บทที่ 1 อื้อหือหล่อมากพ่อ

Rrrr. Rrrr.Rrrr

เสียงเรียกเข้าจากมือถือราคาแพงดังไม่หยุด  หลิวเยี่ยนฟางกำลังขับรถอยู่ไม่อยากกดรับจึงปล่อยให้สายตัดไป

Rrrrr.Rrrrr.Rrrrr.

"อะไรนักหนา  ก็ไม่รับสายตอนขับรถไงไม่รู้หรือ  นี่มันเฮ้อเบอร์ผู้การนี่ ตาแก่หวังนี่มันช่วงพักร้อนฉันนะ"  ก่อนจะเอื้อมมือกดรับสาย

" ฮัลโหล...คะ..ผู้การฉันขับรถอยู่เดี๋ยวหาที่จอดก่อนจะโทรกลับนะคะ"

หลิวเยี่ยนฟางกดวางสายทันที  ไม่รอให้อีกฝั่งตอบกลับมา  เธออยู่ในช่วงลาพักร้อนกำลังรอไฟลต์บินไปมัลดีฟส์ในอีกสามวัน  อยากหาบรรยากาศชิวๆผ่อนคลายบ้าง

หลิวเยี่ยนฟางเป็นครูฝึกหน่วยรบพิเศษมาเกือบสิบปีแล้ว  ปีนี้อายุ35  ตั้งแต่คนรักนอกใจเมื่อ7ปีก่อนก็ไม่คบหาใครอีกเลย  

เสียงมือถือดังติดๆกันหลายรอบ  สุดท้ายก็ตัดสินใจหาที่จอดเพื่อรับสาย  ตอนนี้5ทุ่มแล้วต้องหาที่ปลอดภัยก่อนจะจอด  จากนั้นก็ตบไฟเลี้ยว   ขณะที่เธอกำลังจะเลี้ยวก็มีรถตู้ขับมาด้วยความเร็ว   จึงประสานงากับรถของเธออย่างจัง  หลิวเยี่ยนฟางรู้สึกว่ารถของเธอหมุนหลายตลบ  จากนั้นสติที่มีอยู่ก็ค่อยๆดับไป

แคว้นหนานเป่ย

ร่างบางในชุดสีซีดนอนอยู่บนเตียงที่ทำจากการเอากระดานไม้มาวางต่อๆกัน   ห้องข้างๆมีเสียงทุ้มมีเสน่ห์ของบุรุษคนหนึ่งเอ่ยเรียกหาน้องชาย  

"อาเจิน ไปดูพี่สะใภ้เจ้าสักหน่อยเถอะไม่รู้ว่านางเป็นอย่างไรบ้าง  แค่กๆ"  

เมิ่งหย่งชวนที่นอนอยู่อีกห้องเรียกหาน้องชายให้ไปดูภรรยาที่เพิ่งแต่งเข้ามาเมื่อวาน   

"ขอรับพี่ใหญ่"

น้องชายรับคำ  เมิ่งหย่งชวนไอออกมาจนตัวโยน  เขาถูกบ้านใหญ่ไล่มาเพราะว่าอาการป่วยของเขาทำให้ไปสอบไม่ได้   เขาสอบได้ซิ่วไฉทางบ้านใหญ่จึงได้ละเว้นภาษีที่นา

แต่พวกเขาไม่พอใจยังเหลืออีกสองสิทธิ์จึงอยากขายสิทธิ์นั้นให้แก่เศรษฐีที่ดินในหมู่บ้านอีกคน  แต่เมิ่งหย่งชวนไม่ยอม  เขาเป็นบัณฑิตเรื่องเสื่อมเกียรติเช่นนั้นเขาไม่ทำ

หลังจากนั้นไม่นานตอนกำลังจะสอบที่เมืองหลวง  สามวันก่อนสอบอยู่ๆเขาก็ป่วย  อีกสองวันต่อมาเขาก็ได้ข่าวว่าเศรษฐีจู   ได้รับสิทธิ์ละเว้นภาษีที่นาเกือบสี่สิบหมู่  พร้อมกับที่บ้านใหญ่ส่งหนังสือแยกบ้านและหนังสือตัดสัมพันธ์มาให้เขา

เด็กสาวที่นอนอยู่บนเตียงก็คือเสิ่นเยี่ยนฟาง   เมิ่งหลงปู่ใหญ่ของเขาหรือผู้นำหมู่บ้านเห็นว่าการที่บ้านใหญ่ของเมิ่งหย่งชวนทำเช่นนี้เหมือนกับปล่อยให้เขากับน้องชายต้องตาย 

อย่างไรก็เป็นซิ่วไฉของหมู่บ้าน  จึงปรึกษากับผู้อาวุโสทั้งหลายว่าจะหาจ้าวสาวมาแต่งงานให้เขา  เพื่อแก้ชงและหาคนมาดูแลสองพี่น้อง    แน่นอนไม่มีใครอยากยกบุตรสาวตนเองให้กับบัณฑิตยากจนที่ป่วยขี้โรคอย่างเขาสักคน  

แม้ว่าเขาจะหล่อเหล่าแต่อย่างไรเล่ามันไม่ได้ทำให้อิ่มท้องสักนิด  อีกทั้งยังมีน้องชายที่เป็นภาระอีกหนึ่งคนพ่วงมาด้วย    แต่ในที่สุดก็เจอคนที่ดวงสมพงศ์กันจนได้  คือเสิ่นเยี่ยนฟางจากหมู่บ้านห้าสิบลี้  ซินแสบอกว่าสตรีที่เหมาะสมที่สุดก็คือเด็กกำพร้าจากสกุลเสิ่นคนนี้

"เป็นอย่างไรบ้างอาเจิน  นางดีขึ้นหรือไม่  นางเป็นไข้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว  เจ้าไปขอยืมเงินบ้านท่านปู่ผู้นำสักหน่อย  แล้วไปเชิญท่านหมอมาดูนางเถอะ   นางแต่งมาเมื่อวานจะมาตายที่นี่หรือไร  นางแต่งงานมาแก้ชงให้ข้าหรือมาเพิ่มความอัปมงคลให้ข้ากันแน่  แค่กๆ"

  เมิ่งหย่งชวนเอ่ยถามน้องชายที่เขาสั่งให้เข้าไปดูคนป่วย   วาจานั้นทำเอาคนที่เพิ่งฟื้นถึงกับสะดุ้ง  ไอ้เด็กปากเสียนี่มันน่าจับทุ่มสักทีเหอะ

"ตรรกะอะไรวะเนี่ย   นังหนูนี่เวรกรรมอะไรต้องมาแต่งงานแก้ชงให้ไอ้เด็กบ้านี่   คนเขาอุตส่าห์แต่งมาให้   ดันมาหาว่านางมาทำให้อัปมงคลอีก ปากน่าตบสักที ขอไปดูหน้าหน่อยเถอะ"

หลิวเยี่ยนฟางที่นอนอยู่ในบ้านตื่นมาสักพักแล้ว  กำลังรวบรวมความทรงจำของร่างนี้อยู่  ได้ยินคำพูดสามีของร่างเดิมที่เพิ่งจะเป็นสามีแค่ข้ามคืนก็ยากจะลุกไปโบกสักที  ป่วยใกล้จะตายยังปากดี

   แต่ทันทีที่ลืมตาก็แทบจะสำลักตาย  ทั้งหยากไย่ทั้งฝุ่นหนาเตอะ     เมื่อได้รับความทรงจำของร่างนี้มาแล้วก็ทบทวนความทรงจำของตนเอง  เธอขับรถกลับบ้านหลังจากไปฟิตเนสมา  หวังเจี่ยผู้การภาคเจ้านายของหน่วยงานที่เธอสังกัดอยู่โทรหา  เนื่องจากเขาโทรมามากกว่ายี่สิบสาย  ในที่สุดหลิวเยี่ยนฟางจึงตัดสินใจหาที่จอดรถเพื่อจะรับสาย

  กำลังจะเลี้ยวก็มีรถตู้ที่ไม่รู้ว่าพุ่งมาจากไหน  ประสานงากับรถเก๋งของเธออย่างจัง  รู้สึกว่ารถกลิ้งหลายตลบมาก  หน้าอกกระแทกกับถุงลมนิรภัย  แต่ดูเหมือนจะชนแรงมากทำให้เธอกระแทกแรงเกินไป  

จากการเป็นนาวิกโยธิมาหลายปีก่อนจะมาเป็นครูฝึก  สันนิษฐานได้ว่ากระดูกซี่โครงเธอหักและน่าจะทิ่มปอด  เพราะก่อนที่เธอจะหมดสติเธอรู้สึกเหมือนมีลมออก  และหายใจไม่ทั่วท้องติดขัดๆ  จนในที่สุดสติก็ดับไป   เธอตายแล้วจริงๆ  ตอนนี้อยู่ในร่างของเสิ่นเยี่ยนฟางเด็กสาวกำพร้าที่ถูกอาสาวขายมาด้วยเงินหนึ่งตำลึงกับข้าวสารหนึ่งถุง

"ฉันตายแล้ว  แต่ตอนนี้อยู่ในร่างเด็กอายุสิบเจ็ดหรือ  หล่อนชื่อเสิ่นเยี่ยนฟางแต่งงานแก้ชงเมื่อวานอะไรกันวะเนี่ย   ฉันไม่ชอบอ่านนิยายนะไอ้ทะลุมิติอะไรพวกเนี้ย   ทำไมไม่ไปโผล่โลกอนาคตย่ะ   แล้วเจ๊จะใช้ชีวิตต่อไปแบบไหนอ่ะ   มีผัวแล้วคลอดลูกเลี้ยงลูก  นั่งเย็บผ้ารอผัวกลับบ้าน  ผัวมีสามภรรยา  สี่อนุเหรอยังงั้นเหรอ   ยี้   เฮ้อ...แต่ตาทึ่มนี่ยากจนขนาดนี้คงไม่มีปัญญาหาเมียเพิ่มหรอกแถมขี้โรคอีกด้วย  ดูแล้วน่าจะปากดีอีกต่างหาก"

  จากความทรงจำเสิ่นเยี่ยนฟางเจ้าของร่างเดิมนั้นเนื่องจากบิดาแต่งงานใหม่  แล้วไปทำการค้าต่างถิ่นเป็นพ่อค้าเร่เขาจึงทิ้งนางไว้กับอาสาว  หลังจากอาสาวแต่งงานก็พาเธอมาอยู่ด้วยเพราะพี่ชายมักจะส่งเงินค่าเลี้ยงดูมาให้เดือนละสองตำลึง  รายได้ส่วนนี้เป็นสิ่งเดียวที่เสิ่นอ้ายยอมเลี้ยงหลานสาวกำพร้ามา   เขาก็เริ่มไม่ส่งเงินมาให้ตั้งแต่ร่างนี้อายุสิบห้า

 เมื่อสามเดือนก่อนอาเขยพยายามลวนลามนาง  แต่ร่างเดิมสู้กลับนางไม่ยอม  จากนั้นก็ไปฟ้องอาเล็กของนางแต่ใครจะรู้กลายเป็นว่าอาเล็กเข้าข้างสามี  ด่าทอทุบตีเสิ่นเยี่ยนฟาง  หาว่านางไปยั่วยวนบุรุษของตน

 จากนั้นเมิ่งหลงผู้นำหมู่บ้านสี่สิบลี้เป็นคนไปจัดการหมั้นหมายและขอนางมาเป็นภรรยาให้เมิ่งหย่งชวน  ด้วยสินสอดหนึ่งตำลึง  ข้าวสารหนึ่งถุง  นางจึงได้มาอยู่ที่นี่เป็นภรรยาแก้ชงให้เขา   ดูท่าเจ้าของร่างเดิมต่างหากที่เจอดาวอัปมงคล   แต่งงานกับเขาวันแรกก็ตาย   เมิ่งหย่งชวนคนนี้เป็นดาวหายนะที่แท้จริง  

"อยากรู้นักว่าซินแสคนไหนผูกดวง  เจ๊จะไปเผาสำนักเสียเลย  แก้ชงดวงสมพงศ์บ้านป้าแกสิ  แต่งมาวันแรกก็ตาย  เจ้าบ่าวแบบนี้ดวงอัปมงคลชัดๆ"

ตอนนี้มาอยู่ในร่างนี้แล้ว  ต้องรับสภาพให้ได้ก่อนอันดับแรก  เด็กหนุ่มอายุยี่สิบกว่าที่นอนอยู่ห้องข้างๆชื่อเมิ่งหย่งชวน  เป็นสามีหมาดๆเพิ่งแต่งงานกันกับร่างนี้เมื่อวาน  ไอ้เด็กนั่นถูกบ้านใหญ่บังคับแยกบ้าน  เพราะป่วยต้องใช้เงินรักษาตัว  เงินที่บิดาเขาทิ้งไว้ให้ท่านย่าเป็นคนฮุบเอาไปทั้งหมด  และไม่ยอมนำมารักษาเขาทั้งที่เป็นเงินบิดาของเขา

 พอเขาไม่สามารถไปสอบได้เพราะอาการป่วยและต้องรออีกสามปี  ซึ่งถึงเวลานั้นคนบ้านเมิ่งมองว่าเขาอายุมากไปอีกทั้งไม่ได้ไปเรียนอาจไม่คุ้มที่ต้องทุ่มเทให้  จึงไม่รักษาและไล่ให้ไปอยู่บ้านเชิงเขา  อ้างว่าเขาเป็นโรคร้ายอาจนำมาแพร่คนในบ้าน

   แต่กลับอาศัยตำแหน่งซิ่วไฉของเขาละเว้นภาษีที่นาตนเอง   รวมถึงจะขายสิทธิ์ที่เหลืออีกสี่สิบแปลงเพราะเขาสอบได้อันดับหนึ่งของปีก่อน  แต่เมิ่งหย่งชวนไม่ยอมจึงถูกปู่กับย่าขับไล่ออกมาพร้อมน้องชายอายุสิบสาม   หลังจากนั้นก็ทำหนังสือแยกบ้านมาให้

 ผู้นำหมู่บ้านสงสารเขาสองพี่น้อง  เลยอยากหาภรรยาให้มาช่วยดูและพวกเขา  จึงเอาดวงของเขาไปให้ซินแสดู  ปรากฏว่าดวงของเด็กน้อยเสิ่นเยี่ยนฟางเป็นดวงสมพงศ์ที่สุด     ขบวนเจ้าสาวก็แค่ส่งเกวียนกับผู้อาวุโสสี่คนไปรับนางมาไม่มีชุดแต่งงาน  มีผ้าคลุมหน้าผืนเดียวคลุมมาเท่านั้นมาเท่านั้น   หลังจากส่งตัวนางเรียบร้อยเมิ่งหย่งชวนก็เปิดผ้าคลุมหน้าแล้วถอนหายใจ  อายุสิบเจ็ดแล้ว  แต่อัปลักษณ์เสียจริงๆ  ผิวกระดำกระด่าง  ผมเผ้าที่มวยไว้ก็มันเยิ้ม   อาเขยนางคิดยังไงถึงอยากจะลวนลามเด็กอัปลักษณ์แบบนี้กัน เขาอดไม่ได้จึงเอ่ยถามไป

"เจ้าอาบน้ำครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่กัน  เสิ่นเยี่ยนฟาง"

"ข้า เอ่อข้า  ท่านพี่ข้าอาบน้ำครั้งสุดท้ายสิบวันที่แล้วเจ้าค่ะ  คือๆว่าข้ามีเสื้อผ้าแค่สองชุด  ฝนตกติดกันไม่หยุดข้าซักผ้าไม่ได้เจ้าค่ะ"

"อืม  ไปอาบน้ำเสียสระผมด้วย  กลิ่นตัวเจ้าเหลือทนจริงๆ  ข้าป่วยอยู่ยังต้องมาทนดมอีก  เจ้าแต่งเข้ามาช่วยให้ข้าดีขึ้น  หรือมาทำให้ข้าตายไวขึ้นกันแน่"

จากนั้นก็ไล่นางไปอาบน้ำ  นางได้ชุดใหม่ที่ใส่ไม่ได้แล้วของลูกสาวผู้นำหมู่บ้านเขาให้มาสองชุด    นางไม่มีสินเดิมอีกทั้งถูกแต่งมาด้วยสินสอดตำลึงเดียวกับข้าวสารหนึ่งถุง      นางมีเพียงปิ่นเงินผีเสื้อเท่านั้นที่เป็นสินเดิมของนาง เป็นของที่มารดานางทิ้งให้ไว้ก่อนตาย  และยังมีกำไลอีกสองคู่ที่อาเล็กไม่รู้ว่ามีมันอยู่  

 เสิ่นเยี่ยนฟางปักเพียงปิ่นอันเดียว  ไม่มีชุดแต่งงานมีเพียงชุดที่ใส่ทุกวัน   ส่วนกำไลนางเย็บติดกับชายกระโปรงชุดของตนเองเพื่อไม่ให้ใครหาเจอจากนั้นก็ขึ้นเกวียนมาจากหมู่บ้านสี่สิบลี้เพื่อมาแต่งงาน      

   ตอนกำลังไปตักน้ำที่แม่น้ำมาใส่โอ่งที่บ้านเพื่อใช้อาบน้ำก็เจอกับเมิ่งจื่อบุตรสาวของเมิ่งหานลุงใหญ่ของเมิ่งหย่งชวน   นางเห็นปิ่นเงินที่เสิ่นเยี่ยนฟางปักอยู่ก็ตาโต  เข้าตรงมาแย่งชิงทันที  ว่ากันว่าเสิ่นเยี่ยนฟางยั่วยวนอาเขย เป็นสตรีแพศยาที่แต่งงานกับไอ้คนใกล้ตายเมิ่งหย่งชวนนั่น   อัปลักษณ์แบบนี้ที่ได้สามีก็เพราะอาเล็กของนางอยากถีบหัวส่งนางนี่ไปพ้นๆสามีตัวเอง   เรื่องอะไรนางแพศยาชอบยั่วยวนคนอื่นถึงมีปิ่นเงินได้  แต่นางไม่มีกัน  ปิ่นเงินนี้นางต้องการ  พี่ชายขี้โรคนั่นไม่กล้าทำอะไรนางหรอก  ถูกไล่ไปแล้วกล้ามีปากเสียงหรือ

"ปิ่นเงินบนหัวเจ้านั้นเดิมมันเป็นของข้า   ไอ้ขี้โรคเมิ่งหย่งชวนคงขโมยไปให้นางแพศยาที่ชอบยั่วยวนสามีคนอื่นสินะ    เอาคืนมานะนังตัวดีเสิ่นเยี่ยนฟาง"

"ไม่ใช่นะ  ปิ่นเงินนี่เป็นของมารดาข้าที่นางทิ้งไว้ให้ข้ามันเป็นสินเดิมของข้า    อ่ะ...อย่านะเจ้าห้ามดึงนะ    เมิ่งจื่อข้าเป็นพี่สะใภ้เจ้านะ  โอ๊ยเจ้าตีข้าหรือ  เอาคืนมานะ"

ผลัวะ ผลัวะๆ  ทั้งคู่ยื้อแย้งกันจนในที่สุด  เมิ่งจื่อที่ตัวโตกว่าก็แย่งปิ่นมาได้  อีกทั้งยังเอาปิ่นเงินปักที่แขนของเสิ่นเยี่ยนฟางจนเลือดไหล   จากนั้นก็ใช้เท้าถีบนางลงน้ำ  ก่อนจะหัวเราะสะใจ  แล้วจากไปพร้อมกับเพื่อนๆของนาง

 เมิ่งหย่งชวนเห็นว่านางยังไม่กลับสักทีก็ให้น้องชายไปตามที่ลำธาร  แต่กลับได้ยินว่านางพลัดตกน้ำที่แม่น้ำ  จากนั้นก็มีชาวบ้านนำร่างนางที่ไม่ได้สติของนางมาที่บ้านของเขา  ท่านป้าในหมู่บ้านช่วยกันเปลี่ยนเสื้อผ้าให้   ตกค่ำนางเป็นไข้แต่บ้านใหญ่กลับไม่ยอมตามหมอให้  นี่ยามอู่แล้วบาดแผลที่ถูกปิ่นแทงเริ่มเป็นสีม่วง  แต่นางก็ยังไม่ฟื้น  

เสิ่นเยี่ยนฟางที่ลำดับเรื่องราวได้ก็ถอนหายใจ  ตอนนี้น่าจะสิบเอ็ดโมงแล้วมั้ง  เวลายุคนี้คงเรียกว่ายามอู่กระมัง   หลิวเยี่ยนฟางยอมรับแล้วว่าตัวเองตายไปแล้ว  และตอนนี้เธอคือเสิ่นเยี่ยนฟางหรือเสิ่นซื่อภรรยาบัณฑิตขี้โรคเมิ่งหย่งชวน  

นางลุกขึ้นแล้วนั่งถอนหายใจพักใหญ่ก็เดินออกมาจากห้อง   เสิ่นเยี่ยนฟางออกไปนอกบ้าน  มองดูบริเวณรอบๆ  มีรั้วไม้ไผ่ที่โย้เย้  เถาไม้เลื้อยขึ้นพันเต็มไปหมด  บริเวณบ้านน่าจะประมาณสามร้อยตารางวาได้  

มีแต่หญ้ากับพืชล้มลุก  เอ๊ะมีลูกแดงๆขาวๆอยู่หลายต้นจึงเดินไปดู   สตอเบอรี่นี่ จ๊อก จ๊อก จ๊อก  เสียงท้องของนางร้องดัง  และยังมีอีกคนที่ท้องร้องเช่นกัน  หันไปก็เห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่ง  เขาคือน้องชายสามีของร่างเดิม  เมิ่งลู่เจินอายุสิบสามแล้วแต่ตัวเล็กเหลือเกิน  

"พะ  พี่ พี่สะใภ้ท่านฟื้นแล้วหรือขอรับ  ข้าจะไปบอกพี่ใหญ่นะขอรับ"

"อืม  มาช่วยข้าก่อน  หิวจะตายอยู่แล้วในบ้านมีของกินหรือไม่"

"มีแค่แผ่นแป้งข้าวโพดที่ท่านปู่หลงเอามาให้ขอรับ  แข็งไปสักนิดเดี๋ยวข้าไปต้มน้ำอุ่นให้ท่านนะขอรับ"

"ไม่ต้องหรอก  มาช่วยข้าเก็บสิ่งนี้หน่อย  ดินที่นี่น่าจะปลูกพืชได้ดีนะ  เป็นที่ดินของท่านพ่อของเจ้าใช่หรือไม่"

"ขอรับพี่สะใภ้  เป็นบ้านเดิมท่านพ่อท่านแม่ท่านแม่  ท่านย่ากับท่านลุงไม่กล้ายึดขอรับ อยู่ใกล้ตีนเขา  พวกเขากลัวสัตว์ป่าจะลงมานะขอรับ"

ทั้งสองคนช่วยกันเก็บเฉาเหมยได้มากแล้วจึงหยุด  เสิ่นเยี่ยนฟางที่ตอนนี้กำลังยืนเงยหน้าด่าฟ้าฝน  ด่าเทวดา  ด่าเวรกรรมทั้งหลายอยู่   ผมที่หลุดลุ่ยลงมาคลอเคลียใบหน้าก็ถูกนางเป่าออกอย่างขัดใจ

เมิ่งหย่งชวนที่มองออกมาจากในบ้าน  นางดูไม่ได้จริงๆ  สารรูปคือมอมแมมเหลือทน แต่กิริยาท่าทางที่แสดงออกมามันดูน่ารักดี   นางเท้าเอวยืนบ่นชี้มือชี้ไม้ขึ้นด่าเทพเซียน สงสัยเขาต้องจับอาบน้ำเองแล้วมั้งยายเด็กนี่   ก่อนจะไออีกรอบ  แค่กๆๆๆ  แล้วล้มตัวลงนอนแสร้งหลับต่อไป

"เอ้อ ได้เกิดใหม่ทั้งทีก็โคตรจน ฉันควรดีใจไหมวะคือนี่บ้านเหรอเนี่ย แล้วยังมีญาติผัวประสาทเห็นแก่ตัวชอบเอาเปรียบ อีกเวรของกรรมจริงๆ"

หลิวเยี่ยนฟางที่ตอนนี้อยู่ในร่างของเสิ่นเยี่ยนฟางสาวน้อยวัยสิบเจ็ดกำลังด่าทอชะตาชีวิตที่ได้เกิดใหม่   จากนั้นก็เข้าไปดูสามีหมาดๆ ที่เพิ่งจะแต่งงานกันเมื่อวาน ก่อนที่จะถูกเมิ่งจื่อบุตรสาวลุงใหญ่ของเขาจะผลักร่างเดิมตกน้ำจนเป็นไข้แล้วจากไป     เขานอนหลับอยู่  เป็นบุรุษที่หน้าอกกว้างผึ่งผาย   ลมหายใจสม่ำเสมอมาก  ดูแล้วไม่เหมือนคนป่วยสักนิด  เซ้นส์เธอผิดพลาดหรือ

 ไม่น่าจะใช่    เจ๊นอนกลางดินกินกลางหิมะมาเจ็ดปีกว่าจะได้เป็นนาวิก   และต้องเรียนหลักสูตรแพทย์เพื่อต้องมาเป็นครูฝึกอีกหลายปี   ตอนมาเป็นครูฝึกก็ต้องอบรมหลักสูตรแพทย์ให้ลึกพอสมควร  เพื่อจะได้มีความรู้เอาไว้ประเมินอาการ   หากนักเรียนมีปัญหาสุขภาพแล้วไม่สามารถฝึกต่อได้    

แต่ผู้ชายคนนี้ดูไม่เหมือนคนป่วย  อีกทั้งน่าจะออกกำลังกายประจำด้วย  ช่างเถอะเดี๋ยวค่อยหาคำตอบทีหลังแล้วกัน  ตอนนี้เอาเรื่องสำคัญก่อนนั่นคือไปเอาของคืนจากบ้านญาติผัว  ไอ้พวกผีอดอยากเหล่านั้น  

แต่ต้องยอมรับเขาหล่อเหลาจริงๆ  นี่มันดาราซีรีส์ย้อนยุคท่านหนึ่งเลยนะ    อืมหล่อมากหล่อจริงๆหล่อมากพ่อ   คิ้วเอย  คอเอย  ปากเอย  คางมนหน้าตาหล่อละมุนละไม  เขาคือเมิ่งหย่งชวนสามีของเธอในชาตินี้เหรอ  ตื่นมาก็มีผัวหล่อ    หล่อมากพ่อเอ๊ยเสียดายขี้โรคไปหน่อยเฮ้อเวรกรรม    ก่อนจะเอ่ยเบาๆกลัวคนขี้โรคที่นอนอยู่ได้ยิน

"หล่อขนาดนี้มันน่าจับขย่มแล้วน่าควงให้เอวหักเลย  มันเขี้ยวจริงๆ"

จากนั้นก็เขย่าตัวเมิ่งหย่งชวน  ปลุกเขาให้ตื่นมาคุยกับนาง

"นี่เมิ่งหย่งชวน มาคุยกันหน่อยข้ามีเรื่องต้องคุยกับท่าน"

เมิ่งหย่งชวนตื่นนานแล้วตั้งแต่เห็นนางยืนเท้าเอวเป่าปอยผมตนเองทำท่าเหมือนลูกแมวน้อยขู่ฟ่อๆ ชี้ท้องฟ้าด่าสายลมอยู่หน้าบ้านก็อมยิ้ม ก่อนจะปรับสีหน้าจริงจัง  แล้วลุกขึ้นนั่ง

"อืม ภรรยาเจ้ามีเรื่องอันใดหรือ"

คำว่าภรรยาทำเอาหลิวเยี่ยนฟางถึงกับหน้าแดงจนถึงใบหู ก่อนจะปรับสีหน้า

"เอ่อ....คือว่า...น้องสาวเจ้าเมิ่งจื่อเจ้าอยากเก็บไว้ไหม ปิ่นปักผมนั่นของมารดาข้า นางหน้าด้านยื้อแย่งเอาไป   เจ้าตอบมาคำเดียวยังต้องการนางหรือไม่"

เมิ่งหย่งชวนไม่เข้าใจที่นางพูดจึงส่ายหน้า แต่คนตัวเล็กเข้าใจผิดคิดว่า   เขาบอกว่าไม่ต้องการจึงพยักหน้าให้เขาสามที  จากนั้นก็เรียกหาน้องชายสามีหมาดๆ 

"อืมดีมาก   เมิ่งลู่เจินเจ้ามาดูพี่ชายเจ้าหน่อยเข้าจะไปทวงของๆ ข้าคืน  เฉาเหมยนี่กินรองท้องไปก่อนแล้วกัน  เดี๋ยวข้ามา"

พูดจบก็ตรงไปบ้านใหญ่ของสกุลเมิ่งทันที  กล้าเล่นกับเจ๊เหรอ  ไหนๆก็มาแล้วซ้อมไม้ซ้อมมือหน่อยแล้วกัน

บทถัดไป