บทที่ 10 หวานขนาดนี่เอาอะไรมาขมกัน

เมิ่งหย่งชวนไปกับน้องชายเพื่อไปหาบ้านที่แกะสลักหิน เสิ่นเยี่ยนฟางยื่นปากตามหลัง เหอะ กลัวซะที่ไหนกันรูปร่างเจ๊ทำไมย่ะ ออกจะสะบึ้มขนาดนี้

 พูดแล้วก็ภูมิใจ ร่างนี้อย่างน้อยก็มีของดีแหละน่า จัดการข้าวของให้เสร็จก่อน บ้านใหญ่ถูกนางตีน่วมไปเมื่อเช้า คงนอนหยอดน้ำข้าวต้มไปอีกเจ็ดแปดวัน บอกแล้วอย่าเล่นกับระบบเจ๊หลิวครูฝึกแห่งหน่วยอินทรีดำ กล้ามาหาเรื่องอีกจะฝังไว้บนเขาเสียเลยหึ

 สองพี่น้องเมิ่งหย่งชวนและเมิ่งลู่เจินที่บังคับเกวียนเพื่อพากันไปบ้านลุงหกขอซื้อโม่หิน เสิ่นเยียนฟางให้เงินเขาไปยี่สิบตำลึง ไม่รู้ว่าโม่หินมีราคาแพงเพียงใด แต่ว่าให้นางมานั่งตำนั่งบดถั่วนางคงไม่ไหว พรุ่งนี้จะขึ้นเขาลองหาหินปูนมาเผาดู  มีปูนขาวสุกติดในครัวไว้สักหน่อยก็ดี 

สองพี่น้องขับเกวียนมาถึงกลางหมู่บ้านก็เจอเข้ากับเมิ่งอี้ที่ยืนจับกลุ่มคุยกับอันธพาลและบุรุษในหมู่บ้านอยู่ห้าหกคน ทันทีที่เห็นเมิ่งหย่งชวน เมิ่งอี้ก็ตรงมาหาเรื่องทันที

"หึ นี่ไอ้ขี้โรคเจ้ามาเสนอหน้าอันใดแถวนี้ ไอ้บัณฑิตขี้แพ้ ทั้งขี้แพ้ทั้งขี้โรคกลับอยากมีเมียสวย ข้าว่าเมียเจ้าน่ะมาให้ข้าช่วยดูแลคงจะดีกว่า ข้าจะทะนุถนอมนางอย่างดีเชียวล่ะ จริงไหมพวกเรา ฮ่าๆๆๆๆ"

เมิ่งหย่งชวนไม่ตอบโต้ คนอย่างเมิ่งอี้ก็แค่สุนัขเฝ้าบ้าน นอกจากเห่าก็ไม่กล้าทำอันใด อีกอย่างเมิ่งอี้ไม่รู้ตัวว่ากำลังจะถูกไล่ออกจากสำนักศึกษาเพราะความประพฤติของตนเอง แต่เมิ่งลู่เจินไม่ยอมให้พี่ชายถูกคนหยามเกียรติจึงกล่าวตอบโต้เมิ่งอี้กลับไป

"เหอะ พี่ใหญ่ข้าแค่ป่วยอีกสามปีก็ไปสอบได้แล้ว ไม่ใช่คนขี้แพ้สักหน่อย เมิ่งอี้เจ้าสอบซิ่วไฉให้ผ่านเสียก่อนค่อยมาคุยโวจะดีกว่า เรียนมาหกปีเพิ่งสอบถงเซิ่งได้ ลู่เจาบุตรชายแม่หม้ายลู่ทิศตะวันตกของหมู่  เพิ่งเรียนได้ไม่ถึงปีอายุเก้าขวบก็สอบผ่านถงเซิ่งแล้ว เจ้าอายุสิบแปดเพิ่งสอบผ่านช่างน่าขายหน้ายิ่งนัก"

"ไอ้สารเลวเมิ่งลู่เจิน อย่าคิดว่าเมิ่งหย่งชวนไอ้คนขี้โรคกลับมาแล้วจะปกป้องเจ้าได้นะ มานี่ข้าจะสั่งสอนเจ้าสองคนพี่น้องให้คลานกลับบ้านเลยทีเดียว"

เมิ่งอี้ย่างสามขุมมาหาสองคนพี่น้องที่เกวียน เมิ่งหย่งชวนทำว่าร้อน สะบัดแขนเสื้อเบาๆ เมิ่งอี้ก็ถูกหอบลอยไปกระแทกกับต้นไม้ตกลงมาทันที เหล่าอันธพาลในหมู่บ้านที่เห็นเช่นนั้นก็ตกใจ เมิ่งอี้ลอยไปกระแทกได้อย่างไร 

แต่เพื่อเงินสามร้อยอีแปะที่เมิ่งอี้จ้างวานมา พวกอันธพาลจึงกรูเข้ามาล้อมรถม้าเพื่อจะรุมทำร้ายสองพี่น้อง แต่ยังไม่ทันลงมือ เมิ่งหลงผู้นำหมู่บ้านก็มาทันทีก็มาถึงพอดี ไม้เท้าในมือของเขากระแทกจนพื้นดินแตก

"พวกเจ้ากล้าหรือ?! หึ เมิ่งอี้อาชวนเป็นพี่ชายเจ้าอีกทั้งยังเป็นซิ่วไฉของหมู่บ้าน เจ้าไม่เพียงไม่เคารพพี่ชาย  แต่เจ้ากลับเอ่ยวาจาหยาบคาย พาอันธพาลวันๆงานการไม่ทำมาก่อเรื่อง เจ้าเป็นผู้เรียนหนังสือแบบใดกัน การกระทำเช่นนี้เป็นสิ่งที่คนเรียนหนังสือควรกระทำหรือ"

เมิ่งอี้ที่พยุงตนเองลุกขึ้น  อยู่ๆเขาลอยมากระแทกได้อย่างไร หันเป็นทางเมิ่งหย่งชวนเห็นเขากำลังเอาผ้าเช็ดหน้าปิดปากไอหนักๆอยู่ 

"แค่กๆๆ ท่านปู่หลงอาอี้ยังอายุน้อย อาจเพราะคบเพื่อนไม่ดีเลยทำให้มีนิสัยก้าวร้าวไปบ้างท่านอย่าถือสาเลยขอรับ แค่กๆๆ"

เมิ่งอี้คิดว่าเขาเสแสร้งจึงตวาดเมิ่งหย่งชวนกลับไป

"หึ ไม่ต้องมาทำเป็นพูดจาดี ไอ้ขี้โรคเจ้าทำร้ายข้าท่านปู่หลงท่านต้องจัดการให้ข้านะขอรับ ดูเหมือนแขนข้าจะหัก"

"เจ้านี่มัน  หึเจ้ามันเกินเยียวยาแล้วเมิ่งอี้ เจ้าบอกว่าอาชวนทำร้ายเจ้าหรือ เขาไอจนแทบเอาตัวเองยังจะไม่ไหว จะเอาแรงที่ไหนมาจับเจ้าเหวี่ยงกันเล่า"

เมิ่งอี้ทำท่าจะเดินเข้าไปหา แต่อยู่ๆก็ลอยหวือไปกระแทกอีกรอบ เสียงกังวานไพเราะดังขึ้นท่ามกลางความตะลึงของชาวบ้าน ที่เริ่มมามุงดู

"เจ้าคิดว่าสามีข้าเป็นอะไร อยากรังแกเขาใครให้ความกล้านั้น เมิ่งอี้กลับไปหยอดน้ำหยอดยาคนบ้านเจ้าซะ อย่าให้ข้าต้องลงมืออีกรอบ อ้อ อันธพาลอย่างพวกเจ้าใช่ไหมที่จะทำร้ายสามีข้า มาๆ เริ่มจากใครก่อนดี"

ในมือเสิ่นเยี่ยนฟางถือท่อนไม้ขนาดใหญ่เท่าแขนเด็กห้าขวบฟาดสะเปะสะปะไปมาไม่รู้ทิศทาง จนคนเหล่านั้นถอยร่นคนละทิศละทาง ท่อนไม้ใหญ่เพียงนี้หากถูกฟาดรับรองว่าต่อให้ไม่ตายก็คงมีนอนติดเตียงไปหลายเดือน 

อันธพาลที่รับเงินเมิ่งอี้มาจึงถอยหลัง คนเหล่านี้เห็นนางลงมือกับบ้านใหญ่เมื่อเช้าแล้วนางน่ากลัวนัก  จากนั้นก็พากันวิ่งหนีหายไปหมด เมิ่งอี้เจ็บใจแต่ทำอะไรไม่ได้  จึงค่อยๆพยุงตัวเองกลับบ้าน

 เสิ่นเยี่ยนฟางเห็นทุกคนไปแล้ว แต่ชาวบ้านที่เหลือมองมา  เสิ่นเยี่ยนฟางจึงเดินมานั่งที่เกวียนซบไหล่เมิ่งหย่งชวน  เอามือลูบหน้าอกตนเองทำท่าโล่งอก

"โอยท่านพี่ ดีที่พวกมันวิ่งหนีไป ข้าหัวใจจะวาย หากพวกมันอยากทำร้ายพวกเราจะทำเช่นไรกัน  ช่างน่ากลัวจริงๆเลย แล้วท่านกับอาเจินพวกท่านบาดเจ็บหรือไม่ ไม่ได้ถูกพวกเขาทำอะไรนะเจ้าคะ"

เมิ่งหย่งชวนรู้ดีว่าภรรยากำลังเล่นละครนางไม่ได้กลัวคนเหล่านั้นจริงๆ เรื่องที่นางทุบตีคนบ้านใหญ่เขารู้แล้ว สตรีคนนี้น่าค้นหายิ่งนัก ภายนอกนางดูอ่อนหวานแต่ก็เวลาดื้อคงปราบไม่ง่ายเท่าไหร่  ก่อนจะเอ่ยปากถามว่านางมาทำอะไรที่นี่

" ภรรยาเจ้ามาทำอะไรหรือ ไหนบอกว่าให้ข้ากับอาเจินมาซื้อโม่หินไง แล้วเหตุใดต้องมาถูกลมเจ้าไม่สบายมีไข้อยู่นะ"

"ท่านหมอจ้าวบอกว่าต่อให้ยาดีเพียงใดแต่หากไม่มีอาหารดีๆบำรุงก็ไร้ผล ที่ผ่านมาข้าวสารเอย เงินที่ทางการจ่ายให้ท่านในตำแหน่งซิ่วไฉก็ถูกบ้านใหญ่ยึดไปหมด ตั้งแต่กลับมาจากเมืองหลวงก็ถูกพวกเขากลั่นแกล้งไม่เคยได้กินอิ่มสักมื้อ  ร่างกายขาดสารอาหารยาที่กินเข้าไปจะดูดซึมอย่างไรเจ้าคะ ข้าก็เลยจะไปซื้อไข่ไก่มาบำรุงท่านสักหน่อย"

เสิ่นเยี่ยนฟางจงใจเอ่ยกับเมิ่งหย่งชวนเท่านั้น แต่ว่าวาจานางแต่ละคำทำให้เห็นว่าที่เมิ่งหย่งชวนป่วยเรื้อรังเช่นนี้เป็นเพราะพ่อเฒ่าเมิ่งกับแม่เฒ่าไม่ดูแลเขา แต่กับยึดเอาเงินที่ได้รับจากทางการของเขามาใช้สอย ข้าวสารที่ได้จากทางการเดือนละสิบชั่งไม่เคยได้กินสักเม็ด นี่มันโหดร้ายเกินไปแล้ว เด็กสองคนนี้มิใช่ลูกหลานหรอกหรือ ชาวบ้านต่างเห็นใจผัวเมียคู่นี้จริงๆ

"เมิ่งซิ่วไฉ ที่บ้านข้ามีไข่ไก่เดี๋ยวจะให้บุตรชายเอาไปให้นะ"

"ที่บ้านข้าก็มีผักกาดอยู่ แม้จะไม่สวยเท่าไหร่แต่ก็ยังมีผักให้กินเดี๋ยวจะฝากบุตรชายป้าสี่เอาไปให้เจ้าเช่นกัน"

ชาวบ้านต่างเอ่ยปากให้เสบียงพวกเขา เมิ่วหย่งชวนกล่าวขอบคุณ วันนี้เสิ่นเยี่ยนฟางซื้อของมามากมายแล้วจึงไม่อยากให้ชาวบ้านที่ลำบากอยู่แล้วต้องมาลำบากเพิ่มอีก

"ขอบพระคุณขอรับ แต่ว่าอย่าเลยพวกท่านก็ต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเช่นกัน"

" แล้วนี่พวกเจ้าสองพี่น้องจะไปที่ใดกันหรือ"

เมิ่งหลงเอ่ยถามเมื่อหย่งชวน ที่กำลังไปทิศใต้ของหมู่บ้าน

"เอ่อ คือว่าข้าจะไปซื้อโม่หินขอรับท่านปู่ใหญ่ ภรรยาของข้านางอยากได้โม่หิน"

"หืม เจ้าจะซื้อโม่หินหรือ ราคาแพงอยู่มากนักเห็นว่าอันหนึ่งก็สิบสองตำลึงแล้ว จะเอาไปทำอะไรหรือภรรยาอาชวน เหตุใดไม่ยืมที่ลานหมู่บ้านไปใช้ก่อนเล่า"

"พอดีมีเรื่องต้องใช้บ่อยๆเจ้าค่ะ ไม่อาจแย่งชาวบ้านได้  ว่าแต่ท่านปู่รู้จักถั่วงอกกับเต้าหู้หรือไม่เจ้าคะ"

"อืม ถั่วงอกกับเต้าหู้หรือ ไม่รู้จักหรอกว่าแต่มันคือสิ่งใด เอาไว้ทำอันใดหรือ"

เสิ่นยี่ยนฟางยิ้มหวานเลยเชียว แม้เต้าหู้กับถั่วงอกวิธีทำจะไม่ได้ยุ่งยาก แต่ตราบใดที่ไม่มีคนรู้จักก็ขอใช้พวกมันหาเงินก่อนแล้วกัน

"เอ่อเป็นอาหารอย่างหนึ่งเจ้าค่ะ แค่กๆๆ อืมดูเหมือนข้าจะมีไข้จริงๆ ขอตัวไปซื้อไข่ให้ท่านพี่บำรุงก่อนนะเจ้าคะแค่กๆๆ"

 เสิ่นเยี่ยนฟางกำลังจะไป เมิ่งหย่งชวนก็รั้งเอวนางไว้  มือเรียวสวยราวกับสตรีแตะที่หน้าผากของนาง ตัวร้อนจริงๆแล้วยังออกมาถูกลมอีกเด็กดื้อ  ก่อนจะพูดอ่อนหวานจนชาวบ้านที่เป็นสตรียังมิออกเรือนถึงกับเขินอายหน้าแดง

"เมียจ๋าเจ้าตัวร้อนแล้ว กลับบ้านก่อนเถอะ โม่หินเดี๋ยวข้าให้ท่านลุงหกมาส่งที่บ้านก็ได้    ไข่ไก่ก็ไม่ต้องแล้ว เจ้าหายก่อนค่อยว่ากันกลับกันเถอะลมแรงแล้ว"

"เอาเช่นนี้เถอะ นี่อาชวนเดี๋ยวตามปู่ไปที่บ้านเอาข้าวสารกับไข่ไก่ไปกินเถอะ  รีบกลับบ้านไปก่อน นางดูเหมือนว่าจะเป็นไข้ อย่าให้ถูกลมแรงๆ"

เมิ่งหย่งชวนกล่าวขอบคุณ จากนั้นก็เอ่ยลาชาวบ้านกับท่านปู่หลง  เสิ่นเยี่ยนฟางเริ่มมึนหัวเหมือนจะมีไข้จริงๆ ขอบตาร้อนๆน้ำตาคลอตลอดเวลาอาการเดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อนเสียแล้ว

 อาหารเย็นนางซื้อมาแล้วจึงไม่จำเป็นต้องทำ แต่นางอยากได้ไข่ไก่มานวดกับแป้งเพื่อทำบะหมี่ไข่พรุ่งนี้  แต่ตอนนี้เสิ่นเยี่ยนฟางนางรู้ตัวว่าฝืนไม่ไหวแล้ว เมื่อเมิ่งหย่งชวนเอ่ยลาทุกคน ก็พานางกลับบ้านทันทีที่ถึงบ้านเสิ่นเยี่ยนฟางก็เดินโซซัดโซเซไปหาที่นอนทันที ปวดหัวแทบจะระเบิดอยู่แล้ว  แผลที่ถูกแทงคงอักเสบแน่ๆไข้จึงขึ้น

"เจ้าไหวไหม ตัวร้อนขนาดนี้ป่วยหนักกว่าข้าเสียอีกนะ"

"อืม ไหวๆอาเจินเอาเกวียนไปคืนท่านปู่หลงแล้วอุ่นอาหารเองนะ พี่สะใภ้ซื้อมาแล้วไม่ต้องทำ  ท่านช่วยหาสุรามาให้หน่อยข้าจะล้างแผล คงอักเสบน่ะข้าถึงมีไข้"

"ได้ เดี๋ยวข้าจัดการให้เจ้าพักผ่อนเถอะ"

เมิ่งหย่งชวนเห็นสภาพนางก็สงสารจึงอุ้มนางไปนอนในห้อง  เสิ่นเยี่ยนฟางปูที่นอนไว้เรียบร้อยแล้ว เขาวางนางเอาไว้ก่อนจะให้นางนอนพักแล้วตนเองก็ไปต้มยา 

เมิ่งลู่เจินที่เพิ่งมาถึงจากเอาเกวียนไปคืนก็รับอาสาเฝ้าเตาไฟ   เมิ่งหย่งชวนเข้าไปดูคนตัวเล็กเห็นนางนอนสั่นจึงห่มผ้าให้   เสิ่นเยี่ยนฟางหนาวสั่นจนเขาต้องทอดกายลงข้างๆแล้วกอดนางเอาไว้ ไม่นานน้องชายก็เดินมาหาพร้อมชามยาในมือ

"พี่ใหญ่ขอรับ ยาของพี่สะใภ้ได้แล้วขอรับ"

"ขอบใจมากอาเจิน  เจ้าอุ่นอาหารแล้วกินก่อนได้เลยนะ พี่จะดูพี่สะใภ้เจ้าก่อนเดี๋ยวนางดีขึ้นพี่ค่อยไปหากินเอง"

"พี่ใหญ่ พี่สะใภ้จะไม่เป็นไรใช่ไหมขอรับ ข้าไม่อยากให้นางเป็นอะไรไป ข้าชอบนางข้ารู้สึกว่านางเป็นคนดี"

"นางจะไม่เป็นอะไรหรอกเจ้าอย่ากังวลเลย ท่านหมอจ่ายยามาเดี๋ยวนางกินยาก็ดีขึ้น  เจ้าไปกินข้าวเถอะ"

เมิ่งลู่เจินไปแล้วเมิ่งหย่งชวนจึงปลุกเสิ่นเยี่ยนฟางให้ลุกมากินยา แต่นางกับงอแงมากนัก

"เสิ่นเยี่ยนฟางเจ้าตื่นมากินยาก่อน ไม่อยากหายป่วยหรืออย่างไรกัน"

เสิ่นเยี่ยนฟางพยายามลุกนั่งพอเห็นยาในชามนางก็เบ้ปาก ไม่น่ากินสักนิดเลยเชียว ก่อนจะบ่นกลับเพิ่งหย่งชวน

"อื้อ ข้ารู้แล้วเจ้าจะบ่นอะไรนักหนา นี่ยาหรือทำไมกลิ่นมันถึงได้ชวนหืนเช่นนี้เล่า เมิ่งหย่งชวนข้าไม่กินได้ไหมดูสีแล้วต้องขมแน่ๆเลย"

"ขึ้นชื่อว่ายาย่อมต้องขม มาเถอะกินดีๆเดี๋ยวจะได้พักผ่อน"

เสิ่นเยี่ยนฟางเม้มปากแน่นทันทีที่ชามยามาจ่อปากนาง เมิงหย่งชวนอ่อนใจนางดื้อกว่าที่คิดนัก

ขาใช้มือช้อนท้ายทอยนางไว้ก่อนจะยกชามยาเข้าปากตนเอง  จากนั้นใช้มืออีกข้างจับคางนางบีบขากรรไกรเล็กน้อย เพื่อบังคับให้นางอ้าปาก จากนั้นก็ก้มลงประกบปากนางค่อยๆบ้วนยาจากปากเขาลงไป 

เสิ่นเยี่ยนฟางใช้มือสองข้างทุบแผ่นหลังเขารัวๆ นางจำต้องกลืนยานั่นลงคอ  อื้อมันขมมากแต่นางหนีไม่ได้ นางเป็นไข้บวกกับเขาบังคับนางทำให้ยาถูกป้อนจากปากเขาเข้าสู่ปากนางจนหมดทุกหยด เมิ่งหย่งชวนเห็นนางกลืนยาหมดแล้วก็ปล่อยมือจากนั้นก็มองหน้านางเอ่ยเสียงเข้ม

"เจ้าดื้อกว่าที่คิดนะเสิ่นเยี่ยนฟาง  ให้เจ้าแต่งมาดูแลข้าแต่กลายเป็นว่าข้าต้องมาดูแลเจ้าแทน"

"เมิ่งหย่งชวนตาบ้า ยาขมขนาดนี้เจ้าบังคับข้าดื่มอึกเดียวเลย จะให้ข้าสำลักตายหรืออย่างไรกัน แค่กๆๆ"

"ขมมากหรือ ไหนข้าชิมหน่อยสิ"

เมิ่งหย่งชวนรั้งนางเข้าหาก่อนจะแนบริมฝีปากตนเองประกบกับริมฝีปากของนาง เสิ่นเยี่ยนฟางพยายามจะดันเขาออกแต่กลับไม่ได้ผล เมิ่งหย่งชวนรุกไล้ลิ้นของตนเข้ามาในปากของนางจนได้

จากนั้นก็ไล้ลิ้นไล่เกี่ยวพันลิ้นเล็กๆของนางเสิ่นเยี่ยนฟางจับสาบเสื้อเขาแน่น ได้แต่ร้องอื้อๆๆ จนกระทั่งเขาถอนริมฝีปากออก นางที่หน้าแดงเพราะพิษไข้อยู่แล้วยิ่งหน้าแดงกว่าเดิม ไอ้เด็กบ้านี่มันจูบแรกของฉันเลยนะ นายเล่นปล้นจูบกันแบบนี้เลยหรือไง

"เมิ่งหย่งชวนเจ้ามันคนโรคจิต ออกไปให้พ้นเลยนะ"

"ก็เจ้าบอกว่ายามันขมข้าก็อยากลองชิมดู แต่ข้ารู้สึกว่ามีหวานนะ หรือเพราะข้าป่วยกินยามานานเลยแยกรสชาติไม่ออก ไหนลองชิมอีกครั้งสิ"

"ฝันไปเถอะข้าไม่ อื้อออๆๆ"

เสิ่นเยี่ยนฟางพูดไม่ทันจบเขาก็จูบนางอีกรอบ นางเป็นภรรยาเขาแต่วันนี้กลับยอมให้คนอื่นโอบกอด ต้องลงโทษกันหน่อย จะได้รู้ไว้ว่าเขายั่วยุไม่ได้ เมิ่งหย่งชวนถอนริมฝีปากออก จับนางมานั่งตักแล้วดุนางจริงจัง

"ห้ามทำเช่นวันนี้อีก หากข้าเห็นเจ้าให้บุรุษใดโอบกอดเช่นมือปราบจิ้งอีกข้าจะลงโทษเจ้าให้หนักกว่าวันนี้ อยู่กับข้าอย่าดื้อให้มากนักเสิ่นเยี่ยนฟาง นอนได้แล้วอีกสองชั่วยามจะปลุกเจ้าดื่มยาอีกครั้ง  ที่สำคัญหวานขนาดนี้เอาที่ไหนมาขมกันหื้ม"

"เจ้ามันโรคจิต  นี่เมิ่งหย่งชวนข้าไม่กินแล้วได้ไหมยาขมขนาดนี้  เอ่อมียาลูกกลอนหรือไม่เล่าแบบนั้นกินง่ายกว่า"

"ยาลูกกลอนมีราคาแพง ชาวบ้านจ่ายไม่ไหวท่านหมอจ้าวจึงไม่ทำออกมา หากไม่อยากกินยาให้ข้าฝังเข็มให้เจ้าดีไหม เหมือนเข็มของข้าจะพร้อมแล้วนะ"

เสิ่นเยี่ยนฟางมองหน้าเขางงๆทันที จากนั้นนางก็รู้แล้วว่าเขาหมายถึงสิ่งใดเพราะมันแข็งเป็นศิลาหยกอีกทั้งตอนนี้มันยังทิ่มก้นนางอยู่ ด้วย จึงรีบปีนลงจากตักเขาอย่างลนลานเข้าไปด้านในเตียงแล้วนอนหันหลังให้ เอ่ยเบาๆ

"ท่านต้มยาเสร็จแล้วปลุกข้าแล้วกัน ข้าง่วงแล้ว "

เมิ่งหย่งชวนหัวเราะหึๆ เวลาดื้อก็ดื้อมาก เวลาอายก็น่ารัก ดูเหมือนภรรยาแก้ชงคนนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายสำหรับเขาเท่าไหร่ อีกอย่างเขาต้องเข้าเมืองหลวงอีกครั้ง อาเจินชอบนางมาก สิ่งที่เขาห่วงที่สุดก็คือน้องชาย  หวังว่านางจะไม่หนีไปเพราะว่าเขาขี้โรคและยากจน เหมือนกับสตรีคนก่อนๆที่รับเงินสินสอดแล้วไม่ยอมแต่ง ดูแล้วนางกับเขาคงมีดวงดอกท้อต่อกัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป