บทที่ 9 ดวงเจ้าต่างหากที่อัปมงคล
เสิ่นเยี่ยนฟางที่ถูกมือปราบจิ้งกอดอยู่ก็ซบหน้ากับหน้าอกเขาทันที ร้องไห้จนน้ำตาเปียกชุ่มชุดมือปราบของเขา เอาแต่สะอื้นไม่กล่าววาจาใดๆจนชาวบ้านสงสาร แต่คนที่อยากเข้าไปกระชากคนตัวเล็กหน้าดำเป็นก้นหม้อแล้ว ไร้ยางอายเสียจริงๆ ยอมให้บุรุษที่มิใช่สามีตนโอบกอดอยู่ได้ หึ...เสิ่นเยี่ยนฟางเจ้ามันสตรีหน้าด้าน
"มือปราบจิ้งมีเรื่องอันใดกันหรือ แล้วฮูหยินท่านนี้ทุบตีสามีกลางฝูงชนมิเกรงกฎหมายบ้านเมืองสักนิดเลยหรือไร แม่นางน้อยท่านนี้ด้วย มือปราบจิ้งปล่อยนางซะ"
หานเสวียนเยี่ยนเอ่ยเสียงเข้ม จิ้งเหยียนปล่อยมือจากร่างบาง แต่เสิ่นเยี่ยนฟางกลับทรุดลงนั่งเอามือปิดหน้าร้องไห้ไม่หยุด หานเสวียนเยี่ยนจึงนั่งยองๆถามไถ่นาง
"แม่นางน้อยเจ้าอยากกล่าวสิ่งใดหรือไม่ ร้องไห้เช่นนี้ไม่ช่วยอะไรหรอก"
"ฮือๆๆ ใต้เท้าสองคนนี้เป็นอาหญิงกับอาเขยของข้า อาเขยมักหาโอกาสลวนลามข้า พออาหญิงจับได้ก็ไม่ฟังความ นางกับกล่าวหาว่าข้ายั่วยวนสามีนาง ข้าแต่งงานออกมาแล้วก็ไม่วายอยากจะครอบครองข้า วันนี้ข้าต้องมารับยาให้สามี พอดีเจอเข้ากับอาเขย เขาคิดจะลวนลามข้าไม่พอ ยังพาสหายมาอีกสองคน ชาวบ้านเป็นพยานให้ข้าน้อยได้เจ้าค่ะ ฮือๆๆ ข้าเอาตัวรอดมาได้จากการถูกลบหลู่ แต่ตอนนี้กลับถูกกล่าวหาว่าขโมยเงินพวกเขา ที่แท้ถุงเงินไม่ได้หายแต่อยู่กับอาเขย นี่มิใช่พวกเขาจงใจหาเรื่องข้าน้อยหรอกหรือ ฮือๆ หากข้ากลับไปไม่ทันสามีข้าเกิดทนไม่ไหว ข้าจะทำเช่นไรเจ้าคะ ตอนนี้ก็มีแต่คนอยากรังแกข้า หากเป็นหม้ายมิต้องใช้ผ้าขาวแขวนคอตายหรอกหรือ ฮือๆๆๆๆ สวรรค์ท่านให้ข้าเกิดมาเพื่ออะไรกัน ข้าบาปหนานักหรือฮือๆๆ"
หานเสวียนเยี่ยนหันไปมองทั้งสามคนทันที ก่อนจะสั่งจิ้งเหยียนคุมตัวไปศาลาว่าการ
"พาพวกเขาไปไต่สวนที่ศาลาว่าการให้หมด" เสิ่นเยี่ยนฟางตัวสั่นเทาเหมือนกับว่านางกลัวการไปให้การเอ่ยตะกุกตะกักจนหานเสวียนเยี่ยนสงสาร
"ใต้เท้า ข้าตะ ต้อง ปะ ไปไหมเจ้าคะ คือสามีของข้า เขา เขา"
"เจ้ากลับบ้านเถอะฮูหยิน เรื่องวันนี้ข้าจะไต่สวนเอง รีบไปเถอะหากโชคดีเจ้าอาจนำยาไปรักษาสามีได้ทัน แต่หากโชคร้ายเจ้าอาจไปทันดูใจเขา"
เสิ่นเยี่ยนฟางขอบคุณเขา และคำนับชาวบ้านทุกคน ก่อนจะเดินปาดน้ำตาไปยังร้านผ้าเพื่อรับเมิ่งลู่เจิน จากนั้นข้าวของที่ซื้อมาได้ก็อยู่บนเกวียนเรียบร้อย เมิ่งลู่เจินแม้จะอายุไม่มาก แต่เพราะต้องพาพี่ชายไปหาหมอบ่อยๆ จึงสามารถขับเกวียนได้ พ้นจากประตูเมืองมาถึงกลางทางเมิ่งหย่งชวนก็เอ่ยปากทันที
"เจ้าเป็นสตรีแบบใดถึงยืนแช่งสามีตนเองห๊ะเสิ่นเยี่ยนฟาง แต่งมาให้ข้าหายป่วยหรือมาให้ข้าตายไวขึ้นกันแน่"
"ข้าเป็นสตรีจิตใจดี รูปร่างหน้าตางดงาม แหม่เจ้าก็ยังอยู่ดีนี่ ข้าเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า คนบางคนยิ่งแช่งยิ่งอายุยืนนะ เจ้าเรียนมาเยอะมิเคยได้ยินประโยคนี้บ้างหรอกหรือ เฮ้อ ดวงเจ้าต่างหากที่อัปมงคล แต่งมาวันแรกก็ไปแม่น้ำเหลืองเสียแล้ว"
เสิ่นเยี่ยนฟางเอ่ยเบาๆในตอนท้าย อย่างไว้อาลัยเสิ่นเยี่ยนฟางคนเดิม
"เจ้าๆๆ เหอะ แล้วข้าวของนี่ไม่ซื้อเยอะเกินไปหรือ อีกอย่างเหตุใดไม่เก็บเงินไว้บ้างใช้จ่ายจนหมด"
"มีเงินก็ต้องใช้สิ ขืนเก็บเอาไว้บ้านใหญ่เจ้าก็มารุมทึ้งไม่เลิก ปลิงยังไม่น่ารังเกียจเท่ากับปู่ย่าเจ้าเลย นี่เมิ่งหย่งชวนหากเจ้าจะกตัญญูข้าไม่ว่านะ แต่อย่าเอาคำว่าผู้อาวุโสและกตัญญูมาใช้กับข้า ปู่กับย่าเจ้า และลุงใหญ่กับป้าสะใภ้เจ้าไม่ได้คลอดข้าออกมา อย่ามารำเริบข้าจะตอกให้หงายหลังเลย"
จากนั้นก็ไม่มีใครเอ่ยอะไรอีก เมิ่งหย่งชวนเผลอหลับ เขาถูกพิษจริงๆไม่อาจถูกลมเย็นได้ แม้ว่าตอนนี้พิษจะเกือบหมดแล้วแต่ยังคงมีอาการ ที่นางเห็นว่าเขาไม่เหมือนคนป่วยเพราะอากาศยังไม่เย็นมากนัก
ผ่านทางเข้าหมู่บ้านเมิ่งอี้ที่เห็นเกวียนวัวที่เต็มไปด้วยข้าวของก็ริษยา เงินนั่นเป็นของครอบครัวเขาหึ เมิ่งอี้จะไปทวงเงินคืน แต่พอเห็นเสิ่นเยี่ยนฟางที่ตอนนี้อาบน้ำเปลี่ยนชุดสะอาดสะอ้าน เกล้าผมเรียบร้อยก็ตะลึงใช้สตรีคนที่มาหาเรื่องเมื่อเช้าหรือ นางงามเพียงนี้จริงๆหรือ
หึเมิ่งหยงชวนเจ้ามีสิทธิ์อันใดได้ครอบครองสาวงาม ก็แค่บัณฑิตโชคร้ายคนหนึ่ง แต่งให้ไอ้ขขี้โรคแบบนั้นน่าเสียดาย เสิ่นเยี่ยนฟางคนนี้เขาจะแย่งมาให้ได้ เหมือนที่ท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าแย่งทุกอย่างมาจากพ่อแม่ของเจ้า
เสิ่นเยี่ยนฟางมองเห็นเมิ่งอี้ด้วยหางตา หึเข้ามาสิแม่จะจับทุ่มให้หลังหักเลยไอ้หน้าตัวเมีย เจ๊หงุดหงิดนะเว้ยกำลังอยากหาที่ระบายอยู่นะ แต่ไม่มีส่งใดเกิดขึ้นจนกระทั่งเกวียนมาถึงบ้าน ต่างคนต่างช่วยกันขนของลงเรียบร้อย ยังดีที่บ้านทำจากอิฐแข็งแรงไม่น้ย เพียงแต่อยู่ติดเขา ไกลผู้คน มีเพียงรั้วไม้ไผ่ที่ไม่สามารถกันขโมยหรือสัตว์ป่าได้เลย
"เมิ่งหย่งชวน เจ้าไปกับอาเจินซื้อโม่หินมาให้ข้าหน่อย จะได้เอาเกวียนไปคืนท่านปู่ผู้นำทีเดียว อ้อขนมสองกล่องนี่เป็นน้ำใจให้บ้านท่านปู่กับบ้านสะใภ้ของเขา ข้าจะปูที่นอนให้พวกเจ้าใหม่ เผื่อมีใครอยากได้ของคนอื่นข้าจะสั่งสอนให้คลานสี่ขากลับบ้านเองเสียเลย"
"เยี่ยนฟาง ต่อไปเรียกข้าท่านพี่ หากเรียกอย่างอื่นข้าจะจัดการเจ้า อย่าลองดีแม้ข้าจะถูกพิษแต่แค่จัดการเจ้าไม่ใช่เรื่องยาก อีกอย่างนอนห้องเดียวกับข้าไม่ต้องปูใหม่ ข้าหนาวสั่นตอนกลางคืนจำต้องมีคนดูแล ใช่ว่ารูปร่างเจ้าน่าอภิรมย์ แต่เจ้าแต่งมาแก้ชงเพื่อให้ข้าหายป่วยก็ควรทำหน้าที่ให้คุ้มค่า"
"เหอะ ข้าวสารถุงหนึ่งกับเงินหนึ่งตำลึง มิหนำซ้ำยังเป็นเงินคนอื่นออกให้ นี่ๆๆ เมิ่งหย่งชวนมีคำกล่าวว่าบัณฑิตล้วนหน้าบาง แต่บัณฑิตหน้าหนานี่ ข้าเพิ่งเคยเจอเจ้านี่แหละอ้อ ยังมีเมิ่งอี้น้องชายที่น่ารังเกียจของเจ้าอีกคน หึ"
