บทที่ 2 ครอบครัวอบอุ่น

“คุยอะไรกันอยู่ครับแม่แด๊ด” เธียร์หนุ่มลูกครึ่งสุดหล่อไม่แพ้พี่ชายแต่เขาได้ยีนส์พ่อมาเยอะกว่าพี่ชายที่ได้ยีนส์แม่มามากจึงหล่อคมหนุ่มฝรั่งไม่ได้หล่อคมเข้มเหมือนหนุ่มลูกครึ่งเหมือนพี่ชาย

“แด๊ดของเธียร์กำลังนินทาคุณตาอยู่น่ะลูก” คุณกุลจิราพูดแล้วค้อนสามีแต่เขาแค่พูดถึงสนุกสนานเท่านั้น

“ใครว่าผมนินทาพ่อตาครับฮันนี่ ผมแต่พูดถึงด้วยความเคารพต่างหากครับ หึหึๆๆ..” แอสตันตอบภรรยาแล้วโอบไหล่เธอไว้อย่างออดอ้อนอย่างไม่แคร์สายตาหมั่นไส้ของลูกชายทั้งสอง

“แด๊ดแก่แล้วนะครับ ผมไม่อยากมีน้องหลงมาให้เลี้ยงนะครับ” เธียร์แซวพ่อกับแม่ที่หวานกันตลอดเวลาและพ่อของเขารักและตามใจแม่มาก ส่วนแม่ก็รักและตามใจพ่อมากเช่นกันและเขาเห็นมาตั้งแต่จำความได้ว่าพวกท่านแทบจะไม่ทะเลาะกันหรือว่าพวกท่านทะเลาะกันแต่ไม่ให้พวกเขาเห็นก็ไม่รู้เหมือนกัน

“แด๊ดของเธียร์ไม่มีน้ำยาแล้วลูก ไม่งั้นธารณ์กับเธียร์ก็มีน้องๆเป็นทีมฟุตบอลแล้วลูก” คุณกุลจิราพูดแล้วยิ้มขำสามี

“ฮันนี่พูดแบบนี้ผมว่าเราเข้าไปคุยกันในห้องดีกว่ามั้ยหึ..”

“เบื่อคนขี้โม้จริงๆ ไปว่ายน้ำกันมั้ยพี่ธารณ์” เธียร์พูดอย่างหมั่นไส้พ่อแม่ที่สวีทหวานกันตลอดเวลา

“ไปสิ ได้ออกกำลังกายสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน” ธารณ์พูดจบก็ลุกขึ้นเดินไปกับน้องชายปล่อยให้พ่อแม่สวีทกัน

“ว่าไงฮันนี่ จะคุยกันที่นี่หรือในห้องดีครับ”

“ใครจะบ้าจี้ไปกับคุณคะที่รัก ฉันไปดูในครัวดีกว่าว่ามีอะไรให้ลูกทานบ้าง เดี๋ยวจะได้ให้แม่บ้านไปจ่ายตลาดด้วย” คุณกุลจิราพูดกับสามีเพราะพรุ่งนี้เธอสั่งอาหารจากร้านอาหารชื่อดังของอำเภอปากช่องไปเลี้ยงเพลที่วัดพร้อมกับถวายสังฆทานเท่าอายุของสามีและแจกทุนการศึกษาให้เด็กๆที่โรงเรียนใกล้บ้านและเลี้ยงอาหารกลางวันด้วย

“งั้นผมไปดูหุ้นสักหน่อยไม่รู้ว่าตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว” แอสตันก็เดินแยกจากภรรยาไปที่ห้องทำงานของเขาที่มองเห็นวิวทิวทัศน์สวยงามจากมุมสูงเพราะบ้านของเขาตั้งอยู่บนยอดเขานั่นเอง และเขาก็โชคดีที่มีภรรยาทั้งสวยน่ารักขยันเป็นแม่บ้านแม่เรือนเป็นเพื่อนคู่คิดและยังมีลูกชายให้เขาอีกสองคนซึ่งไม่มีอะไรจะทำให้เขามีความสุขไปมากกว่าครอบครัวอีกแล้ว

สองพี่น้องเดินไปทีสระว่ายน้ำลอยฟ้าของพ่อที่ออกแบบให้เหมือนกับว่ายน้ำอยู่ในท้องฟ้าและกลางคืนก็นอนดูดาวอย่างใกล้ชิดซึ่งเพื่อนๆของเขาชอบที่นี่มากและว่างเมื่อไหร่ก็ยกพวกมาพักผ่อนตลอด

“ตู้ดดๆๆ..”

“ว่าไงวะจอร์แดน”

“ทัวร์ลงน่ะสิ ตอนนี้เมียกูจะคลอดด้วยก็เลยข้ามมาอยู่บ้านพ่อตารอคลอด มึงว่างหรือเปล่าช่วยมาดูงานให้กูหน่อยสิ” จอร์แดนหนุ่มหล่อลูกครึ่งลาวอเมริกาอาศัยอยู่เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาวริมฝั่งแม่น้ำโขงตรง ข้ามอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย หรือเรียกกันว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำเป็นพื้นที่พรมแดนระหว่างสามประเทศคือไทย ลาว พม่าและเป็นจุดบรรจบของแม่น้ำรวกกับแม่น้ำโขง

“ทัวร์จริงหรือทัวร์เล่นวะ” ธารณ์ถามเพื่อนขำๆและรู้ว่าช่วงปลายปีจะมีนักท่องเที่ยวบินมาเล่นการพนันมากมายซึ่งทางบริษัทท่องเที่ยวของนัทริกา ภรรยาของจอร์แดนเป็นคนรอรับทัวร์ชาวต่างชาติที่มาเที่ยวและเล่นการพนันช้ามไปคาสิโนฝั่งลาว

“จริงสิวะ ตอนนี้กูอยู่แม่สายพอดีนัทอาการไม่ค่อยดีถ้ามึงว่างก็มาช่วยกูดูหน่อยสิ” จอร์แดนพูดกับเพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนคาสิโนและโรงแรมที่เขามาบุกเบิกพร้อมเพื่อนๆหลังเรียนจบเพราะแม่ของเขามีที่ดินริมฝั่งแม่น้ำโขงกว่าห้าร้อยไร่เขาจึงสร้างคาสิโนกับโรงแรมขึ้นเพราะเขาเห็นนักธุรกิจชาวจีนมาลงทุทำธุรกิจคาสิโนและธุรกิจมืดที่นี่และตาของเขาก็เป็นผู้มีอิทธิพลแถวนี้เขาจึงอาศัยบารมีของตาสร้างธุรกิจของตัวเองและห้าปีที่ผ่านมามันก็ทำเงินให้เขาปีหนึ่งหลายพันล้านและมีหุ้นส่วนสี่คนคือเขา ธารณ์ แอสตัน ลูกชายนักธุรกิจชื่อดังชาวอเมริกาแต่อยู่คนละรัฐกับพ่อของเขา เลปกร สุขมาลย์พิรมย์ ลูกชายนักการเมืองคนดังของเมืองปากน้ำโพ เขมนันท์ สัจจาพงระพี ลูกชายเจ้าของโรงพยาบาลแต่ไม่ใช่หมอเขาเป็นผู้บริหารโรงพยาบาลและเป็นนักแข่งรถมืออาชีพและไม่ค่อยได้อยู่เองไทยจะตระเวรแข่งรถไปตามสนามต่างๆทั่วโลกและอยู่อันดับห้าของโลกและคนที่จะมาดูแลงานแทนเขาได้ก็มีแค่ธาร์ณ์กับเลปกร ส่วนพงษ์พิชย์กับกันดิศเพื่อนอีกสองคนไม่ยุ่งเพราะคนหนึ่งเป็นลูกชายนายตำรวจใหญ่อีกคนเป็นนักธุระกิจนำเข้ารถยนต์หรูจากยุโรปและญี่ปุ่น

“ให้ไอ้เล็กมันไปก่อนได้มั้ย เดี๋ยวเสร็จงานวันเกิดแด๊ดแล้วกูจะไป”

“ได้ๆ ไม่มีปัญหา กูได้จะให้มึงมาเลยตอนนี้กูก็ไปๆมาๆได้อยู่แต่กูพูดเผื่อไว้น่ะ กูให้คนเอาของขวัญไปให้แด๊ดแล้วนะ เอาไว้นัทคลอดลูกแล้วกูจะพาหลานไปกราบนะ” จอร์แดนพูดกับเพื่อนเพราะพวกเขาไม่ได้สนิทกันแค่ในกลุ่มลูกๆแต่พ่อแม่ก็รู้จักสนิทสนมกันด้วย

“ได้ เดี๋ยวกูบอกแด๊ดไห้ อีกสองวันกูเข้าไปเคลียร์งานที่กรุงเทพแล้วจะไปช่วยมึงละกัน” ธารณ์ตอบเพื่อนเพราะเขาไปช่วยงานมันบ่อยๆ

“ขอบใจมากว่ะธารณ์ จะมาเมื่อไหรก็บอกกูด้วยละกันเดี๋ยวจะให้เด็กไปรับ”

สองหนุ่มคุยกันต่ออีกเล็กน้อยก็วางสายเพราะจอร์แดนต้องไปดูแลภรรยาที่ท้องโตใกล้คลอดและเป็นลูกชายคนแรกของเขาด้วยจึงดูแลประคบประหงมภรรยามากเป็นพิเศษ

“มีอะไรหรือเปล่าพี่ธารณ์” เธียร์ถามพี่ชายเมื่อคุยกับเพื่อนเสร็จ

“พอดีเมียจอร์แดนใกล้คลอดก็เลยให้พี่ไปช่วยดูงาน เดี๋ยวพี่จะได้ดูงานของเราด้วย” คนเป็นพี่ตอบน้องชายเพราะเขาไม่มีอะไรปิดบังคนในครอบครัวจะพูดคุยปรึกษากันตลอด

“เผลอแป๊บเดียวพี่จอร์แดนจะมีลูกแล้วเนาะ เร็วจริงๆแล้วเมื่อไหร่พี่ธารณ์จะมีเมียมีลูกกับเขาล่ะครับ” เธียร์ถามพี่ชายแล้วยิ้มก่อนจะถอดเสื้อเชิ้ตสีขาวออกจากตัวโยนไปกองบนเก้าอี้อาบแดด

“แฟนยังไม่มีแล้วแกจะให้พี่มีเมียมีลูกเลยมันไม่ข้ามขั้นตอนไปเหรอวะน้องชาย” ธารณ์พูดกับน้องชายขำๆเพราะเรื่องครอบครัวไม่อยู่ในหัวของเขาเลย

“จะไปยากอะไรเล่าพี่ชาย แค่ไปร่วมงานเลี้ยงของคุณตาคุณยายพี่ก็ชี้นิ้วได้เลยว่าจะเลือกคนไหนเป็นแฟนเป็นเมีย หึหึๆๆ..”

“ขอบายว่ะ แกก็เห็นว่าแต่ละคนที่ตายายเลือกก็มีแต่ลูกท่านหลานเธอเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อทั้งนั้นและฉันก็ไม่มีเงินถุงเงินถังให้พวกเธอถลุงเล่นด้วย” ธารณ์ไม่ได้สนใจลูกหลานของเพื่อนตายายเพราะรู้ๆกันอยู่ว่าพวกเขาต่างก็หวังผลประโยชน์จากกันและกัน

“ก็จริงของพี่ธารณ์นะ ว่าแต่พี่จะไปลาวเมื่อไหร่ล่ะ”

“น่าจะเข้าไปเคลียร์งานที่กรุงเทพเสร็จนะ มีอะไรหรือแกจะไปด้วย”

“เปล่าหรอกก็แค่ถามเฉยๆน่ะ”

จากนั้นสองพี่น้องก็ว่ายน้ำออกกำลังกายกินลมชมวิวอย่างสบายอารมณ์เพราะที่นี่คือบ้านของพวกเขาที่สามารถทำอะไรก็ได้มีความเป็นส่วนตัวสูงและไม่ปล่อยให้ใครเข้ามาได้ง่ายๆจนกว่าจะได้รับอนุญาติจากพ่อแม่ของเขา

เช้าวันถัดมา

ตรงกับวันที1ตุลาคม ซึ่งตรงกับวันเกิดของแอสตัน นีลล์ ที่จัดงานวันเกิดทุกปีแต่เขาไม่ได้จัดงานเอิกเกริกจะทำเป็นการส่วนตัวในครอบครัวมีภรรยาสุดที่รักและลูกทั้งสอง ส่วนงานเลี้ยงเขาก็ไปแจกทุนการศึกษาให้เด็กๆและเลี้ยงอาหารกลางวันเท่านั้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป