอคนที่รู้สึกพิเศษจนสามารถเรียกว่ารักได้เขาถึงยังครองตัวเป็นโสดแบบนี้
อีกเรื่องที่ทำให้เขายังไม่อยากกลับอังกฤษเพราะปู่กับย่ามักจับคู่ให้เขาเสมอพวกท่านอยากให้เขาแต่งงานมีครอบครัวจะได้ไม่ทำตัวเสเพลไปวันๆ เรื่องผู้หญิงเป็นเรื่องที่ทำให้ท่านทั้งสองหนักใจแต่สำหรับเขามันก็แค่เรื่องธรรมดาของผู้ชายที่ยังคงมีความต้องการอยู่แบบเขา…
