บทที่ 6 รอนาน

กาแฟดำรสเข้มถูกจิบที่ละนิด ท่าทีสงบนิ่งดุจภูผาหินไม่มีใครกล้ารบกวนอารมณ์องค์รัชทายาทหนุ่มผู้มีอารมณ์เหมือนทะเลทรายที่มิอาจคาดเดาได้ว่าจะเกิดพายุเมื่อใด ราเฟย์วางถ้วยกาแฟลงด้วยอาการสงบนิ่งผิดกับจัสมินที่นั่งกระสับส่ายไม่ยอมแตะถ้วยกาแฟของตน

“ทำไมเสด็จพ่อให้เรารอนานจังคะ หรือรู้ว่าน้องมา”

“เสด็จพ่อทรงไม่ทำอะไรไร้สาระเช่นนั้นหรอก” 

ราเฟย์ตัดบทก่อนที่น้องสาวต่างมารดาจะพูดจบ เธอเป็นสาวมั่นทันสมัยก็จริง แต่หญิงสาวขาดความมั่นใจเรื่องพ่อของตนเองเป็นอย่างยิ่ง

“ต้องขออภัยองค์รัชทายาทและองค์หญิงจัสมินอย่างสูง...ตอนนี้ฝ่าบาททรงรับการรักษาอยู่”  

หมอยามาทโค้งคำนับและรายงาน แต่เรเฟย์ใช้สายตาคมกริบมองแพทย์ประจำประองค์อย่างแปลกใจ

“แล้วทำไมหมอยังอยู่ตรงนี้คะ” จัสมินถามในสิ่งที่ราเฟย์รู้สึกเช่นเดียวกัน 

“ทรงให้พยาบาลนวดฝ่าเท้าอยู่ครับ”

“นวดฝ่าเท้า” คราวนี้เป็นเสียงราเฟย์ที่พูดออกมาจนเกือบจะเป็นเสียงครางอย่างไม่เชื่อหูที่ได้ยิน “นี่หมอคิดอะไรอยู่”

“เป็นข้อเสนอของท่านคาร์ดัลครับ” หมอยามาทขยับแว่นสายตา “และเป็นพระประสงค์ของฝ่าบาท”

“เหลวไหล” ราเฟย์ตะลึงกายขึ้นทำให้จัสมินลุกขึ้นยืนตามโดยอัตโนมัติ 

“คาร์ดัลคิดอะไรแผลงๆ นะซิ หมอต่อกี่หมอก็รู้ว่าโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนต้องผ่าตัดกันทั้งนั้น!”

“ตามทฤษฎีก็ไม่ผิดหรอกครับ แต่โลกฝั่งตะวันออกมีการรักษาด้วยการฝั่งเข็มและนวดกดจุด หากผู้ที่ทำมีความชำนาญก็สามารถรักษาได้”

หมอยามาทยังไม่ทันพูดจบร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมยาวจรดพื้นก็สาวเท้าเข้าไปในห้องบรรทมของกษัตริย์ฮัสซันทันที  

“พี่ราเฟย์!” จัสมินพยายามจะคว้าแขนของพี่ชายไว้แต่เธอก็ช้าไป หญิงสาวหันไปสบตากับหมอหนุ่มที่มีท่าทีหวาดหวั่นและตกใจไม่แพ้กัน  ก่อนที่ทั้งคู่จะตั้งสติได้และรีบวิ่งตามร่างขององค์รัชทายาททันที 

“เสด็จพ่อ!”

ราเฟย์เรียกผู้เป็นบิดาด้วยน้ำเสียงไม่ดังนักแต่เต็มไปด้วยอำนาจ ‘ช่างถอดแบบพระบิดาไม่ผิดเพี้ยน’ เหล่าบรรดาผู้ที่อยู่ในห้องบรรทมรู้สึกเช่นนั้น ต่างพากันถอยกรูไปหลบที่มุมห้อง กษัตริย์ฮัสซันยังทรงปิดพระเนตรแสร้งทำเป็นไม่รับรู้การมาของลูกชายหัวรั้น แต่ทรงเผลอครางออกมาอย่างผ่อนคลายเมื่อพระบาททั้งสองข้างถูกนวดคลึง ความเมื่อยขบละลายไปสิ้นอย่างที่พระองค์ไม่เคยได้รับจากโอสถชนิดไหน ราเฟย์ก้าวเข้ามาใกล้จนเห็นร่างบอบบางนั่งพับเพียบอยู่กับพื้น พระบาทข้างหนึ่งแช่อยู่ในอ่างทองเหลืองอีกข้างอยู่บนตัก หญิงสาวโน้มตัวใช้เรี่ยวแรงที่มีกดคลึงบนฝ่าเท้าอย่างตั้งใจไม่สนใจใครที่มาส่งเสียดังอยู่ด้านหลัง

“เจ้านี่ทำให้ข้าคิดถึงตัวเองสมัยหนุ่มๆ” 

กษัตริย์ฮัสซันทรงสลวยเบาๆ แต่ราเฟย์คิดว่าพระองค์ตรัสกับนางที่นั่งถวายงานอยู่ อารมณ์หงุดหงิดพลุกพล่านขึ้นมากกว่าเดิม 

“พี่ราเฟย์ อุ๊ย!” 

จัสมินถลาเข้ามาอย่างรีบร้อนจนจมูกชนกับแผ่นหลังกว้างของพี่ชาย เมื่อรู้ตัวเธอรีบย่อตัวถวายคำนับกษัตริย์ฮัสซันทันที  ไม่เพียงแต่หมอยามาทเท่านั้นที่ดูออกว่าพระพักตร์ของฮัสซันดูสดชื่นขึ้นมาก เวลาเพียงไม่ถึงสัปดาห์ที่พยาบาลสาวคนนี้เข้ามาดูแลทำให้พระพักตร์ของพระองค์มีร่องรอยความสุขมากกว่าความเจ็บปวด

“ราเฟย์ช่วยพยุงพ่อหน่อยซิ”   

กษัตริย์ฮัสซันควักมือเรียกลูกชายก่อนที่จะลืมพระเนตรขึ้นช้าๆ ท่าทีเครียดขรึมของลูกชายทำให้พระองค์ฝืนทำนิ่งทั้งที่อยากจะหัวเราะออกมาดังๆ ทุกครั้งที่พระองค์มองลูกชายคนนี้มักจะเห็นตนเองในอดีตเสมอ ราเฟย์เดินตรงเข้ามาประคองพระบิดาให้นั่งอย่างสะดวก เขามองเลยไปยังร่างบางที่นั่งเช็ดพระบาทของเสด็จพ่อ แต่แล้วเมื่อใบหน้ารูปไข่เงยหน้าขึ้น เขาก็จำได้ในทันทีว่าเคยเจอหญิงคนนี้ที่ไหน ใบหน้าสวยหวานยิ้มออกมาทันทีเหมือนได้เจอเพื่อนเก่า โดยที่เธอก็ลืมคิดไปว่าเมื่อครู่กษัตริย์ฮัสซันรับสั่งว่าอะไร

“จัสมินก็มาเรอะ เข้ามาใกล้ๆ ซิไปยืนทำไมไกลนัก”   

“เพคะ” จัสมินเดินเข้ามาอย่างไม่มั่นใจนักแม้จะมีพี่ชายยืนอยู่ใกล้ 

“นานๆ จะมีลูกๆ มาห้อมล้อมแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน” กษัตริย์ฮัสซันสรวยเสียงดังขึ้นมา “รู้จักหรือยัง พยาบาลใหม่ของพ่อ ชื่อ อารยามาจากเมืองไทย  คาร์ดัลเป็นคนพบเพชรเม็ดงามเม็ดนี้”

“พระองค์กล่าวเกินไปหม่อมฉันเป็นแค่นักกายภาพบำบัดเท่านั้นเพคะ” อารยายิ้มบางๆ 

“นี่ลูกชายกับลูกสาวฉัน ราเฟย์กับจัสมิน อายุคงไล่ๆ กับเธอ” 

กษัตริย์ฮัสซันลูกสาวที่ได้เค้าโครงมาจากแม่เต็ม จัสมิน ยิ้มให้อย่างเป็นกันเองและไม่ถือตัว ผิดกับผู้ชายร่างสูงสง่าคนนั้นที่เขาแต่ทำหน้าเคร่งขรึม  อารยายกมือแบบไทยๆ พยายามยิ้มผูกมิตรแต่เมื่อราเฟย์ไม่มีท่าทีตอบไมตรีของเธอ หญิงสาวจึงหน้าเจือนลงทันที  

‘เขาทำเหมือนไม่เคยเจอเธอเลย’ 

อารยาพึมพำกับตัวเองในใจ  ผิดกับครั้งแรกที่เธอได้รับความช่วยเหลือนำทางไปโรงครัว หญิงสาวจำได้ดีของท่าทางร้อนร้นของเหล่าบรรดาแม่ครัวที่จัดเตรียมสำรับอาหารมาบริการเธอและเขา เขานั่งกินแซนวิชเพียงคู่เดียวกับกาแฟดำ ในขณะที่เธอกินไปตั้งสามคู่แถมนมอีกแก้วใหญ่ เขาละเลียดทานอาหารอย่างใจเย็นจนเธอเสร็จเรียบร้อยและเดินนำเธอมาส่งถึงห้องที่จัดไว้เป็นเสมือน ‘ห้องพยาบาล’ ประจำราชวัง

“ขอบคุณค่ะ”    

อารยาจำได้วาพูดได้แค่นั้นเขาก็หันหลังและเดินจากไปยังไม่ทันถามชื่อเสียงเรียงนาม แต่เธอก็คาดเดาได้ไม่ยากนักว่าเขาคงไม่ใช่ ‘คนธรรมดา’ อย่างแน่นอน เพราะที่เห็นตั้งแต่ในโรงครัวจนตลอดทางเดินนั่น  มีแต่คนถวายการเคารพเขาแทบทั้งนั้น ที่จริงเขาเป็นถึง ‘องค์รัชทายาท’  ก็น่าอยู่หรอกที่เขาจะทำตัวราวกับไม่เคยพบหน้าเธอมาก่อน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป