บทที่ 7 นักสืบมือใหม่
“เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยนะสองคนนี่” คุณยายมยุเรศมองหลานสาวทั้งสองแล้วส่ายหน้าไปมา
“งั้นเดียร์ไปก่อนนะคะคุณยาย” บุศราคับบอกยายเพราะกลัวพลาดกับพี่ชาย
“จ้ะแม่คุณ แล้วก่อนกลับแวะมาหายายด้วยล่ะ”
“ค่ะคุณยาย ไปเถอะแก” บุศราคับตอบยายแล้วหันไปพูดกับเพื่อน
คุณยายมยุเรศมองตามหลานสาวแล้วยิ้มเพราะท่านเลี้ยงลูกมาให้อิสระและสอนให้คิดตัดสินใจเองมาตลอดทำให้หลานสาวก็ได้รับการเลี้ยงดูมาเหมือนกันและบุศราคัมก็เกิดห่างจากหลานชายคนโตสิบปีเรียกว่าเป็นลูกหลงก็ว่าได้จึงทำให้ทุกคนรักและตามใจและหลานสาวก็ไม่ได้เป็นเด็กเอาแต่ใจแต่เป็นคนมีเหตุผล
บุศราคัมกับทิวไผ่ก็ขี่มอเตอร์ไซค์ไปตามถนนที่ไปบ้านพักของพี่ชายที่อยู่เลยสถานีตำรวจไปไม่ไกลและเป็นบ้านของพี่ชายที่สร้างเองมีพื้นที่ประมาณหนึ่งไร่บนเนินเขาเตี้ยล้อมรอบด้วยสนามหญ้าบรรยากาศดีมองเห็นแม่น้ำโขงหรือสาวเหลี่ยมทองคำและฝั่งลาวฝั่งพม่าที่มีคาสิโนและโรงแรมมากมายแล้วจอดหน้าบ้านของพี่ชาย
“กริ้งงงๆๆๆ..” เสียงกริ่งดังขึ้นรัวๆขณะที่นายตำรวจหนุ่มกำลังอาบน้ำเสร็จเพื่อเตรียมตัวไปทำงานเพราะเมื่อวานเขาไปตั้งด่านกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะมีข่าวว่าจะมีการขนยาเสพติดข้ามมาฝั่งไทยแต่เป็นแค่ข่าวลือให้เจ้าหน้าที่ไขวเขวเท่านั้นและเป็นแบบนี้บ่อยแต่สายก้ยืนยันว่าพวกค้ายาขนยาบ้าจริงแต่มันเปลี่ยนสถานที่ไปส่งฝั่งพม่าแทน
“ใครมาครับนิสา” เพทายถามแฟนสาวที่ออกเวรมาเมื่อคืนและมานอนค้างที่บ้านของเขาและวันนี้เป็นวันหยุดของเธอแต่ไม่ใช่วันหยุดของเขา แต่ไม่มีปัญหาสำหรับพวกเขาเพราะต่างก็เข้าใจการทำงานของกันและกันดี
"เดี๋ยวนิสาไปดูเองค่ะ” นิสามณีตอบแฟนหนุ่มแล้วเดินไปดูที่จอมอร์นิเตอร์ตรงประตูบ้าน “น้องเดียร์มาค่ะดามพ์”
“ห๋า ยัยเดียร์มาเหรอนิสา ทำไงดีครับ” เพทายเดินมาดูตรงจอมอนิเตอร์อย่างรวดเร็วเพราะแฟนสาวไม่อยาก้ปิดเผยเรื่องของเขากับเธอแต่ยังไงก็ปิดไม่ได้อยู่ดี
“พี่ดามพ์เปิดประตูให้เดียร์ด้วยค่ะ เร็วๆด้วยน้องร้อนหิวน้ำด้วยค่ะ” บุศราคัมเร่งพี่ชายเพราะเห็นรถกระบะของพี่ชายจอดอยู่ในโรงรถแต่ว่าที่พี่สะใภ้จะอยู่หรือเปล่าต้องเข้าไปดูให้แน่ใจ
เพทายยืนเท้าเอวมองน้องสาวกับเพื่อนในจอมอนิเตอร์แล้วถอนหายใจหากบุศราคัมรู้ว่าเขากับแฟนสาวอยู่ด้วยกันพ่อแม่ย่าตายายก็ต้องรู้กันหมดจึงหันไปมองแฟนสาวว่าจะทำยังไงดีเพราะนิสามณีขอร้องเขาไว้ว่าอย่าเพิ่งบอกใครเรื่องของพวกเขาจนกว่าเธอจะพร้อม
“เปิดประตูให้น้องเดียร์น้องทิวไผ่สิคะดามพ์” นิสามณีบอกแฟนหนุ่มเพราะตอนนี้ที่บ้านเธอก็ระแคะระคายแล้วแต่ไม่มีใครถามและไม่จำเป็นต้องปิดอีกแล้ว
“นิสาพร้อมนะครับ” เพทายถามแฟนสาวด้วยความเป็นห่วงกลัวเธอจะมีปัญหากับที่บ้านและว่าที่พ่อตาก็ไม่ชอบเขาด้วย
“ค่ะ”
“งั้นก็ไม่มีปัญหาครับ” เพทายโล่งใจเพราะที่ผ่านมาแฟนสาวยังไม่อยากเปิดตัวเพราะพ่อของเธอไม่ชอบตำรวจและเขารู้ว่าทำไมกำนันคมสันถึงไม่ชอบตำรวจก็เพราะว่าเขาทำธุรกิจสีเทาและเคยเสนอให้เขาร่วมมือด้วยแต่เขาเป็นตำรวจมีหน้าที่ปราบปรามจึงปฏิเสธและยังบอกว่า ถ้ากำนันทำผิดกำหมายเขาก็จับเหมือนกับคนอื่นที่ทำผิดกฎหมายเช่นเดียวกัน
เมื่อประตูบ้านเปิดออกมอเตอร์ไซค์สองคันก็ขี่ตามกันไปจอดหน้าเทอเรสแล้วถอดหมวกกันน็อกออกก่อนจะลงจากรถเดินเข้าไปในบ้านของพี่ชายและเห็นว่าที่พี่สะใภ้มาเปิดประตูบ้านให้พร้อมกับพี่ชาย
“ไฮพี่ดามพ์ พี่นิสา วันนี้อยู่พร้อมหน้าเลยเนาะ” บุศราคัมยกมือไหว้พี่ชายและว่าที่พี่สะใภ้แล้วยิ้มอย่างประจบและเป็นไปตามที่คิดว่าพี่ชายกับแฟนสาวอยู่ด้วยกัน
“ยัยตัวแสบ ไหนว่าไม่มาเชียงแสนไง” เพทายถามน้องสาวที่มองเขาแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์
“พอดีรุ่นพี่ฝากซื้อของที่แม่สายเดียร์ก็เลยแวะมาหาพี่ดามพ์ก่อนจะไปซื้อของให้ค่ะ แล้ววันนี้พี่ดามพ์กับพี่นิสาไม่ไปทำงานเหรอคะ” บุศราคัมตอบพี่ชายทั้งที่เมื่อกี้บอกยายว่ามาซื้อของฝากให้รุ่นพี่ ทำให้ทิวไผ่มองบนกับความเจ้าเล่ห์ของเพื่อน
“งั้นเหรอ” คนเป็นพี่ไม่เชื่อสักนิดที่น้องสาวพูด
“จริงค่า รุ่นพี่เขาช่วยหาที่ฝึกงานให้เดียร์ก็เลยซื้อของไปฝากค่ะ”
“เอายังไงกันแน่ ฝากซื้อของหรือซื้อของฝาก กะล่อนจริงๆเลยนะเรา แล้วพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงจ้างมาเท่าไหร่ล่ะ” เพทายขยี้ผมน้องสาวด้วยความหมั่นไส้กับความแสบและเจ้าเล่ห์และมากระทันหันแบบนี้ต้องมีอะไรสักอย่างเพราะน้องสาวบอกว่าไม่มาหาเขาเพราะมันไกลขี้นเกียจขับรถ
“ไม่มี้ ไม่ได้จ้างอะไรเลยค่ะ” คนเป็นน้องปฏิเสธเสียงสูงแสดงพิรุธออกมาให้ตำรวจมือปราบจับได้ง่ายๆ
“จริงเหรอจ้ะน้องรัก” เพทายกอดคอน้องสาวแล้วลากไปในบ้านแล้วนั่งลงบนโซฟาในบ้าน
“จริงค่ะ ปล่อยสิคะพี่ดามพ์ นี่น้องนะไม่ใช่ผู้ร้าย พี่นิสาช่วยเดียร์ด้วยค่ะพี่ดามพ์จะทำร้ายน้องค่า” บุศราคัมเรียกว่าที่พี่สะใภ้ช่วย
“เล่นใหญ่เลยนะยัยตัวแสบ”
“แกไม่ช่วยเดียร์เลยนะนังทิว”
“แกชวนฉันมาเป็นเพื่อนไม่ได้ชวนมาช่วยนะยะยัยเดียร์” ทิวไผ่มองเพื่อนอย่างหมั่นไส้ที่ใส่แอคติ้งอย่างเวอร์
“นังทิวไผ่ เดี๋ยวเถอะฉันจะแช่งแกให้ผู้ชายเมิน”
“ไม่มีทางย่ะ แกไม่รู้หรอกว่ามหาลัยฉันฮอตแค่ไหน ฮึ..”
“แน่ใจนะว่าเราสองคนมาด้วยกัน” เพทายหัวเราะขำน้องสาวกับทิวไผ่ที่ต่อปากกันอย่างไม่มีใครยอมใครแต่กลับเป็นเพื่อนสนิทที่รู้ใจกันมากและะเขาเองก็เป็นเพื่อนสนิทกับปัญญาดาพี่สาวคนรองของทิวไผ่และเรียนมาด้วยกันพร้อมกับแฟนสาวและสนิทกันมากกว่าเขาอีก
“มาด้วยกันเฉยๆค่าพี่สาราวัด อุ้ย พี่ดามพ์”
“พอกันเลยสมแล้วที่เป็นเพื่อนกัน แล้วกินข้าวกลางวันมาหรือยังล่ะ”
“ยังค่ะ พี่ดามพ์เลี้ยงน้องกับนังทิวไผ่ด้วยนะคะ”
“งั้นเราไปกินที่บ้านยายกันมั้ย” คนเป็นพี่ชายเสนอและรู้ว่าน้องสาวคงแวะหายายแล้ว
“บ่ไป เดียร์อยากกิ๋นข้าวซอยน้ำเงี้ยวฮิมโขงร้านของเปื่อนอ้ายดามพ์” บุศราคัมตอบพี่ชายเป็นภาษาเหนือที่เธอไม่ค่อยได้พูดเพราะครอบครัวเธอคนรุ่นใหม่จึงพูดภาษาไทยกันเป็นหลักแต่เธอก็พูดภาษาเหนือได้เหมือนทุกคนแค่ไม่ค่อยได้พูดเท่านั้นและถ้าเธอไปทานอาหารกลางวันบ้านยายก็จะถูกตายายบ่นเรื่องเธอขี่มอเตอร์ไซค์
“น่าจับไปให้ตาอบรมจริงๆ”
“น่านะ น้องกินข้าวแล้วจะกลับบ้านเลยค่ะ”
“แล้วของฝากรุ่นพี่ล่ะ”
“อ่อ เดี๋ยวก็หาซื้อที่นี่เลยค่ะ”
"ไม่ไปแม่สายแล้วหรือไง"
"ไม่ไปแล้วค่ะเดี๋ยวกลับเชียงรายไม่ทันค่ะ" บุศราคัมก็หาข้ออ้างไปเรื่อยเปื่อย
“เพื่อนเราสีข้างถลอกแล้วมั้งทิวไผ่ งั้นไปกินข้าวก่อนละกัน เดี๋ยวนิสาค่อยกลับมานอนพักนะครับ” เพทายพูดกับแฟนสาวอย่างอ่อนหวาน
“ค่ะดามพ์ งั้นรอนิสาไปเอากระเป๋าก่อนนะคะ” นิสามณียิ้มให้แฟนหนุ่มกับน้องสาวทั้งสองก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอนของเพทายเพื่อหยิบกระเป๋า
“ทำแบบนี้เสี่ยงกับลูกปืนของกำนันมากเลยนะพี่ดามพ์” คนเป็นน้องกระซิบพี่ชายเบาๆกลัวว่าที่พี่สะใภ้จะได้ยิน
“กลัวทำไมล่ะ พี่กับนิสารักกันจริงนี่นาแล้วที่มานี่พ่อเลี้ยงจ้ามาสอดแนมไม่ใช่หรือไง” เพทายถามน้องสาวอีกครั้งอย่างรู้ทันและรู้ว่าพ่อแม่เป็นห่วงเขา
“พ่อเลี้ยงเขาห่วงพี่ดามพ์มากนะคะ เดียร์ก็ห่วงพี่ดามพ์จึงมาดูถ้าพี่ดามพ์รักพี่นิสาจริงทำไมไม่บอกผู้ใหญ่ละคะ ถึงแม้พ่อพี่นิสาไม่ชอบพี่ดามพ์แต่พี่นิสาชอบยังไงท่านก็ต้องเห็นแก่ความสุขของลูกค่ะ” คนเป็นน้องพูดอย่างจริงจังเพราะเธอเองก็เป็นห่วงพี่ชาย
“เดียร์ยังเด็กไม่เข้าใจหรอก เรื่องของพี่เดี๋ยวพี่จัดการเองเข้าใจมั้ย แล้วกลับบอกพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงด้วยนะว่าพี่จะพานิสาไปกราบท่านกับแม่เลี้ยงเร็วๆนี้” ในเมื่อทุกคนรู้แล้วเขาก็ไม่ปิดและจะไปเจอว่าที่พ่อตาด้วย
“เข้าใจแล้วค่ะ เดียร์จะบอกพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงให้เตรียมสินสอดด้วยนะคะ คริๆๆ..” บุศราคัมพูดหยอกเย้าพี่ชายแล้วหัวเราขำเมื่อเห็นพี่ชายเขิน
