บทที่ 3 ลองรักคุณอาที่รัก บทที่ 3

ไกรสูรย์ เอ็ม. แซ็กเคอร์วิตซ์ หนุ่มชาวไทยที่ครึ่งหนึ่งในตัวเขามีเชื้อสายอเมริกัน ใบหน้าเข้มคมหล่อจัดและเรือนร่างกำยำสูงใหญ่ เขาเป็นเจ้าของไร่มัทนารีซึ่งเป็นที่รู้จักดีว่าเป็นผู้ค้าไม้ดอกไม้ประดับส่งออกอันดับหนึ่งของประเทศ

ไกรสูรย์รู้จักและสนิทกับบรรพต บิดาของคัทลียาซึ่งจริง ๆ แล้วมีอายุแก่กว่าเขาเกือบหนึ่งรอบ เขานับถือบรรพตในฐานะพี่ชายแต่บรรพตมักบอกใครต่อใครว่าเขาเป็นเพื่อนสนิทที่รู้ใจกันที่สุด

กระทั่งบรรพตล้มป่วยลงด้วยโรคร้าย ดูเหมือนเขาจะคาดเดาอนาคตตัวเองได้จึงขอร้องไกรสูรย์ก่อนเสียชีวิต เขาอยากให้ไกรสูรย์ช่วยดูแลคัทลียาลูกสาวคนเดียวของเขาซึ่งวันนี้ไกรสูรย์เคยเห็นเธอตั้งแต่อายุสิบห้า จนตอนนี้เธออายุสิบแปดย่างสิบเก้า เขายอมรับกับตัวเองอย่างหนึ่งว่า คัทลียาสวยขึ้นมากและเป็นสาวสะพรั่งจนเขาตกตะลึงงันเมื่อได้เห็นครั้งแรก

“คุณอาไกรสูรย์คะ แม่บอกว่าถ้าแม่สะสางปัญหาที่บ้านเรียบร้อยแล้ว แม่จะมารับหนูนิดกลับค่ะ...เอ้อ...หนูนิดคงจะรบกวนคุณอาไม่นาน”

บทที่ 3

คัทลียาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ แต่คำพูดนั้นทำให้คนฟังมีสีหน้าเปลี่ยนไป

“มันไม่ได้เป็นการรบกวนอะไร” น้ำเสียงนั้นเริ่มเครียด “ในเมื่อฉันรับปากกับพ่อของเธอแล้วฉันก็จะทำตามอย่างที่พูด”

ก็แค่ทำตามสัญญา แต่เขาอาจไม่ได้เต็มใจอย่างที่ว่า ก็ดูสีหน้าเข้มขรึมนั่นเสียก่อนซึ่งมันต่างจากในความฝันโดยสิ้นเชิง

“แต่ว่า...”

“ถ้าเธอมาอยู่ในไร่นี้แล้วเธอต้องทำตามกฎกติกาของที่นี่ ตอนนี้เธอเป็นเด็กในปกครองของฉัน เพราะฉะนั้นเสียงของผู้ปกครองจึงสำคัญที่สุดสำหรับเธอ”

คัทลียาถึงกับอึ้งไป เธอมองหน้าเขา...หล่อแค่ไหนแต่ถ้าชอบวางอำนาจก็ไม่ไหวเหมือนกัน เด็กสาวจำต้องตามน้ำ เธอไม่แสดงความเห็นใด ๆ อีกนอกจากฟังคำสั่งของเขา

“เดี๋ยวเอากระเป๋าเสื้อผ้าไปเก็บ ฉันให้แม่บ้านจัดห้องไว้ให้เธอแล้ว เธอหิวหรือยัง หนูนิด?”

“ไม่ค่ะ...หนูนิดกินมาแล้ว” เธอตอบไม่เต็มเสียงและดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ว่าเธอรู้สึกยังไง ไกรสูรย์ปรับสีหน้าให้เครียดลงเล็กน้อย เขาก็มักเป็นเช่นนี้ เป็นที่รู้ดีของคนทั้งไร่ว่าเขามักไม่ค่อยพูดล้อเล่นกับใคร ออกจะจริงจังมากเกินไปจนบางครั้งดูเป็นคนแข็ง ๆ

ทั้งที่เขาเริ่มรู้สึกแปลก ๆ ตั้งแต่เห็นหน้าคัทลียาครั้งแรก หัวใจของเขาเหมือนเต้นผิดจังหวะ เขาตะลึงงันในความสวยของสาววัยสะพรั่งจนแนะนำตัวเองแทบไม่ถูก แต่เธอคงไม่ทันจับสังเกตเขาเพราะไกรสูรย์พยายามบดบังความรู้สึกข้างในด้วยการทำเสียงแข็ง ๆ

“เอาล่ะ” เสียงเขาอ่อนลง “ฉันจะให้เธอช่วยงานในไร่ก่อน แล้วหลังจากนี้จะดูให้ว่าเธอควรจะเรียนต่อที่ไหน...ในระดับอุดมศึกษา คืนนี้ไปพักผ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวจะให้แม่บ้านพาไปห้องของเธอ”

กล่าวจบเขาก็หยิบกระดิ่งเล็ก ๆ ขึ้นมาสั่นก่อนที่แม่บ้านจะรีบวิ่งเข้ามาในห้อง คัทลียาไม่ถามหรือพูดอะไรอีก เธอทำตามคำสั่งของ ผู้ปกครอง คนใหม่ นั่นคือเดินตามแม่บ้านไปยังห้องของตัวเองกับความคิดมากมายว่าพรุ่งนี้ชีวิตของเธอในไร่มัทนารีจะเป็นอย่างไรต่อไป

คัทลียารีบตื่นขึ้นมาตั้งแต่ตอนไก่โห่ของเช้าวันต่อมา เธออาบน้ำและสวมเสื้อผ้าในชุดทะมัดทะแมงนั่นคือเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์แบบสกินนี่ หญิงสาวรีบออกไปหน้าบ้านเรือนไทยซึ่งเธอเห็นว่าตอนนี้ยังไม่มีใครแม้แต่ไกรสูรย์

เจ้าของไร่และผู้ปกครองของเธอที่หนาตาหล่อเหลาปานเทพบุตรแต่เป็นคนพูดแข็ง ๆ และดูเหมือนวางอำนาจ ดูแล้วไม่น่าจะเป็นผู้ชายโรแมนติกเลยสักนิด หญิงสาวคิดพลางเดินลงไปสำรวจไม้ดอกไม้ประดับลานตาในสวนแสนสวยซึ่งอยู่ห่างจากเรือนไทยไปไม่ไกล

สวนไม้ดอกไม้ประดับของไร่มัทนารีมีพื้นที่กว้างใหญ่มาก สมแล้วกับที่เป็นแหล่งส่งออกไม้ดอกสวยงามไปถึงต่างประเทศ คัทลียาเดินดูจนแสงแดดเริ่มสาดส่องมาถึง เธอจึงเดินไปอีกด้านหนึ่งที่เห็นว่าเป็นโรงเรือนขนาดกลาง

หญิงสาวเดินเข้าไปใกล้ก็เห็นว่ามันเป็นคอกสัตว์ และยิ่งรู้สึกตื่นตาตื่นใจเมื่อเห็นว่าภายในนั้นมีชายวัยกลางคนสวมเสื้อเชิ้ตลายตารางและกางเกงยีนส์กำลังดูแลม้าสี่ห้าตัวซึ่งแต่ละตัวมีความสูงประมาณร้อยห้าสิบเซ็นติเมตร พอเขาหันมาคัทลียาก็รีบยกมือไหว้ทันที

“สวัสดีค่ะ คุณลุง...หนูชื่อหนูนิดนะคะ หนูพึ่งมาอยู่ที่นี่น่ะค่ะ เอ้อ...ไม่ทราบว่าที่นี่เลี้ยงม้าด้วยหรือคะ?”

พอเธอทักทายด้วยรอยยิ้มชายวัยกลางคนก็รีบวางถังน้ำในมือลงและทักทายตอบ

“ครับ...สวัสดีครับคุณหนูนิด ผมชื่อเชษฐ์ครับ เป็นคนคอยดูแลม้าที่นี่ ม้าพวกนี้เป็นของคุณไกรสูรย์น่ะครับ”

คัทลียาเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ อาชาตัวสูงใหญ่และดูแข็งแรง รอยยิ้มเล็ก ๆ ผุดพรายขึ้นบนริมฝีปากของหญิงสาว “เป็นม้าที่สวยมากเลยนะคะ”

“มันเป็นม้าพันธุ์ผสมน่ะครับ เป็นพันธุ์ม้าไทยกับม้าเทศ คุณไกรสูรย์ท่านชอบขี่ม้า นี่อีกไม่กี่วันก็จะมีม้าตัวใหม่มาอีก ท่านซื้อไว้เพราะความชอบ ตัวนี้คุณไกรสูรย์ตั้งชื่อให้มันว่าเจ้าโชคดี มันเป็นม้าตัวเก่งของคุณไกรสูรย์เลยล่ะครับ แต่ท่านก็ไม่ได้ขี่มันมากว่าปีแล้ว ตั้งแต่...เอ้อ...”

“ตั้งแต่อะไรหรือคะ?” หญิงสาวถามด้วยความใคร่รู้

“ก็ตั้งแต่เมียของคุณไกรสูรย์หย่ากับท่านแล้วไปอยู่เมืองนอกนั่นล่ะครับ”

คัทลียาจับจ้องไปยังม้าซึ่งมีสีน้ำตาลเข้มสม่ำเสมอทั่วทั้งตัว มันตัวโตและดูแข็งแรงมากกว่าตัวอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้กัน

“ดูท่าทางมันจะเชื่องนะคะ...อืม...ถ้าหนูนิดจะขอลองขี่มัน ลุงเชษฐ์จะว่าอะไรไหมคะ?”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป