บทที่ 8 จัดการอาเขย

เสิ่นเยียนฟางจูงมือเขามาในตรอกก่อนจะผลักเขาเข้าไปด้านใน ล้วงอกเสื้อเอาเงินออกมา แล้วเทใส่ถุงเงินของเขา จากนั้นก็เหลือไว้ในถุงๆละยี่สิบตำลึง เมิ่งหย่งชวนเห็นเงินก็แปลกใจนี่มันมากกว่าสองร้อยตำลึงเชียวนะ

"เสิ่นเยี่ยนฟางเจ้าไปวิ่งราวผู้ใดมากัน เงินมากขนาดนี้เหตุใดเจ้าถึง หึ "

"โว๊ะตาทึ่ม อย่าโวยวายเสียงดังได้ไหม นี่เป็นเงินอาเขยข้า ก็เขาบอกว่าเจ้าขี้โรคแต่งให้เจ้าน่าเสียดายอยากจะรับข้าไปเลี้ยงดู ข้าก็เลยเอาเงินค่าเลี้ยงดูจากเขามาไง คนแบบนั้นเลวยิ่งกว่าอะไรทำไมเจ้าสงสารหรือ"

"อาเขยเจ้าเท่าที่รู้ชอบการพนัน เที่ยวหอนางโลม นิสัยเกียจคร้านไม่ทำงานจะเอาเงินมาจากที่ใดมากมายนัก"

"อาจจะมือขึ้นดวงดีเล่นได้กระมัง ว่าแต่ข้าเองก็มือขึ้นนะ ลองสักสองสามตาดีไหมนะเผื่อได้สักสองสามพันตำลึง เจ้าว่าอย่างไรดี"

"เจ้าอย่าแม้แต่จะคิดเชียว หึ จะไปร้านเหล็กมิใช่หรือ แล้วเอาเงินมาให้ข้าเจ้าคิดว่าปลอดภัย"

"เจ้าเดินสามก้าวไอสองที นอกจากหน้าตาหล่อเหลามีอันใดให้น่าสนใจกัน หน้าตาเจ้าดึงดูดได้แต่สตรีเท่านั้นแหละ เดินห่างๆข้าหน่อย อย่าทำตัวว่ารู้จักกัน"

เสิ่นเยี่ยนฟางเดินออกจากตรอกไปก่อน เมิ่งหย่งชวนส่ายหน้านางเจ้าเล่ห์เสียจริง  แยกกับเมิ่งหย่งชวนแล้วก็ตรงไปซื้อจอบ ซื้อเสียม เสิ่นเยี่ยนฟางถามหาแม่กุญแจ แต่ราคาแพงมากอันละแปดตำลึง นางจึงซื้อมาห้าอันโดยไม่คิด

 เงินที่ได้มาต้องเปลี่ยนเป็นข้าวของ จะเหลือหลักฐานไว้ที่ตัวทำไมกันเล่าเสิ่นเยี่ยนฟางออกจากร้านเหล็กก็ให้คนงานของร้านเดินตามไปยังร้านข้าวสาร เมื่อเจอกับเมิ่งหย่งชวนพวกเขาก็ไปยังเกวียนที่จอดอยู่ เสิ่นเยี่ยนฟางจะไปรับเมิ่งลู่เจิน แต่ระหว่างทางเจอกับมือปราบและอาเขยของนางกับคุณชายทั้งสองมาดักขวางทางอย่างที่คิดจริงๆ

"นังตัวดี เจ้าทำร้ายข้าแล้วขโมยเงินพวกข้าไป เอามาคืนเดี๋ยวนี้ มือปราบจิ้งจับนางเลย นางนี่แหละที่ตีพวกข้า"

จางลี่ที่ปากแตกคิ้วแตกหันไปบอกกับมือปราบประจำตำบล เขาถูกคนทำร้ายหน้าตายับเยิน เขาไม่มีทางยอมแน่ๆ คอยดูเถอะเข้าไปที่คุกเมื่อไหร่ จะเอานางมาปรนนิบัติบนเตียงให้ขาอ่อนเชียว 

"หลานเมียเจ้ายอมรับมาเถอะว่าเจ้าทำร้ายพวกข้า อีกทั้งยังขโมยเงินของข้ามาอีก"

 เสิ่นเยี่ยนฟางเห็นชาวบ้านมาเริ่มมุงกัน มีชาวบ้านที่ตั้งแผงอยู่เมื่อเช้าด้วย ไหล่สั่นไหวน้ำตาแหมะแรกมาแล้ว ใครว่าหน่วยซีลต้องเข้มแข็งคะพวกฉันเล่นละครเก่งนะไอ้หนู ไม่งั้นจะแฝงตัวทำภารกิจได้หรือ

  สองมือปิดหน้าร้องไห้เสียงดังจนคนที่เดินผ่านต้องหยุดแล้วเดินเข้ามาดูเหตุการณ์ เมิ่งหย่งชวนถอนหายใจ นางจะทำอะไรอีก

"ฮือๆๆๆๆ ใต้เท้ามือปราบข้าเปล่านะเจ้าคะ"

"แม่นางน้อย ไปที่ศาลาว่าการเถอะ หากเจ้าไม่ผิดข้าจิ้งเหยียนรับรองว่าไม่มีใครทำอันใดเจ้าได้"

"ฮือๆๆๆๆใต้เท้า  ท่านจับข้าไปแล้วสามีของข้าจะทำเช่นไร เขาใกล้ไม่ไหวเต็มทีแล้วข้ามารับยาให้เขาหากกลับไม่ทันเล่า ท่านจะไม่ให้ข้าได้ส่งเขาเป็นครั้งสุดท้ายหรอกหรือ ข้าไม่ได้ขโมยเงินไม่ได้ทำร้ายผู้ใดจริงๆเจ้าค่ะ ท่านถามชาวบ้านดูก็ได้ หรือว่าคุณชายจางจะข่มขู่ชาวบ้านมิให้กล่าวความจริง ฮือๆๆๆ  ว่ากันว่าเศรษฐีจางท่านนั้นใจบุญสุนทานเขาทำเพื่อสิ่งใด เพื่อไถ่บาปที่บุตรชายของท่านก่อขึ้นหรือ ฮือๆๆๆ"

เมิ่งหย่งชวนตกใจ นางกล้าแช่งเขาอีกทั้งบอกจะส่งเขาเป็นครั้งสุดท้าย แม้แต่คนงานร้านเหล็กกับร้านข้าวสารก็ยืนงง ฮูหยินท่านนี้สามีของท่านก็ยืนอยู่ที่นี่มิใช่หรอกหรือ

"เจ้าๆๆๆ อย่ามาเอ่ยถึงท่านพ่อของข้านะ "

 เสิ่นเยี่ยนฟางรู้ทันทีไอ้เด็กนี่ก่อเรื่องแต่กลัวบิดาน่าดู ใครเดินมาเล่านั่น หมวกแบบนี้ขุนนางแน่นอน ใต้เท้าหานแห่งอำเภอเหอถงหานเสวียนเยี่ยน   อีกด้านนั่น อ้ออาเล็กที่แสนหวงผัวสันหลังยาวของร่างเดิมนี่นา ละครฉากใหญ่มาแล้ว  เสิ่นเยี่ยนฟางเดินไปหาอาเขยของนางก่อนจะร้องไห้ตัดพ้อ

"อาเขย ท่านกล่าวหาข้าเพียงเพราะข้าไม่ยอมเป็นของท่าน วันนี้ท่านยังแช่งสามีของข้าให้ตายไวๆจะได้รับข้าไปเลี้ยงดูเป็นอนุของท่าน แต่คุณชายท่านนั้นเอ่ยปากกับท่านว่าเขาต้องการข้า ท่านเลยไม่พอใจ"

"เจ้าๆพูดเพ้อเจ้ออะไรกัน เสิ่นเยี่ยนฟางอย่ามากล่าวหาข้าพล่อยๆนะ"

"ได้ๆๆ ท่านลุงท่านป้าเจ้าคะ เมื่อตอนสายบุรุษผู้นี้กล่าวว่าข้าแต่งให้คนขี้โรคช่างน่าเสียดาย อยากปลอบใจข้าต้องการรับข้าไปปลอบขวัญ มีท่านใดได้ยินบ้าง ยกมือให้ข้าเห็นหน่อยเจ้าค่ะ"

ชาวบ้านที่ตั้งแผงอยู่ตรงนั้นพร้อมใจกันยกมือทันที เสิ่นเยี่ยนฟางแอบยิ้ม ก่อนจะเข้าไปทุบอกของหวังซู่ตัดพ้อ อาเขยท่านใจร้ายนัก สองคนผัวเมียกุเรื่องใส่ร้ายข้า ท่านไม่พอใจยังจะเอาข้าไปขายให้สหายของท่านอีก ฮือๆๆท่านพี่ข้าไม่อยากอยู่แล้ว ขอไปรอท่านที่ปรโลกนะเจ้าคะ ให้ข้าตายเถอะ" 

เสิ่นเยี่ยนฟางทำท่าจะพุ่งชนต้นไม้ใหญ่ แต่มือปราบจิ้งเร็วกว่าเขาคว้านางไว้ได้จากนั้นก็กอดปลอบนางให้ใจเย็นๆ หวังซู่กำลังจะเดินมาอธิบายแต่ไม่รู้เมียมาจากไหนทั้งบิดหูทุบตีเขา ชุลมุนวุ่นวาย ในที่สุดถุงเงินสองใบก็ตกลงมาจากตัวของหวังซู่ จางลี่กับซางเต๋อที่เห็นถุงเงินตนเองก็ถึงกับโกรธอย่างมาก

"หวังซู่ที่แท้เป็นเจ้าที่ขโมยถุงเงินของพวกข้าไปนี่เอง  ไอ้สารเลวกินบนเรือนขี้บนหลังคา ข้าอุตส่าห์ใจดีกับเจ้ายังกล้าทรยศหรือ"

"คะ คุณชายจาง คุณชายซ่างข้าน้อยเปล่านะขอรับ ต้องเป็นนางแน่ๆเมื่อกี้นางโดนตัวข้า เสิ่นเยี่ยนฟางสตรีเจ้าเล่ห์เจ้าสารภาพมานะ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป