บทที่ 5 มาหาหมอ

หลังจากเสิ่นเยี่ยนฟางที่จัดการสามคนนั้นเรียบร้อยก็มานั่งรอหมอเป็นเพื่อนอากาศมิ่งหย่งชวน คนต่อไปถึงเขาแล้วท่านหมอจึงให้เด็กในร้านมาตาม เมิ่งหย่งชวนเดินเข้าไปด้านใน ก่อนจะเรียกนางเข้าไปด้วยกัน

"ภรรยา เจ้าเข้ามาด้วยเถิด หากท่านหมอสั่งอะไรเจ้าจะได้รับรู้ด้วย"

เสิ่นเยี่ยนฟางมองหน้าสามีฟ้าประทานอย่างเหนื่อยหน่าย ภรรยาบ้านเจ้าสิหน้าด้านจริงๆ แต่ก็ยอมเดินตามเขาเข้าไปด้านใน ตรงหน้ามีชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ จากความทรงจำคร่าวๆชายชราคนนี้เป็นหมอประจำตำบลเขาแซ่จ้าว  ท่านหมอจ้าวที่นับหน้าถือตาของคนในตำบลมากนับว่ามีฝีมือไม่น้อย

 หรือไอ้เด็กนี่จะป่วยจริงๆไม่ได้แกล้ง หมอที่เก่งขนาดนี้คงไม่เอาชื่อเสียงมาแลกกับบัณฑิตจนๆที่ไม่มีแม้แต่ข้าวสารจะกรอกหม้อหรอกมั้ง เสียงสนทนาทำให้นางฟังอย่างตั้งใจ หมอจ้าวจับชีพจรของเมิ่งหย่งชวนแล้วก็เอ่ยขึ้น

"เฮ้อ บัณฑิตเมิ่งพิษเย็นในตัวเจ้านับว่าถอนได้เกือบหมดแล้ว หากกลางคืนอากาศไม่เย็นเกินไปท่านก็ไม่ต้องทรมานนัก แต่อีกเพียงครึ่งเดือนจะเข้าหน้าฝน หากได้โสมมาบำรุงสักหน่อยเจ้าก็ไม่ต้องกังวลว่าจะหายไม่ทันหน้าหนาว แต่อย่างที่บอกโสมมีราคาค่อนข้างแพงและหายากยิ่งนัก แม้ว่าข้าจะอยากช่วยแต่ก็ไร้ความสามารถ"

"ท่านหมอจ้าวที่ผ่านมาท่านยอมให้ข้าติดค่ารักษาอีกทั้งค่ายา  ข้าเมิ่งหย่งชวนก็ชดใช้บุญคุณไม่หมดแล้วขอรับ อีกอย่างข้าเป็นเพียงบัณฑิตต่ำต้อยคนหนึ่ง คิดไม่ถึงว่าเพื่อตำแหน่งเล็กๆกับถูกคนวางยาเพื่อไม่ให้มีโอกาสเข้าสอบ"

"เจ้าต้องกินของบำรุงสักหน่อยเถอะ ไม่ได้กินอาหารดีๆต่อให้ยาดีเพียงใดก็ไร้ผล ส่วนเรื่องสอบอีกสามปีก็ยังทัน ขยันอ่านหนังสือสักหน่อย ค่อยไปเรียนตอนหายแล้ว"

"ขอบคุณท่านหมอจ้าวขอรับ เอ่อท่านหมอจ้าวนี่คือเสิ่นเยี่ยนฟางนางเป็นภรรยาข้าน้อย สองวันก่อนนางตกน้ำ อีกทั้งยังมีแผลบริเวณที่แขน รบกวนท่านตรวจให้นางสักหน่อยเถอะขอรับ นางมีไข้มาสองวันเพิ่งจะฟื้นไข้ก็ต้องลำบากพาข้ามาหาหมออีก ภรรยาคารวะท่านหมอจ้าวเสียสิ ให้ท่านหมอตรวจเจ้าสักหน่อยเถอะ"

เสิ่นเยี่ยนฟางไม่อิดออดนับว่าไอ้เด็กนี่มีน้ำใจไม่น้อย  อีกอย่างนางรู้สึกตัวรุมๆเหมือนกันอาจเพราะบาดแผลจากที่ถูกปิ่นแทงและตกน้ำมาก่อนจึงทำให้ไข้ขึ้นสูง และที่สำคัญไม่มีอาหารดีๆให้กินสักมื้อ

"ข้าน้อยเสิ่นเยี่ยนฟางคารวะท่านหมอจ้าวเจ้าค่ะ ต้องรบกวนท่านหมอแล้ว"

เสิ่นเยี่ยนฟางนั่งลงให้หมอตรวจชีพจร เขาทำสีหน้านิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยกับนาง

"ฮูหยินเมิ่ง ร่างกายท่านอ่อนแอนัก แผลนี่มาจากการถูกทำร้าย ท่านควรไปแจ้งทางการหรือไม่ อีกอย่างตกน้ำครั้งนี้ทำให้ไอเย็นเข้าสู่ร่างกาย ข้าจะจ่ายยาแก้อาการหวัดให้ท่าน ตัวยาคล้ายกับของสามีท่านต้มกินเหมือนกัน   ถงลู่เจ้าไปจัดยาให้กับบัณฑิตเมิ่งและภรรยาหน่อย"

จ้าวคังเรียกเด็กในร้านให้ไปจัดยา จากนั้นก็บอกเตือนข้อระวังของพวกเขาว่าควรงดอะไรบ้าง เมิ่งหย่งชวนถือโอกาสกล่าวลาจ้าวคัง

"ขอบคุณท่านหมอมากขอรับ ค่ารักษาของครั้งก่อนกับครั้งนี้เป็นเท่าไหร่หรือขอรับ ข้าพอหยิบยืมเงินมาได้จึงไม่อยากค้างค่ายาท่านอีกแล้ว"

"เอาเป็นว่าครั้งก่อนกับครั้งนี้ข้าคิดท่านสิบสองตำลึง ส่วนของฮูหยินท่านข้าไม่คิดก็แล้วกัน เมิ่งฮูหยินสามีท่านต้องบำรุงร่างกายเขาร่างกายอ่อนแอนัก อาหารดีๆควรมีให้เขาบ้าง ข้ารู้ว่าสถานการณ์บ้านเจ้าไม่ดีนัก แต่คนเราควรได้กินดีบ้างในบางครั้ง"

"ขอบคุณท่านหมอจ้าวมากข้าจะทำตามที่ท่านสั่งเจ้าค่ะ ท่านพี่เสียเวลาคนอื่นรอหาหมอ พวกเราไปรับยาแล้วรีบกลับบ้านกันเถอะเจ้าค่ะ ท่านป่วยอยู่อย่าถูกลมนานๆเลย ข้าน้อยลาท่านหมอจ้าวนะเจ้าคะ"

เมิ่งหย่งชวนสังเกตภรรยาของเขาคนนี้ดูมีกาลเทศะและมีความรู้มากกว่าข่าวที่เขาได้รับเสียอีก ข่าวที่ได้ยินคือนางหยาบคายไร้มารยาทสกปรกไม่ชอบอาบน้ำ ดูเหมือนเรื่องที่ไม่ชอบอาบน้ำนั้นจะเป็นเรื่องจริง สกปรกเหลือทน

เมื่อจ่ายเงินก็รับยาเรียบร้อย เมิ่งลู่เจินนั่งรอทั้งสองคนอยู่เงียบๆ เป็นเด็กรู้ความยิ่งนัก เสิ่นเยี่ยนฟางเห็นเขามองไปยังกลุ่มเด็กวัยเดียวกันที่ใส่ชุดของสำนักศึกษาจึงเดินเข้าไปหาก่อนจะแตะบ่าผอมแห้งนั่น

"อาเจิน อย่าห่วงเลยพี่สะใภ้จะหาเงินส่งให้เจ้าได้เข้าเรียน ตอนนี้เจ้าก็ฝึกกับพี่ชายเจ้าไปก่อนนะ"

"ข้าไม่เรียนหรอกขอรับพี่สะใภ้ พี่ใหญ่ตั้งใจเรียนเพื่อสอบเป็นขุนนางยอมลำบากเพื่อให้พวกเรามีกิน เงินเดือนซิ่วไฉนั่นท่านปู่กับท่านย่าก็อ้างความกตัญญูยึดไปหมด พี่ชายข้าได้กินเพียงน้ำข้าวใสๆ ตอนที่ท่านพ่อท่านแม่ยังอยู่พวกเรามีชีวิตที่ดีกว่านี้ขอรับ"

เด็กชายเอ่ยไปพร้อมน้ำตาที่คลอหน่วย เขาไม่อยากเรียนหรอก เขาจะรับจ้างทำงานส่งให้พี่ใหญ่ได้เรียนสูงๆเพื่อสอบขุนนาง จะได้ไม่ถูกคนรังแกเช่นทุกวันนี้ เสิ่นเยี่ยนฟางถอนหายใจ เวลานี้พูดไปก็เท่านั้น ต้องทำให้เห็นว่านางทำได้ก่อน

 สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้ต้องไปหาซื้อเสื้อผ้า ที่นอนกับเสบียงก่อน บ้านเมิ่งนั่นช่างใจร้ายกับลูกหลานจริงๆ ข้าวสักเม็ดก็ไม่ให้กิน ร่างเดิมคงทั้งหิวทั้งเป็นไข้เลยจากไป  เสิ่นเยี่ยนฟางจูงมือเมิ่งลู่เจินเดินออกจากร้านหมอจากนั้นก็พาไปกินบะหมี่ เมิ่งหย่งชวนไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ เขาเป็นสามีที่ป่วยนางกลับไม่สนใจ แต่ไปจับมือถือแขนกับน้องชายเขาใช้ได้ที่ไหนกัน จึงเอ่ยเสีเข้ม

"อาเจินเจ้าโตแล้ว เดินจับมือสตรีมิสมควรอีกทั้งนางยังเป็นพี่สะใภ้เจ้าด้วย"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป