บทที่ 5 แค่ห่วงไม่ได้หวง

“พี่..” ดรัณภพพูดไม่ออกเมื่อน้องชายพูดเรื่องจริงทั้งที่เขาก็ท้วงแล้วแต่ภรรยากับลูกสาวไม่ฟังบอกว่าได้สั่งรถไปแล้วถ้าไม่เอาก็อายลูกสาวของนักธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายใหญ่ระดับประเทศที่สั่งจองรถรุ่นเดียวกัน แต่เขาไม่รู้ว่าภรรยากับลูกสาวและลูกชายให้พ่อเป็นคนจ่ายเงินจนเกิดเรื่องจนเขาเข้าหน้าพ่อแทบไม่ติด ต่างจากลูกน้องชายที่ไม่เคยเอามาอวดว่าเรียนเก่งและหลานคนโตจบปริญญาโทไปแล้วคนเล็กก็กำลังเรียนปริญญาโททำให้เขาอดอิจฉาไม่ได้

“ค่อยพูดค่อยจาคุยกันด้วยเหตุผลนะคะพี่รัน” ไรยาพูดกับพี่ชายของสามีอย่างเข้าใจแต่มันเป็นเรื่องภายในครอบครัวที่เธอกับสามีไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว

“พี่เข้าใจแล้วเคน ไรยา ขอบใจมากนะ ถ้าคุณพ่อสบายใจเมื่อไหร่ก็กลับบ้านเรานะครับ ผมขอตัวก่อนครับ” ดรัณภพยกมือไหว้พ่อที่ครั้งนี้ท่านโกรธจริง

“แกก็ดูแลตัวเองบ้าอย่าเอาแต่ทำงานหนักล่ะ” นายชัชวาลพูดกับลูกชายคนโตยังไงก็เป็นลูกของเขาและหลานก็เป็นสายเลือดของเขาที่เขารักและเป็นห่วงทุกคนเท่าเทียมกันหากให้คนหนึ่งเขาก็จะให้ทุกคนเพียงแต่ไม่พูดแต่มีหลักฐานจดรายละเอียดไว้ในสมุดบันทึกของแต่ละคนไว้จะได้ไม่มีปัญหาตามมาทีหลังหากเขาตาย

“ครับคุณพ่อ ผมรักคุณพ่อนะครับ” ดรัณภพพูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องรับแขกไปขึ้นรถแล้วตรงไปทำงานเขาอยากสงบสติอารมณ์ก่อนที่จะกลับบ้านไม่งั้นเขาคงอาละวาดใส่ลูกเมียแน่

ทุกคนมองตามดรัณภพเดินคอตกออกไปก็อดสงสารไม่ได้เพราะเป็นคนกลางแต่เป็นเพราะเขาไม่ค่อยพูดอันไหนยอมได้ก็ยอมมาจนเป็นนิสัยทำให้ภรรยาได้ใจอยากทำอะไรก็ทำยิ่งมีบ่างช่างยุจากญาติที่เป็นแม่บ้านก็เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยและทุกคนไม่รู้คือน้าคนนี้ทำให้นพินได้ดรัณภพเป็นสามีนั่นเอง

“พ่อหวังว่าเจ้ารันจะมีความสุขนะ” นายชัชวาลพูดกับลูกชายคนเล็กเบาๆ

“ผมก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะครับคุณพ่อ”

สนั่นกับสมจิตมองหน้ากันจะพูดก็พูดไม่ได้เพราะเป็นเรื่องของเจ้านายมันเหมือนน้ำท่วมปากแต่ตอนนี้เธอคงต้องพูดเพราะตอนนี้ไม่ได้อยู่ในบ้านของดรันภพแต่จะไม่พูดให้คุณท่านของพวกเขาฟังแต่จะพูดให้คุณเคนกับคุณไรยาฟัง

“มีอะไรหรือสนั่น แม่จิต”

“ไม่มีอะไรค่ะคุณท่าน ฉันกับพี่หนั่นดีใจที่ได้อยู่รับใช้คุณท่านอีกค่ะ” สมจิตพูดกับเจ้านายผู้ใจดีมีเมตตา

“เดี๋ยวฉันพาพี่หนั่นกับพี่จิตไปดูบ้านพักก่อนนะขาดเหลืออะไรก็บอกอุบลนะจ้ะ” ไรยาพูดกับสองสามีภรรยาคนสนิทของพ่อสามีกับแม่สามีอย่างให้เกียรติ

“ขอบคุณคุณไรยากับคุณเคนมากนะคะที่ให้ผมกับจิตมาอยู่ด้วย ผมจะดูแลคุณท่านด้วยชีวิตของผมครับ” สนั่นยกมือไหว้ขอบคุณสองสามีภรรยาที่ให้เขามาอยู่ด้วยทำหน้าที่ดูแลคุณท่านผู้มีพระคุณของเขากับภรรยา

“อุ้ย..พี่จิตกับพี่หนั่นไม่ต้องไหว้พวกเราค่ะ อยู่ที่นี่ให้สบายใจนะคะคิดเสียว่าเป็นบ้านของพวกเราอยู่กันอย่างพี่อย่างน้องนะคะ” ไรยาพูดกับสองสามีภรรยาที่เกรงใจเธอกับสามี

“เอาล่ะพี่หนั่นพี่จิตไม่ต้องขอบคุณกันแล้ว ไปดูห้องพักกันเถอะ” คุณานันบอกสองสามีภรรยาแล้วยิ้มเพราะอยู่ด้วยกันมานานจึงรู้จักนิสัยดีว่าทั้งสองเป็นคนยังไงส่วนลูกสาวก็แต่งงานออกเรือนไปอยู่บ้านสามีที่สมุทรสาครก็ไม่ได้มารบกวนพ่อแม่และไปมาหาสู่กันไม่ขาด

เมื่อจัดการเรื่องในบ้านเรียบร้อยคุณานันท์กับภรรยาก็รับประทานอาหากลางวันอิ่มแล้วก็ไปทำงานเหมือนทุกวันไม่เคยขาดและรอวันลูกชายทั้งสองมาบริหารต่อและปีหน้าก็จะมีการประมูลสำรวจและผลิตปริโตรเลียมและมีหลายบริษัทเข้าร่วมประมูลแล้วเขาก็วางแผนจะร่วมประมูลและต้องมีคุณสมบัติตามที่ทางกระทรวงพลังงานกำหนดเพื่อผลประโยชน์ของประเทศเขาจึงตั้งทีมงานหาข้อมูลเตรียมความพร้อมไว้หากประมูลได้จะให้ลูกชายมาบริหารภายใต้บริษัทPPYT กรุ๊ป จำกัด.(มหาชน)

ที่บ้านของจตุรงค์

วันนี้เมนิลาจะเดินทางไปเรียนต่อที่สกอตแลนด์ทำให้ปู่ย่าตายายลุงป้าพี่ๆน้องๆมากันพร้อมหน้านำของขวัญมาให้หลานสาวแม้เจ้าตัวบอกว่าจะไม่กินเลี้ยงส่งเหมือนเพื่อนแต่มากันพร้อมหน้าแบบนี้จึงสั่งอาหารมาจากภัตคารเลี้ยงทุกคน

“ทำไมจ้าวไม่ไปเรียนที่อังกฤษล่ะ สกอตแลนด์มหาลัยไม่เห็นดังเลยถ้าเป็นนินไปเรียนอังกฤษดีกว่าภาษีดีกว่าเยอะเลย” นินหรือยานินถามญาติสาววันเดียวกันฌะอเป็นลูกสาวคนโตของจารุเดชน้องชายของจตุรงค์ จารุเดชมีลูกกับยานีด้วยกันสองคนและคนเล็กเป็นผู้ชายชื่อจีระพันธ์อายุสิบหกปีเท่ากับมิลานี แต่เธอไม่ได้ไปเรียนต่างประเทศเพราะธุรกิจของพ่อกำลังมีปัญหาจึงเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนในเมืองไทยและอิจฉาที่เมนิลาได้ไปเรียนต่อเมืองนอก

“มหาลัยเขาก็ดีนะ มีชื่อด้วยเดี๋ยวจบแล้วก็ไปต่อที่ลอนดอนก็ได้ ตอนนี้จ้าวยังต้องไปเรียนภาษาเพิ่มเติมด้วยกลัวจะเรียนไม่รู้เรื่องน่ะ” ถึงแม้เธอจะเรียนโรงเรียนสองภาษามาตลอดแต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าไปเรียนที่โน่นจะเข้าใจหรือเปล่าแต่ภาษาของเธอก็แค่พอใช้ได้เท่านั้นและจะต้องเรียนภาษาไปด้วย

“นินไม่ไปเรียนต่างประเทศก็เพราะกลัวไม่รู้เรื่องแล้วเรียนไม่จบอายเขาตายเลย” ยานินพูดแล้วยิ้มหากญาติสาวเรียนไม่จบกลับมาลุงป้าได้อายเขาแน่

“นั่นสินะ จ้าวก็กลัวเรียนไม่จบเหมือนกัน” เมนิลาก็พูดไปตามน้ำทำไมเธอจะไม่รู้ว่าญาติสาวพูดดูถูกเธอแม้จะเป็นญาติกันเรียนโรงเรียนเดียวกันมาตลอดแต่ไม่ถูกกันเพราะยานินชอบพูดจากระแนะกระแนเธอแต่เธอไม่ได้สนใจและยานินยังทำตัวอวดรวยมีเพื่อนเป็นลูกหลานเศรษฐีทั้งนั้นแต่เพื่อนๆกลุ่มเธอก็ไม่น้อยหน้าเพราะโรงเรียนนี้มีแต่ลูกท่านหลานเธอไฮโซไฮซ้อและลูกหลานเศรษฐีเก่าใหม่มาเรียนทั้งนั้น

“จะกลัวทำไมน้องจ้าว มันไม่ยากเกินความสามารถน้องจ้าวหรอกครับ ตอนพี่ไปอเมริกาก็กลัวเรียนไม่จบเหมือนกันแต่สุดท้ายก็จบอย่าไปกลัวในสิ่งที่มันยังมาไม่ถึงเลยครับ” ปราโมทย์พูดกับน้องสาวเพราะเขาเองก็ไปเรียนที่บอสตันและเพิ่งกลับมาได้สามเดือนและเพิ่งไปรับปริญญามาเมื่อเดือนก่อน

“จ้าวจะทำให้ได้เหมือนพี่โมค่ะ” เมนิลายิ้มให้พี่ชายซึ่งปราโมทย์หรือพี่โมเป็นลูกชายของลุงพรตพี่ชายของแม่และเป็นลูกชายคนเดียวของลุงพตรกับป้าตาที่จะสานต่อธุรกิจเครื่องหนังของครอบครัวที่มีขายในห้างทั่วเมืองไทยและยังส่งออกไปอีกหลายประเทศ

“ดีมากน้องสาวคนเก่งของพี่โม ถ้ามีอะไรให้พี่โมช่วยน้องจ้าวก็สายตรงมาได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยนะ” ปราโมทย์บอกน้องสาวแล้วมองยานินที่ชอบพูดแขวะน้องสาวและเมนิลาก็ใจเย็นมากหากเป็นน้องจ๋าละก็สวนไปแล้วแต่ก็ใช่ว่าน้องจ้าวจะไม่ตอบโต้นะเพียงแต่รู้จังหวะว่าควรเงียบหรือตอบโตเท่านั้น

“นินไปหาแม่ก่อนนะจ้าว” ยานินบอกญาติสาวเพราะเธอไม่ชอบสายตารู้ทันของปราโมทย์และเธอก็ไม่ชอบญาติทางแม่ของเมนิลาเพราะพวกเขามีหน้ามีตาเป็นนักธุรกิจมีชื่อแม้ไม่ได้รวยพันล้านหมื่นล้านแต่พวกเขาก็ถือว่าเป็นคนในสังคมนักธุรกิจส่วนพ่อแม่ของเธอทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จและล่าสุดทำร้านอาหารปิ้งย่างใหญ่โตนับสิบสาขาตอนนี้กำลังปิดทีละสาขาจนเหลือแค่สี่สาขาและไม่รู้ว่าจะปิดอีกเมื่อไหร่จนเธออายเพื่อนๆ

“คืนนี้พี่จะไปส่งน้องจ้าวด้วยนะ”

“ขอบคุณค่ะพี่โม” ในเมื่อพี่ชายจะไปส่งเธอก็ยินดีเพราะเธอเดินทางเวลาหนึ่งนาฬิกาไปถึงลอนดอนเวลาแปดนาฬิกาของลอนดอนที่ช้ากว่าเมืองไทยหกชั่วโมง

จากนั้นเมนิลาก็คุยกับพี่ชายและน้องสาวน้องชายที่มร่วมวงคุยกันสนุกสนานแต่ยังขาดคู่แฝดที่ไปเรียนต่อปริญญาตรีที่นิวยอร์กได้สองปีลภาวันกับลภาวินเป็นลูกแฝดชายหญิงของน้าเยาวภาน้องสาวของแม่กับน้าวิชิตที่ทำธุรกิจค้าทองมีร้านทองสี่ร้านและร้านใหญ่อยู่เยาวราชและอยู่ที่นนทบุรีสามร้าน

“ตั้งใจเรียนนะลูกจะได้มาช่วยงานพ่อแม่ ปู่ให้ค่าขนมถ้าไม่พอก็โทรมาบอกปู่กับย่านะลูก เดินทางปลอดภัยนะลูก” นายบุรินทร์ยื่นค่าขนมให้หลานสาวที่ห่อของขวัญมาอย่างดีและแลกเงินปอนด์มาให้หนึ่งแสนบาทเรียบและอยากไปส่งหลานสาวที่สนามบินแต่เมนิลาเดินทางดึกเขาจึงส่งแค่ที่บ้าน

“ขอบคุณค่าคุณปู่คุณย่า จ้าวจะตั้งใจเรียนให้จบเร็วๆจะได้กลับบ้านเรามาช่วยคุณพ่อคุณแม่ทำงานค่ะ” เมนิลายกมือไหว้ขอบคุณปู่กับย่าที่ให้ค่าขนมเธอแล้วรับกล่องของขวัญยื่นให้น้องสาวเอาวางบนโต้ะ

“นี่ค่าขนมของตากับยายนะลูก น้องจ้าวของตาเป็นคนเก่งแค่สี่ปีเดี๋ยวเดียวก็เรียนจบแล้วลูก แล้วตากับยายจะไปเที่ยวหาน้องจ้าวนะลูก ดูแลสุขภาพด้วยนะลูก ขอให้น้องจ้าวของตาเดินทางปลอดภัยถึงจุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพนะลูก” นายเดชาอวยพรให้หลานสาวแล้วกอดร่างเล็กอย่างรักใคร่

“ดูแลตัวเองให้ดีและตั้งใจเรียนนะลูก” อัจฉรากอดหลานสาวแล้วหอมแก้มเบาๆมือเหี่ยวย่นลูบศีรษะหลานสาวตัวน้อยที่ตอนนี้โตเป็นสาวและสวยด้วยทำให้เป็นห่วงที่ไปเรียนไกลแต่ก็ต้องปล่อยเพื่ออนาคตของหลานสาว

“ขอคุณค่ะคุณตาคุณยาย” เมนิลายกมือไหว้ขอบคุณตายายแล้วกอดท่านซึ่งเธอสนิททั้งปู่ย่าตายายหากมีเวลาเธอจะไปกินข้าวกับพวกท่านตลอดแต่ไม่ค่อยชอบอาสะใภ้เพราะอาเดชอยู่กับตาส่วนพ่อของเธอย้ายออกมาสร้างบ้านบนที่ดินของแม่ส่วนตายายท่านอยู่บ้านสวนนนทบุรีลูกหลานก็แวะเวียนไปหาตลอดเพราะอยู่ไม่ไกลกัน

“เดินทางปลอดภัยนะน้องจ้าว เดี๋ยวลุงกับป้าจะไปเที่ยวหานะลูก” พรตยื่นซองค่าขนมให้หลานสาวเป็นเช็คเงินสดสามแสนบาทแล้วลูบศีรษะเบาๆอย่างเอ็นดูเพราะเขามีแค่ลูกชายคนเดียวจึงรักหลานสาวทั้งสามมาก

“ขอบคุณค่ะลุงพรตป้าตา เดี๋ยวจ้าวจะเป็นไกด์พาทุกคนเที่ยวเองค่ะ”

“ขี้โม้นะเรา ยังไม่ทันไปถึงเลย” เยาวภาหยอกหลานสาวอย่างเอ็นดูเพราะลูกสาวของเธอก็ไปเรียนต่อปริญญาตรีที่อเมริกาได้สองปีและกลับมาเยี่ยมบ้านปีละครั้ง

“ตั้งใจเรียนนะน้องจ้าวจะได้กลับมาเป็นนักธุรกิจหญิงคนเก่ง นี่เป็นพระนางพญาน้องจ้าวสวมติดตัวไว้นะลูกจะได้ปกป้องคุ้มครองภัยให้น้องจ้าวปลอดภัย” วิชิตมอบสร้อยคอทองคำเส้นเล็กขนาดสองบาทที่เป็นลวดลายธรรมดาพื้นๆจะได้ไม่เตะตาใครพร้อมจี้พระนางพญากรอบทององค์เล็กให้หลานสาว

“ขอบคุณค่ะน้าพุด น้าเค้ก”

“น้าสั่งทำลายธรรมดาโบราณให้น้องจ้าวจะได้ไม่เตะตาหากมองผิวเผินก็จะเหมือนของปลอมไม่มีใครสนใจแน่ เอาไว้น้องเค้กกลับมาค่อยเปลี่ยนลายนะลูก” เยาวภาบอกหลานสาวด้วยความเป็นห่วงที่จะไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองเหมือนลูกสาวลูกชายแต่ก็ต้องปล่อยให้ไปเพื่ออนาคตของลูกหลาน

“สวยมากค่ะน้าเค้ก น้าพุด จ้าวชอบแบบนี้ค่ะ” เมนิลายกสร้อยคอมาดูอย่างพอใจ

“นี่ของอา น้องจ้าวเอาไว้ซื้อขนมนะลูก” จารุเดชยื่นชองสีชมพูให้หลานสาวเป็นค่าขนม

“ของคุณค่ะอาเดช อานี” เมนิลายกมือไหว้อาทั้งสอง

“อันนี้ของพี่ น้องจ้าวต้องได้ใช้งานแน่นอนแล้วอย่าลืมสมัครสไกป์ล่ะจะได้คุยกับทุกคนได้” ปราโมทย์ยื่นกระเป๋าแมคบุ๊ครุ่นใหม่ล่าสุดสเป็คเยี่ยมให้น้องสาว

“ขอบคุณค่ะพี่โม จ้าวจะรักษามันอย่างดีเลยค่ะ” เมนิลายกมือไหว้ขอบคุณพี่ชายอย่างดีใจเพราะเธอตั้งใจว่าไปถึงที่โน่นค่อยซึ้อเพราะยังมีแมคบุ๊คเครื่องเล็กใช้อยู่

“งั้นเรากลับกันเถอะ น้องจ้าวจะได้เตรียมตัวไปสนามบิน” นายบุรินทร์พูดขึ้นเพราะทุกคนไม่ได้ไปส่งหลานสาวที่สนามบินจะมีแค่คนในครอบครัวและหลานชายคนโตเท่านั้น

เมื่อไปส่งทุกคนขึ้นรถกลับบ้านแล้วทั้งห้าพ่อแม่ลูกก็กลับเข้าบ้านและเมนิลาก็ตื่นเต้นอยากรู้ว่าปู่ย่าตายายลุงป้าน้าอาให้อะไรแต่ที่รู้มีน้าเค้กกับน้าชิดที่ให้พระนางพญาและพี่โมให้แมคบุ๊ค

“ไหนๆพี่จ้าวแกะของคุณปู่ก่อนเลยครับ จินน์อยากรู้ว่าคุณปู่ให้ค่าขนมพี่จ้าวเท่าไหร่” จินน์นั่งเบียดพี่สาวด้วยความอยากรู้

“ใจเย็นๆสิจินน์” เมนิลายิ้มขำน้องชาย

“จินน์จะได้รู้ไงว่าถ้าจินน์ไปเรียนต่อมเมืองนอกคุณปู่จะให้ค่าขนมเท่าไหร่”

“เรียนให้จบมัธยมก่อนเธอตาจินน์” คนเป็นพ่อว่าลูกชายอย่างหมั่นไส้

“อีกสองปีเองนะครับป๊า จินน์คิดไว้แล้วว่าจะไปเรียนที่อังกฤษกับพี่จ้าว” เด็กหนุ่มคิดว่าไปเรียนที่อังกฤษดีกว่าเพราะมีมหาวิทยาลัยระดับโลกเหมือนอเมริกาและเดินทางแค่สิบกว่าชั่วโมงแต่อเมริกาเดินทางเป็นวันไม่ไหวแน่

“มีเงินปอนด์กับบัตรเอที่เอ็มด้วยค่ะป๊า” เมนิลาหยิบธนบัตรห้าสิบปอนด์ปึกหนึ่งวางบนโต้ะและบัตรเอทีเอ็มที่สามารถใช้ได้ทั่วโลกและสมุดบัญชีที่มียอดเงินหนึ่งล้านบาท

“โหพี่จ้าว คุณปู่ให้ตั้งหนึ่งล้านนะครับ แล้วเงินนี่อีกล่ะ” จินน์ดีใจกับพี่สาว

“นี่ของคุณตาคุณยายค่ะ” เมนิลาบอกพ่อแม่ว่าตายายก็ให้ทั้งเงินสดและเช็คเงินสดหนึ่งล้านและมิลานีก้ช่วยพี่สาวแกะของลุงพรตกับป้าตาให้ค่าขนมสามแสนของอาเดชกับอานีหนึ่งแสนบาท

“โหพี่จ้าวรวยเละเลยอ่ะ” จินน์ร้องออกมาเมื่อเห็นของขวัญที่พี่สาวได้รับก่อนไปเรียนต่อ

“เดี๋ยวจินน์กับพี่จ๋าไปเรียนต่อก็จะได้เหมือนพี่จ้าวแหละลูก” ยุพเรศพูดกับลูกสาวลูกชาย

“อันนี้จ้าวฝากป๊าโอนเข้าบัญชีให้หน่อยนะคะ จ้าวจะเก็บไว้ใช้ยามจำเป็นค่ะ” เมนิลาพูดกับพ่อแม่เพราะท่านให้เงินเธอไว้ใช้จ่ายรายเดือนอยู่แล้ว

“ของพวกนี้ป๊าจะเก็บไว้ให้น้องจ้าว ถ้าไม่พอก็บอกป๊ากับม๊านะลูก” จตุรงค์พูดกับลูกสาวแล้วยิ้มอย่างรักใคร่ถึงแม้จะมีเงินแต่เขาก็สอนลูกให้รู้จักคุณค่าของเงิน

 “ค่ะป๊า ม๊า”

“งั้นเอาของไปเก็บแล้วอาบน้ำเถอะลูก” ยุพเรศบอกลูกสาวเพราะตอนนี้สามทุ่มกว่าแล้ว

“ค่ะม่าม๊า”

“จ๋าช่วยค่ะ” มิลานีช่วยพี่สาวเอาของขึ้นไปบนห้อง

เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จเมนิลาก็มาจัดกระเป๋าของสะพายของเธออีกครั้งเธอต้องเอาเงินที่ปู่ย่าตายายให้ไปด้วยและพวกท่านก็ใจตรงกันอีกจึงเอากระเป๋าคาดเอวมาใส่เงินสดปึกหนึ่งแล้วแยกเอาใส่กระเป๋าสะพายข้างยอดฮิตแบรนด์วัยรุ่นปึกหนึ่งแต่แยกใส่หลายช่องและเก็บไว้สำหรับใช้จ่ายใส่กระเป๋าด้านหน้าที่ล้วงง่ายและเธอไม่ใช้กระเป๋าแบรนด์เนมเพราะเดินทางคนเดียวและเอาไปแค่บัตรเอทีเอ็มเพราะยังไงเธอต้องไปเปิดบัญชีที่โน่นแล้วท่านจะโอนเงินเข้าให้ตอนนี้เธอมีเงินสดติดตัวไว้ใช้สองแสนที่สามารถนำติดตัวไปได้โดยไม่ต้องทำเรื่องอะไรแต่ถ้าเกินหนึ่งหมื่นยูโรก็ต้องทำเรื่องที่ต.ม

“ก๊อกกๆๆ..”

“น้องจ้าวอาบน้ำเสร็จหรือยังลูก” ยุพเรศเคาะประตูเรียกลูกสาวเพื่อจะดูว่าลืมอะไรหรือเปล่า

“เสร็จแล้วค่ะม๊า”  เมนิลาเดินไปเปิดประตูห้องให้แม่

“เช็คของหรือยังลูกว่าลืมอะไรบ้างหรือเปล่า”

“เรียบร้อยค่ะม๊า ส่วนเงินนี่จ้าวเอาไว้ในกระเป๋าคาดเอวกับในกระเป๋าสะพายและแยกไว้แล้วค่ะ” เมนิลาเปิดกระเป๋าให้แม่ดู

“ดีแล้วลูก”

“น้องจ้าวคะ น้าเอากระเป๋าลงไปเลยนะคะ” แมวเคาะประตูก่อนจะเปิดเข้าไปในห้องของคุณหนูเพื่อยกกระเป๋าเดินทางลงไปชั้นล่าง

“ค่ะน้าแมว” เมนิลาเลือกเอากระเป๋าใบขนาดกลางไปสองใบหากเอาไปใหญ่ไปใบเดียวมันหนักและเธอจะยกลำบากแม้จะรู้ว่าลูกชายของป้าไรยามารับก็ไม่อยากรบกวนเขา

สองแม่ลูกคุยกันเบาๆแล้วเมนิลาก็แต่งตัวไปด้วยตอนนี้อากาศที่สกอตแลนด์กำลังดีไม่หนาวไม่ร้อนพราะเป็นฤดูใบไม้ร่วงจึงแต่งตัวตามสบายง่านๆด้วยเสื้อยืดกางเกงยีนส์และเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์สีเข้มเข้าชุดกัน

“ดูแลตัวเองให้ดีนะลูก” ยุพเรศมองลูกสาวแล้วยิ้มแม้จะเป็นห่วงแต่น้องจ้าวของเธอโตเป็นสาวแล้ว

“ค่ะม่าม๊า จ้าวจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุดค่ะ” เมนิลากอดแม่แล้วยิ้มในใจลึกๆก็ไม่อยากไปเรียนต่างประเทศแต่เพื่ออนาคตและงานที่บริษัทของพ่อเธอต้องเข้มแข็งและต้องเรียนให้จบ

“งั้นม๊าไปเลี่ยนชุดก่อนนะจ๊ะ” ยุพเรศหอมแก้มลูกสาวก่อนจะเดินออกไปจากห้องนอนของลูกสาว

เวลา22.00 น.

ครอบครัวของจตุรงค์ก็พากันไปส่งลูกสาวคนโตอย่างพร้อมหน้าเพราะต้องห่างไกลกันหลายปีกว่าเมนิลาจะเรียนจบแต่พวกเขาจะไปเยี่ยมและเมนิลาจะกลับเมืองไทยปีละครั้ง เมื่อถึงสนามบินเวลายี่สิบสามนาฬิกาเมลิลาก็ไปเขข้าแถวเช็คอินเมื่อเสร็จเรียบร้อยก็เดินกลับมาหาครอบครัวและปราโมทย์ที่มาส่งน้องสาวตามที่ได้บอกไว้

“ดูแลตัวเองให้ดีนะลูก มีอะไรก็โทรหาป๊ากับแม่นะ” จรุรงค์พูดกับลูกสาวด้วยความเป็นห่วงแต่พอได้ยินคุณานันท์บอกว่าคาวินทร์มารอรับลูกสาวของเขาที่ลอนดอนแล้วก็สบายใจขึ้น

“ค่ะปาป๊า” ร่างเล็กกอดพ่อแน่นน้ำตาละไหลแต่เธอฮึบไว้เพราะไม่อยากให้ท่านเป็นห่วง

“เดี๋ยวจินน์จะรีบตามไปนะครับพี่จ้าว” จินน์กอดพี่สาวแน่น

“พี่จะรอจินน์นะ” เสียงหวานตอบน้องชายเบาๆ

“จ๋าต้องคิดถึงพี่จ้าวมากแน่เลยค่ะ” มิลานีพูดกับพี่สาวเพราะอยู่ด้วยกันไปโรงเรียนกินนอนด้วยกัน

“พี่ก็เหมือนกันจ้ะแต่พี่ไปแป๊บเดียวเองจ๊ะ”

“อีกสองปีน้องจ๋าก็ไปเรียนกับน้องจ้าวสิครับ” ปราโมทย์พูดกับน้องสาวคนรอง

“จ๋ายังไม่รู้เลยค่ะว่าจะไปอังกฤษหรืออเมริกาค่ะ”

“เลือกที่น้องจ๋าชอบอย่าคิดหรือทำตามคนอื่นนะครับ” ปราโมทย์บอกน้องสาวคนรองไม่งั้นจะมาเสียใจภายหลัง

“ค่ะพี่โม” มิลานียิ้มให้พี่ชาย

“งั้นจ้าวไปก่อนนะคะปาป๊า ม่าม๊า พี่โม สวัสดีค่ะ พี่ไปนะจ๋า จินน์” เมนิลายกมือไหว้พ่อแม่และพี่ชายก่อนจะบอกน้องสาวน้องชายและสวมกอดแม่และน้องชายน้องสาวพี่ชายแล้วกอดพ่อ

“เดินทางปลอดภัยนะลูก” จตุรงค์พูดกับลูกสาวและสวมกอดอีกครั้ง

“ค่ะปาป๊า” เมนิลายิ้มให้ทุกคนแล้วยกมือโบกไปมาก่อนจะเดินเข้าไปในเกทเพื่อรอขึ้นเครื่องแต่ต้องตรวจเอ็กซ์เรย์กระเป๋าสะพายและและของที่นำติดตัวขึ้นเครื่องตามกฎระเบียบของสนามบินเมื่อเสร็จแล้วก็เดินไปนั่งรอขึ้นเครื่องในเวลาหนึ่งนาฬิกา

ที่สกอตแลนด์

หลังจากที่เพื่อนๆกลับไปเมื่อต้นเดือนกันยายนและตอนนี้ก็ปลายเดือนที่แล้วคาวินทร์ก็มาลอนดอนเพื่อรับลูกสาวของอาจอมที่จะมาถึงวันพรุ่งนี้คือวันที่หนึ่งตุลาคมและเข้าเรียนกลางเดือนเขาจึงเดินทางมาล่วงหน้าหนึ่งวันและพักกับน้องชายทั้งสองแล้วตอนเช้าจะพากันไปรับน้องจ้าวที่สนามบินแล้วเขาก็พากลับสกอตแลนด์และครั้งนี้เขาขับรถมาเอง

“มัมบอกว่าส่งรูปน้องจ้าวมาให้พี่วินด์แล้วไหนล่ะขอดูหน่อยสิว่าสวยขึ้นมากแค่ไหนแล้ว” เคย์ตันพูดกับพี่ชายหลังจากกินอาหารเย็นอิ่มแล้วก็นั่งดูบอลด้วยกัน

“อ่ะ” คาวินทร์ยื่นเปิดคลังภาพในเฟสบุ๊คที่แม่ส่งมาให้น้องชายดู

“สวยน่ารักมากเลยพี่วินด์”

“ไหนๆ ดูหน่อยสิ” อเล็กซ์ยื่นหน้าไปดูโทรศัพท์ในมือของเคย์ตัน “สวยจริงๆด้วยเคย์ พี่แน่ใจนะไม่สนใจน้องเขาน่ะ”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับแกล่ะอเล็กซ์ แล้วแกสองคนห้ามยุ่งหลานรักของแด๊ดกับมัมเข้าใจมั้ย” คาวินทร์บอกน้องทั้งสองเพราะเมนิลายังเด็กและเป็นลูกสาวเพื่อนสนิทของพ่อ

“หวงเหรอครับ” อเล็กซ์หรี่ตามองพี่ชายยิ้มๆ

“ไม่ได้หวง แต่น้องยังเด็กและพ่อแม่เขาฝากให้ช่วยดูแลและพวกแกก็ยังเด็กไม่มีวุฒิภาวะจะรับผิดชอบใครได้เพราะฉะนั้นก็ช่วยกันดูแลน้องให้ดี หากจะรักจะชอบก็รอให้น้องเรียนจบก่อนเข้าใจมั้ย” คาวินทร์พูดกับน้องชายทั้งสองเพราะอาจอมไว้ใจฝากให้ดูแลลูกสาวหากเกิดอะไรขึ้นเขากลัวจะรับผิดชอบไม่ไหวแต่ก็ต้องดูด้วยว่าลูกสาวน้าจอมนิสัยเป็นยังไง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป