บทที่ 5 ตอบแทน
บทที่5
ตอบแทน
วันต่อมา
ใบข้าวมาทำงานที่โรงแรมตามปกติ แม้เมื่อคืนจะมีปัญหาที่ทำให้รู้สึกเครียดแต่เธอก็พยายามไม่นึกคิดอะไรในเวลางานเพราะเธอไม่อยากให้ปัญหาส่วนตัวมากระทบกับงานที่ทำ
ยอมรับว่าปัญหาที่รุมเร้าทำให้ความสดใสร่าเริงของเธอหายไปเธอมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นซ้ำยังดูนิ่งและไม่ค่อยพูดคุยเหมือนแต่ก่อนคงเพราะปัญหาที่เธอเจอมามันทำให้เธอต้องอดทนและพยายามที่จะแกร่งขึ้นเพื่อเผชิญกับทุกสิ่ง
ร่างบางกำลังเก็บของใส่กระเป๋าเพื่อเตรียมกลับบ้านเพราะตอนนี้เป็นเวลาเลิกงานของเธอแล้ว
“ข้าวมีคนมาหาจ้ะ” แต่แล้วเสียงหวานใสด้านหลังก็ทำให้เธอหันไปมอง
“ใครเหรอคะพี่ตา” ลลิตาคือสาวรุ่นพี่ที่เคยฝึกงานให้เธอตอนที่เธอเข้ามาทำตำแหน่งพนักงานต้อนรับแรกๆส่วนตอนนี้ก็กลายเป็นคู่หูในการทำงานในส่วนนี้ไปแล้วทั้งสองคนเข้าขากันเป็นอย่างดี
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันเป็นผู้ชายตัวสูงๆที่สำคัญหล่อมาก”
“หืม” ใบข้าวขมวดคิ้วและนึกคิดว่าใครมาหาเธอเพราะโดยปกติแล้วเธอแทบไม่มีคนมาหาเลยนอกจากน้องสาวอย่างใบบัวแต่เห็นท่าทีตื่นเต้นและแววตาเป็นประกายของสาวรุ่นพี่ก็ทำเอาเธออยากรู้ขึ้นมา
“ไปเถอะ คุณเขาน่าจะรอนานแล้ว” ลลิตาเร่งเร้าเพราะเห็นผู้ชายหล่อแล้วเธอไม่อยากให้น้องสาวพลาดโอกาสทำความรู้จัก
“ค่ะๆ ถ้างั้นข้าวกลับก่อนนะคะ” ลลิตาพยักหน้ายิ้มๆ ใบข้าวจึงโบกมือลาและทำปากบอกว่าพรุ่งนี้เจอกัน
ร่างบางเดินออกไปหน้าโรงแรมและสอดส่องสายตาหาคนที่มาพบเธอ ยิ่งก้าวขาเดินเข้าไปใกล้หัวใจเธอก็ยิ่งสั่นไหวอย่างหนักขาทั้งสองข้างเริ่มขยับช้าลงเพราะไม่คิดว่าคนที่มาหาเธอจะเป็นเขา คุณนักรบเขามาที่นี่ทำไม เขามีธุระอะไรกับเธองั้นเหรอหรือว่าเธอเผลอทำอะไรให้เขาไม่พอใจเขาถึงได้ตามมาหาเธอถึงนี่
“เอ่อ สวัสดีค่ะคุณนักรบ มีคนบอกว่าคุณมาหาฉัน”
“อืม เลิกงานแล้วใช่มั้ย” ร่างสูงสำรวจเธออย่างช้าๆ ใบข้าวยกมือกอดกระชับตัวเองอย่างหนาวสั่นขึ้นมา นักรบกระตุกยิ้มพลางล้วงกระเป๋ากางเกงมองเธอไม่วางตาราวกับจะกลั่นแกล้งให้เธอประหม่าหนักขึ้นไปอีก
“คุณมีธุระอะไรกับฉันคะ”
“เมื่อคืนทำไมไม่โทรหาฉัน”
“คะ?” เธอขมวดคิ้วทันทีที่เขาพูดจบอย่าบอกนะว่าที่เขามาหาเธอถึงนี่เพราะเมื่อคืนเธอลืมโทรหาเขา
นักรบตีหน้านิ่งขรึมเมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของเขาเท่าที่ควร เขาบอกให้เธอโทรหาเมื่อถึงบ้านแต่เจ้าตัวกลับเงียบหายไปเลยซ้ำยังคิดไม่ได้จนถึงตอนนี้มันทำให้เขาเสียความมั่นใจไม่น้อยเพราะดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้สนใจเขาอย่างที่เขานึกคิดเอาไว้ แต่เป็นแบบนี้ก็ดีค่อยรู้สึกสนุกขึ้นมาหน่อย
“ฉันรอเธอโทรหาฉันทั้งคืนจนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่คิดจะโทรหาฉันจนฉันต้องมาหาเธอถึงที่นี่เพราะกลัวว่าเธอจะถูกฉุด บ้านเธอซอยเปลี่ยวจะตายไป” เขาทำทีต่อว่าเธอราวกับเป็นห่วงทั้งๆ ที่ความเป็นจริงตัวเขานั้นไม่ได้สนใจไยดีเธอขนาดนั้น
“ฉันขอโทษค่ะ เมื่อคืนที่บ้านฉันมีปัญหาที่ต้องจัดการก็เลยลืมโทรบอกคุณ” ใบข้าวรู้สึกผิดขึ้นมา เธอไม่คิดว่าเขาจะรอโทรศัพท์จากเธอ เห็นท่าทางดุๆแบบนี้เขาก็มีความเป็นห่วงเพื่อนมนุษย์เหมือนกันนะหรือไม่ก็คงเป็นเพราะเมื่อคืนเขาเป็นฝ่ายอาสามาส่งเธอถึงได้รู้สึกเป็นกังวล
“งั้นเธอก็ควรจะไถ่โทษที่ทำให้ฉันเป็นห่วงจนนอนไม่หลับทั้งคืน” เขายืดตัวตรงและเดินเข้าไปใกล้ๆเธอ ร่างบางถอยหลังเล็กน้อยอย่างคนประหม่า หัวใจเธอเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อได้ยินว่าเขาเป็นห่วงเธอจนนอนไม่หลับ เธอไม่รู้ว่าเขาพูดจริงหรือโกหกแต่การที่มีคนเป็นห่วงมันก็ทำเอาเธอรู้สึกอบอุ่นใจไม่น้อย
อาจเพราะที่ผ่านมาเธอเป็นเสาหลักครอบครัวและต้องคอยดูแลคนอื่นเสมอพอมาเจอคำพูดที่ดูใส่ใจและเป็นห่วงเธอถึงได้รู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมา
“แล้วคุณจะให้ฉันไถ่โทษยังไงล่ะคะ”
“ไปทานข้าวกับฉันสักมื้อแล้วกัน” ใบข้าวนิ่งไปครู่นึงอย่างใช้ความคิดกระทั่งเห็นท่าทีจริงจังของเขา เธอถึงได้ยอมตกลง
“คุณจะไปร้านไหนคะ ฉันขอไปร้านไม่แพงนะ ฉันไม่มีตังค์เลี้ยงคุณมากขนาดนั้น” เธอต้องรีบบอกเขาออกไปตามตรง เกิดเขาพาเธอไปร้านอาหารแพงๆเธอได้หมดตัวพอดี ชีวิตเธอยังต้องอยู่กับเงินเดือนอันน้อยนิดไปจนถึงสิ้นเดือนนะ
นักรบขมวดคิ้วมอง นี่เธอคิดว่าเขาจะให้เธอเลี้ยงงั้นเหรอ คนอย่างเขามีปัญญาพาเธอไปร้านอาหารแพงๆโดยที่เธอไม่ต้องออกเงินสักกะบาทเดียวแล้วดูเธอทำหน้าสิคิดว่าเขาจะพาไปทำมิดีไม่ร้ายหรือยังไง เรื่องนั้นมันยังไม่ถึงเวลาเขายังต้องการเวลาเล่นกับเธออีกสักหน่อย
“คิดว่าฉันจะให้เธอเลี้ยงงั้นเหรอ?”
“ก็คุณให้ฉันไถ่โทษนี่คะ แล้วฉันจะให้คุณเลี้ยงได้ยังไง” ถึงเธอจะไม่มีเงินมากพอจะเลี้ยงอาหารแพงๆ แต่เธอก็มีร้านอาหารที่สามารถพาเขาไปเลี้ยงได้ อยู่ที่เขาจะสามารถกินได้หรือเปล่าก็ดูคุณชายทุกกระเบียดนิ้วขนาดนี้ ชีวิตนี้ไม่รู้ว่าเคยลำบากบ้างหรือเปล่า
“เธอจะเลี้ยงฉันจริงๆเหรอ” ชีวิตนี้ยังไม่เคยมีผู้หญิงเลี้ยงข้าวเหมือนกัน ลองดูสักครั้งคงไม่เสียหายอะไร อีกอย่างเขาก็อยากให้เธอเปิดใจและพูดคุยกับเขาอย่างสนิทใจมากขึ้นกว่านี้ด้วย
“ค่ะ แต่คุณต้องให้ฉันเลือกร้านนะคะ”
“อืม งั้นก็ตามใจเธอ”
เมื่อตกลงกันได้ใบข้าวก็เดินตามหลังเขาออกไปโดยมีพนักงานหลายคนเมียงมองอย่างให้ความสนใจใคร่รู้ซึ่งเธอก็ไม่แปลกใจนัก เพราะเขาทั้งหล่อและดูดีขนาดนี้ ใครๆที่ได้เจอก็คงอดมองไม่ได้ ขนาดว่าเธอเจอเขามาบ้างแล้วยังอดรู้สึกตื่นเต้นและประหม่าไม่ได้เลย
ใช้เวลาไม่นานรถสปอร์ตสีดำสนิทก็มาจอดยังหน้าร้านอาหารเล็กๆที่ป้ายหน้าร้านเขียนว่าข้าวหมูแดงหมูกรอบและข้าวมันไก่ นักรบขมวดคิ้วทันทีที่เดินลงมาแต่เพราะคนตัวเล็กได้เดินนำเขาเข้าไปในร้านแล้วทำให้เขาจำต้องเดินตามเธอเข้าไปอย่างทำอะไรไม่ได้
สีหน้าราบเรียบและแววตาดุดันของเขาทำเอาใบข้าวรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง เธอยิ้มแห้งและมองเขาอย่างรู้สึกผิดก็เธอไม่มีปัญญาพาเขาไปร้านอาหารดีๆนี่นา ดีสุดของเธอก็ร้านนี้แหละ ให้เยอะแถมยังอร่อยด้วย
“คุณจะทานอะไรคะ” เธอถามอย่างเกร็งๆ
“เอาเหมือนเธอแล้วกัน” นักรบพับแขนเสื้อขึ้นและปลดกระดุมเสื้อลงจนเห็นแผงอกแน่นๆเพราะตอนนี้เขาร้อนมากเนื่องจากร้านนี้ไม่มีแอร์มีแต่พัดลมที่พัดให้ตายยังไงก็ไม่ช่วยให้เขาเย็นขึ้นมาได้
สีหน้าราบเรียบแต่มีความหงุดหงิดของเขาทำให้ใบข้าวต้องรีบสั่งข้าวเผื่อว่าเขาได้กินแล้วจะอารมณ์ดีขึ้น เธอยังคงมองโลกในแง่ดีเสมอทั้งที่ความเป็นจริงคนที่อยู่ตรงหน้าเธอคือคนที่เธอไม่ควรมานั่งทานข้าวกับเขามากที่สุดแต่เพราะความไม่คิดอะไรและเห็นว่าเขาเป็นเพื่อนกับสามีเพื่อนของเธอทำให้เธอไว้ใจเขาในระดับนึง
อีกอย่างเธอก็อยากตอบแทนที่เขามาส่งเธอเมื่อคืนด้วยทำให้เธอไม่ต้องรบกวนเพื่อนรักและไม่ต้องเสียค่ารถกลับมาเอง เรื่องประหยัดตังค์ขอให้บอกเธอเถอะและอะไรที่ทำแล้วได้ตังค์เพิ่มเธอก็พร้อมที่จะทำเพราะช่วงนี้ต้องเก็บเงินไว้ให้น้องสาวเรียนต่อมหาวิทยาลัย
“ข้าวหมูแดงหมูกรอบสองจานมาแล้วจ้า”
“ขอบคุณค่ะเจ้” ใบข้าวหันไปยิ้มกับเจ้าของร้านที่มาเสิร์ฟเอง เธอจัดแจงเลื่อนจานข้าวไปให้เขาพร้อมกับเช็ดทำความสะอาดช้อนให้เขาด้วย เธอเปิดน้ำดื่มขวดใหม่ให้เขาอย่างคล่องแคล่ว ส่วนตัวเธอเดินไปกดน้ำดื่มที่เขียนว่าบริการตัวเองที่สำคัญฟรีด้วย
นักรบมองท่าทางคล่องแคล่วของเธออย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาแม้กระทั่งน้ำเปล่าเจ้าตัวยังเลือกที่จะดื่มฟรีที่ไม่รู้เลยว่าน้ำในถังนั้นสะอาดหรือเปล่า
เธอลงมือทานอย่างไม่รอเขาเพราะถือว่าจัดแจงให้เขาหมดแล้วที่เหลือก็อยู่ที่ว่าเขาจะทานได้หรือเปล่า ร่างสูงตักข้าวขึ้นมาคำนึงอย่างลังเลแต่สุดท้ายก็ยอมเอามันเข้าปาก ใบข้าวแอบอมยิ้มกับสีหน้าเคร่งขรึมของเขา เจ้าตัวเคี้ยวช้าๆและกลืนลงคออย่างฝืดเคืองหลังจากนั้นก็ยกขวดน้ำขึ้นกระดกดื่ม
“อร่อยมั้ยคะ ขอโทษด้วยที่ฉันเลี้ยงคุณได้เท่านี้”
“ไม่เป็นไร วันหลังฉันจะเลี้ยงเธอเอง”
คำพูดทื่อๆของเขาทำเอาเธอใจเต้นแรงอีกแล้ว เธอไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนี้ทุกครั้งที่เจอเขา นักรบวางช้อนลงเพราะเขาไม่สามารถกินต่อได้จริงๆทั้งอากาศร้อนและยังต้องมากินอาหารที่ไม่เคยกินด้วยมันทำให้เขาอึดอัดพอสมควร
“อ้าว อิ่มแล้วเหรอคะ”
“อืม เธอกินเถอะ” เขาบอกปัดๆ พร้อมกับดึงเสื้อเชิ้ตออกจากกางเกงเพราะตอนนี้เหงื่อเขาท่วมตัวไปหมดแล้ว
“งั้นฉันขอกินหมูกรอบคุณนะคะ” เธอเห็นว่าเขาไม่แตะต้องหมูกรอบเลยทำให้เธอรู้สึกเสียดายเพราะมันเป็นหมูที่อร่อยที่สุดแล้วสำหรับเธอ นักรบพยักหน้านิ่งๆและเลื่อนจานไปให้เธออย่างขอไปทีก่อนจะหันไปหยิบทิชชูมาซับเหงื่ออย่างเอาเป็นเอาตาย
ตกลงว่าเธอเป็นเหยื่อเขาหรือเขาเป็นเหยื่อเธอกันแน่ทำไมตอนนี้เขาถึงได้รู้สึกทรมานขนาดนี้ แต่ก็ช่างเถอะเพราะอย่างน้อยเธอก็เริ่มสนิทใจกับเขามากขึ้นแล้วต่อไปก็แค่ทำให้เธอคล้อยตามและเผลอใจก็เท่านั้น…
