บทที่ 4 ลองรักคุณอาที่รัก บทที่ 4
พอหญิงสาวยิงคำถามนั้นชายวัยกลางคนก็นิ่วหน้าทันที
“เอ้อ...จะดีหรือครับ...คุณหนูนิดแน่ใจหรือครับว่าขี่ม้าได้”
“นิดเคยเข้าแข่งขันขี่ม้านะคะ...เอ้อ...ได้รางวัลที่สองมาเมื่อปีที่แล้วนี่เอง ดูซีคะ...ท่าทางมันออกจะเชื่องอย่างนี้ หนูนิดรับรองค่ะว่ามันจะต้องคุ้นเคยกับหนูนิดได้แน่”
นายเชษฐ์ทำหน้าคิดหนัก ปกติไกรสูรย์จะไม่อนุญาตให้ใครขี่ม้าตัวเก่งของเขาแม้แต่คนเดียว แต่เมื่อมองหน้าแสนหวานของเด็กสาวที่มองเขาด้วยสายตาเว้าวอน ชายวัยกลางคนก็เริ่มใจอ่อนตามประสาผู้สูงอายุ
“คุณหนูนิดแน่ใจนะครับ...ว่าขี่เจ้าโชคดีได้แน่”
“แน่ใจค่ะ” เธอตอบแล้วยิ้มกว้าง
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ครับ แต่ผมให้เวลาคุณหนูนิดแค่ห้านาทีนะครับ เพราะถ้าขืนคุณไกรสูรย์มาเห็นเข้า มีหวังผมโดนไล่ออกแน่ ๆ “
“โอเคค่า” คัทลียาชูสองนิ้วพร้อมทั้งขยิบตาให้ก่อนที่อีกฝ่ายจะชะเง้อชะแง้มองรอบ ๆ แล้วเปิดคอกจูงเจ้าโชคดีออกมาด้านนอก หญิงสาวรู้สึกลิงโลด เธอไม่ได้โกหกนายเชษฐ์เรื่องที่เธอขี่ม้าแล้วได้รางวัล แต่นั่นมันเกิดขึ้นเมื่อสองปีที่แล้วต่างหาก
ร่างอ้อนแอ้นกระโดดขึ้นบนหลังม้าทันทีที่เจ้าโชคดีออกมายืนตรงหน้า ท่าทางการขี่ม้าและกุมบังเหียนอย่างแคล่วคล่องทำให้นายเชษฐ์รู้สึกสบายใจมากขึ้น เขาคิดว่าคงไม่มีอะไรร้ายแรงเพราะคิดว่าคุณหนูนิดคงจะบังคับม้าตัวนี้ได้แน่
คัทลียาพามันเหยาะย่างกุบกับห่างไปจากคอกม้า และสักครู่เธอก็เริ่มบังคับให้มันวิ่งเหยาะ ๆ แต่แล้วนายเชษฐ์ก็เห็นความผิดปกติเมื่อเจ้าม้าตัวเก่งเริ่มห้อตะบึงออกไปด้วยความเร็วมากกว่าเก่า สักครู่เขาก็ฉุกใจคิดเมื่อเห็นเจ้าโชคดีพาคุณหนูนิดควบอย่างเร็วรี่ตรงไปทางแนวป่าตรงเนินเขาและหายไปนานผิดปกติ
“เฮ้ย! เจ้าโชคดี...ตายละวา นั่นคุณหนูนิดจะพามันไปไหน หรือว่ามันเกิดพยศ โอ๊ย!...ตายแน่ไอ้เชษฐ์งานนี้”
“มีอะไรหรือนายเชษฐ์?”
เสียงห้าวหนักที่ดังขึ้นทำให้นายเชษฐ์ถึงกับสะดุ้ง ชายวัยกลางคนหันกลับไปก็พบว่าเจ้านายของเขายืนอยู่ที่คอกม้า
“มีอะไร นายเชษฐ์...ทำไมทำท่าทางอย่างนั้น แล้วนี่...เจ้าโชคดีม้าของฉันไปไหนแล้ว?”
“เอ้อ...คุณไกรสูรย์ครับ” นายเชษฐ์ทำหน้าเจื่อนขณะเดินเข้าไปหาไกรสูรย์ซึ่งอยู่ในชุดลำลองแต่สวมรองเท้าบูทซึ่งบอกให้รู้ว่าเขาเตรียมตัวจะมาขี่ม้าในตอนเช้า
“คือว่า...คุณหนูนิดพาเจ้าโชคดีไปขี่เล่นครับ คุณไกรสูรย์”
“ว่าอะไรนะ! ใครอนุญาตให้หนูนิดพาม้าของฉันไปฮะ นายเชษฐ์!”
บทที่ 4
นายเชษฐ์ยกมือขึ้นอย่างยอมจำนนพร้อมทั้งทำหน้าเจื่อนและพูดว่า
“ผมเองครับคุณไกรสูรย์...ผมเป็นคนให้เธอขี่เจ้าโชคดี เห็นเธอบอกว่าขี่ม้าได้และอยากลองขี่มัน ผมเลยให้เธอพามันไป...ห้านาที”
ไกรสูรย์ย่นคิ้ว “ห้านาที แล้วตอนนี้หนูนิดขี่เจ้าโชคดีไปถึงไหนแล้ว ครบตามเวลาที่นายเชษฐ์กำหนดรึยัง?”
นายเชษฐ์หันไปทางแนวป่าติดกับไร่มัทนารีก่อนหันกลับมายังเจ้านายของเขาพลางส่ายหน้า
“เกินเวลามาสักพักแล้วครับ...คุณหนูนิดขี่เจ้าโชคดีไปทางโน้นแน่ะครับ...อะ...อ้าว!...คุณไกรสูรย์จะไปไหนครับนั่น!”
ชายวัยกลางคนอุทานออกมาพร้อมทั้งทำหน้าตื่นเมื่อเห็นไกรสูรย์จูงม้าอีกตัวออกมาจากคอกและกระโดดขึ้นบนหลังมันอย่างว่องไว
“ฉันจะตามไปดูหนูนิด นายเชษฐ์อยู่ที่นี่ล่ะ”
เขาออกคำสั่งสั้นห้วนก่อนจะควบเจ้าม้าหนุ่มสีน้ำตาลอ่อนเป็นประกายออกไปปล่อยให้ชายวัยกลางคนยืนเกาหัวแกรก ๆ อยู่ที่คอกม้า
ไกรสูรย์บังคับเจ้าม้าหนุ่มของเขาให้วิ่งเข้าไปในป่าละเมาะซึ่งอยู่ใกล้กับแนวสันเขาติดกับไร่มัทนารีอันกว้างใหญ่พลางก็ส่งเสียงเรียกเด็กในปกครองที่กล้าหาญพาม้าคู่ใจของเขาเข้ามาควบขี่เล่นในป่า
ใจหนึ่งเขาก็รู้สึกโกรธที่เด็กสาวคนนั้นทำอะไรตามอำเภอใจโดยไม่ขออนุญาตหรือขอคำปรึกษาจากเขาก่อนแต่อีกใจก็นึกเป็นห่วงว่าเจ้าโชคดีม้าของเขาจะพยศใส่หรือพาคัทลียาเตลิดไปไกลหรือไม่
ไกรสูรย์พยายามติดตามแกะรอยเข้าไปในป่าที่รกชัฏขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับความเป็นห่วงเป็นใยที่เพิ่มมากขึ้นเมื่อตะวันบ่ายคล้อยแต่เขาก็ยังคงติดตามร่องรอยจากความชำนาญที่เคยเป็นทหารอยู่ในกองทัพมาก่อน
“หนูนิด!...หนูนิด!”
ชายหนุ่มส่งเสียงตะโกนเรียกเมื่อเริ่มแน่ใจ แล้วเขาก็ได้ยินเสียงตอบกลับมาจากอีกกด้านหนึ่งของแนวป่าที่เขาตามรอยบุกฝ่าฝ่าดงเข้ามาจนใกล้เชิงเขา
“คุณอาไกรสูรย์...คุณอาไกรสูรย์คะ...หนูนิดอยู่ตรงนี้”
ชายหนุ่มควบม้าของเขาไปตามเสียงเรียกนั้นกระทั่งเห็นร่างบอบบางของหญิงสาวนั่งกุมข้อเท้าอยู่ข้างโขดหินขนาดใหญ่โดยมีเจ้าม้าสีน้ำตาลเข้มยืนทำเสียงฟืดฟาดเบา ๆ อยู่ใกล้ ๆ
"หนูนิด...เป็นยังไงบ้าง?”
ไกรสูรย์รีบลงจากหลังม้าแล้วตรงดิ่งเข้าไปหาหญิงสาวที่นั่งกุมข้อเท้า ดวงตาคู่สวยแดงก่ำและสภาพที่เห็นทำให้ชายหนุ่มลืมความโกรธเคืองไปเสียสนิท
“คุณอาไกรสูรย์คะ...หนูนิดตกจากหลังเจ้าโชคดีค่ะ ช่วยหนูนิดด้วย”
คัทลียาบอกผู้ปกครองของเธอเสียงสั่น ไกรสูรย์ก้มลงดูข้อเท้าของคัทลียาซึ่งมีรอยเขียวช้ำก่อนค่อย ๆ ประคองร่างเล็กขึ้น
