บทที่ 5 ลองรักคุณอาที่รัก บทที่ 5
“อุ๊ย! หนูนิดเจ็บค่ะ” เธอร้องออกมาและกำลังจะทรุดตัวลงนั่งอีกหน คราวนี้ไกรสูรย์รวบร่างนั้นช้อนไว้ในอ้อมแขนแข็งแกร่งของเขาก่อนกล่าวว่า
“นี่ล่ะ...โทษฐานที่ดื้อดึง ไม่เชื่อฟัง นี่ถ้าฉันไม่ตามเข้ามาคืนนี้เธอคงได้นอนในป่านี้แน่”
“หนูนิดขอโทษค่ะ คุณอาไกรสูรย์...หนูนิดขอโทษ”
หญิงสาวซุกหน้าลงกับอกกว้างของเขา เรียวแขนของเธอตวัดรอบคอเขาแน่น น้ำเสียงเครือและอาการสั่นสะท้านทำให้ไกรสูรย์รู้สึกผิดขึ้นมาที่แดกดันเธอเมื่อครู่ เขาถอนหายใจและพูดว่า
“เอาล่ะ...สำนึกผิดก็ดีแล้ว ทีนี้ปัญหาใหญ่ก็คือ...เราคงจะออกจากป่านี้ไม่ได้แน่ ฉันหมายถึงวันนี้...เพราะเธอก็บาดเจ็บแบบนี้ และนี่ก็ใกล้ค่ำแล้วด้วย”
ชายหนุ่มชะเง้อมองไปยังอีกฟากหนึ่งก่อนกล่าวขึ้น ”ถ้าจำไม่ผิดแถวนี้มีกระท่อมของพวกพรานป่า ฉันจะพาเธอไปพักที่นั่นก่อนก็แล้วกัน”
คัทลียาไม่สามารถโต้เถียงหรือทำอะไรได้นอกจากให้ร่างสูงใหญ่อุ้มเธอไปจนถึงกระท่อมหลังเล็ก ๆ ที่เขาว่าโดยมีเจ้าม้าแสนรู้ทั้งสองตัวเหยาะย่างตามเจ้านายของมันไป
“ปกติเจ้าโชคดีจะไม่ยอมให้ใครแตะต้องมันเลยนอกจากฉัน แต่มันเป็นเรื่องที่แปลกมากที่มันยอมให้เธอขี่มันมาถึงที่นี่”
ไกรสูรย์กล่าวขณะสุมฟืนเข้าไปในกองไฟภายในกระท่อมหลังน้อยที่ถูกสร้างขึ้นอย่างหยาบ ๆ มีเพียงฝาไม้บาง ๆ กั้นและปล่อยให้พื้นโล่งเพื่อใช้ในการก่อไฟยามค่ำคืน
แน่นอนว่าตอนนี้บรรยากาศรอบ ๆ กระท่อมในป่าใหญ่เริ่มเย็นตัวลงหลังอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขาไปนานแล้ว คัทลียาซึ่งนั่งกุมข้อเท้าของเธอบนพื้นที่รองด้วยผ้าใบซึ่งติดมากับม้าใกล้กองไฟภายในกระท่อมหลังน้อยมองไกรสูรย์ด้วยความรู้สึกสำนึกผิดและนึกชื่นชมเขาอยู่ลึก ๆ ที่จัดการทุกอย่างเหมือนผู้ชำนาญการเดินป่า เธอถอนหายใจก่อนกล่าวขึ้นว่า
“มันไม่ได้พยศนะคะ คุณอาไกรสูรย์ แต่มันตกใจที่กิ่งไม้ใหญ่หักลงมาขวาง หนูนิดก็เลย...”
“ไหนมาดูแผลหน่อยซิ”
ไกรสูรย์ทำราวกับไม่สนใจคำพูดนั้น เขาขยับเข้าไปใกล้คัทลียาแล้วดึงข้อเท้าของเธอมาดูรอยฟกช้ำ
“ดีเท่าไหร่แล้วที่หัวไม่แตก...อืม...น่าจะแค่ช้ำ...กระดูกคงไม่แตก”
“อุ๊ย!” หญิงสาวร้องออกมาแล้วเผลอกอดแขนเขาไว้แน่น ในวินาทีนั้นเองที่คุณอาหนุ่มเหมือนเกิดอาการกระตุกขึ้นมาเช่นกัน เขาเอียงหน้าไปเพียงนิดจมูกโด่งก็ชนกับจมูกเล็กรั้นของคัทลียา เธอตกใจและประหม่าแต่กลับสบกับนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของไกรสูรย์ที่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ
“คุณอาไกรสูรย์คะ...” คัทลียาเอียงหน้าเล็กน้อย ริมฝีปากอิ่มอยู่ห่างจากปากหยักหนาของชายหนุ่มแค่คืบก่อนจะเผยอออกและกระซิบ
“หนูนิดเจ็บค่ะ...คุณอา”
ราวกับมีประกายไฟร้อนแรงแล่นเข้าจับขั้วหัวใจของหนุ่มวัยสามสิบแปด คัทลียาเหมือนดอกไม้บานสะพรั่ง รัศมีความงามของเธอเปล่งประกายอยู่ใกล้ชิดเขามากเกินไปแล้ว
“คุณอาไกรสูรย์คงโกรธหนูนิดใช่ไหมคะ...หนูนิดไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้จริง ๆ นะคะ
“หนูนิด...เอ้อ...”
บทที่ 5
ปากอิ่มสีระเรื่อของคัทลียาอยู่ใกล้มาก เนื้อตัวของเธอก็กำลังเสียดสีอยู่กับแขนของเขา แววตาคู่สวยไม่ได้แค่ฉายประกายของความสำนึกผิดแต่ยังมีอะไรบางอย่างระยิบระยับอยู่ภายในนั้น
“พักผ่อนสักนิด อย่าเคลื่อนไหวมากเดี๋ยวก็จะดีขึ้น”
ไกรสูรย์รีบตัดบทและเลื่อนมือออกจากข้อเท้าของหญิงสาว ร่างสูงลุกขึ้นยืนแม้รู้สึกเสียดายและยังได้กลิ่นหอมอวลไอของเนื้อสาว เขาเดินออกไปยืนหน้ากระท่อมกับความรู้สึกรุ่มร้อนที่เริ่มปะทุขึ้นในใจ
คัทลียามองตามคุณอาหนุ่มของเธอด้วยแววตาเป็นประกาย เมื่อครู่เธอรู้สึกว่าไกรสูรย์ตัวสั่นเล็กน้อย ซึ่งไม่ต่างจากเธอ มีบางอย่างคุกรุ่นอยู่ภายในใจของเด็กสาววัยย่างสิบเก้า บางอย่างที่กำลังเรียกร้องโหยหา
เธอนั่งอยู่บนผืนผ้าใบที่ไกรสูรย์ปูรองบนพื้นไว้ให้เป็นเวลานานนับชั่วโมงโดยไม่ยอมล้มตัวลงนอนทั้งที่ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อเท้า แต่ก็รู้สึกดีขึ้นมากกว่าก่อนมาถึงกระท่อมนี่
คัทลียาชะเง้อมองไปนอกประตูที่ทำไว้อย่างหยาบ ๆ ซึ่งเปิดอ้าอยู่ก่อนตัดสินในที่สุดเดินกะเผลกออกไปก็พบว่าไกรสูรย์ยืนกอดอกพิงฝาใกล้กับแคร่ไม้อยู่ที่ข้างนอกนั่น
“คุณอาไกรสูรย์ไม่ง่วงหรือคะ?”
หญิงสาวถามขึ้น เสียงของเธอทำให้ชายหนุ่มหันกลับมามองด้วยแววตาบอกความประหลาดใจเช่นกัน
“ทำไมเธอยังไม่นอนอีกล่ะ หนูนิด...แล้วนั่นหายเจ็บเท้าแล้วหรือถึงเดินออกมาข้างนอกได้”
คัทลียายิ้มให้เขาแล้วเดินเข้าไปหยุดอยู่ใกล้ ๆ ใกล้มากจนอาหนุ่มของเธอรู้สึกรุ่มร้อนขึ้นมาทั้งที่อากาศหนาว
“หนูนิดเป็นห่วงคุณอาไกรสูรย์นี่คะ หนูนิดอยากขอโทษคุณอาค่ะที่ทำให้ต้องวุ่นวายแบบนี้”
เด็กสาววางฝ่ามืออุ่นลงบนแขนของเขา เหมือนมีอะไรบางอย่างแล่นวาบเข้าจับความรู้สึกที่แอบซ่อนในส่วนลึก ไกรสูรย์แทบไม่อยากหันไปสบนัยน์ตาหวานคู่นั้นแม้แต่น้อย เพราะมันจะทำให้เสียสมาธิ แต่แล้วเขาก็ต้องเสียความตั้งใจเมื่อเด็กในปกครองขยับมายืนตรงหน้าและยื่นดวงหน้าหวานเข้าไปใกล้เขา
“คุณอา...ยังโกรธหนูนิดอยู่หรือเปล่าคะ?”
เธอถามเสียงหวานและยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขา ไม่ใช่แค่หัวใจของไกรสูรย์ที่เต้นรัวเร็ว แม้แต่คัทลียาก็ยังรู้สึกว่ายืนได้ไม่มั่นคง เธอตื่นเต้นเวลาอยู่ใกล้คุณอาหนุ่ม และยิ่งได้เห็นใบหน้าหล่อเหลานั้นชัด ๆ ก็ยิ่งเกิดความรู้สึกพลุ่งพล่านสุดระงับ เธออยากรู้ว่ารสชาติของริมฝีปากหยักหนาบนหน้าคร้ามเข้มนั้นจะหวานสักปานไหน
