บทที่ 15 ผู้นำตระกูลฮั่ว ฮั่วหย่ง

มีคนในบ้านเดินออกมาแต่ไม่ใช่ฮั่วเฟยหรงหรือฮั่วหรานแต่อย่างใด กลับเป็นชายอายุประมาณสี่สิบกว่าปี  รูปร่างราวกับหยกสลักมีความละม้ายคล้ายฮั่วเฟยหรงถึงแปดส่วน ร่างกายสูงโปร่ง รัศมีน่าเกรงขาม หากฮั่วเฟยหรงดูดีแล้ว คนๆนี้กลับดูดียิ่งขึ้นไปอีก เขามิใช่ใครอื่น   เขาคือฮั่วเฟยหย่งเจ้าบ้านสกุลฮั่วนั่นเอง

"คาราวะท่านอาฮั่ว ข้าจื่อหรูเจ้าค่ะ"

"อืม  มีธุระอะไรกับหรานเอ๋อร์หรือหรงเออร์ล่ะ"

"อ้อ   คือว่าท่านอานี่เป็นข้าวอบเกาลัดกับมันเทศ หากพวกท่านไม่รังเกียจโปรดรับไว้ด้วยเจ้าค่ะ"

"แค่กๆๆๆ อาหรูเหตุใดต้องลำบากถึงเพียงนี้ เจ้าเองก็ใช่ว่าจะเหลือกิน แค่กๆ"

"อาสะใภ้เกรงใจแล้ว มันเทศกับเกาลัดไม่ได้ซื้อหามาเจ้าค่ะ ข้าต้องกลับก่อน ที่บ้านยังมีคนรออยู่ ลานะเจ้าคะท่านอาฮั่ว อาสะใภ้"

ซ่งหรูคำนับก่อนจะหันหลังเดินออกประตูรั้วไป ร่างสูงมองตามคนที่จากไปจนลับสายตาเหตุใดจึงรู้สึกคุ้นเคยใบหน้านี้เสียเหลือเกิน จากนั้นจึงเดินไปปิดประตูรั้ว  ไก่ตัวนั้นถูกทำเป็นน้ำแกง ฮั่วเฟยหรงค่อนข้างเลือกกิน จึงทำให้เขาฝึกการทำอาหารได้ไม่ยาก  

"ท่านพ่อ อาหารพร้อมแล้วทานข้าวเถอะขอรับ"

หลังจากนั่งลงก็หยิบกระบอกไม้ไผ่ที่ซ่งจื่อหรูนำมาให้ ดึงใบบัวออกก็ได้กลิ่นหอมของข้าวกับมันเทศ เทข้าวออกมาก็ได้แต่แปลกใจ

"ท่านพี่ เหตุใดจึงมองอาหรูเช่นนั้นหรือเจ้าคะ"

"นางเหมือนคนๆนึง แต่บางทีข้าอาจคิดไปเอง หรงเอ๋อร์วันนี้ลูกขึ้นเขาหรือ"

"ขอรับ  ข้าคิดแค่ว่าอยากปกป้องนาง ตอบแทนท่านอาหลี่ในตอนนั้น"

"หรงเอ๋อร์ แม่ไม่ว่าหากลูกอยากปกป้องนาง แต่หากมากกว่านั้นแม่เกรงว่าจะเป็นการทำร้ายนางเสียมากกว่า ตอนนี้พวกเราเองก็ยังไม่ปลอดภัย  ต่อหน้านางวันนี้ลูกก็โกหกแม่ว่าบังเอิญเจอนาง"

"มารดาเจ้าพูดถูก คนพวกนั้นยังคงตามหาพวกเราอยู่ ข้าเองก็ติดต่อท่านลุงเจ้าไม่ได้ เพราะเกรงจะทำให้พวกเขารู้ตัว"

"ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ชาย ของที่พี่จื่อหรูนำมาให้อร่อยมากเลยเจ้าค่ะ"

เสียงของฮั่วเฟยเซียนเรียกสติคนทั้งสามนางเคี้ยวจนแก้มทั้งสองข้างตุงเหมือนกระรอกตัวน้อยไปที่กำลังแทะลูกเหอเถา(วอลนัท) มีเม็ดข้าวติดตรงแก้ม ดูแล้วน่าเอ็นดูมากนัก ฮั่วหรานเช็ดปากและแก้มของนางเบาๆ

"ถึงจะอร่อยก็ค่อยๆกิน อืมแต่ว่าข้าวนี่อร่อยจริงๆ เด็กคนนี้รู้จักสรรหา"

"ตอนที่นางให้ลูกช่วยเก็บ ลูกเองก็ไม่เข้าใจนัก หนามแหลมคมเพียงนั้นจะกินได้อย่าไร แต่นางกลับบอกว่าต้มโจ๊กได้ แถมยังอร่อยลูกเลยตามใจนาง"

"อืม..หรานเอ๋อร์ เสร็จแล้วก็ไปพักเถอะข้ามีเรื่องจะคุยกับหรงเอ๋อร์อีกหน่อย เดี๋ยวจะตามเข้าไป"

"เจ้าค่ะ ท่านพี่ก็อย่ารั้งจนดึกนะเจ้าคะ หรงเอ๋อร์ก็ด้วยอย่าลืมเตือนท่านพ่อล่ะ"

หลังจากฮั่วหรานพาฮั่วเฟยเซียนเข้าบ้านแล้ว ฮั่วหย่งก็นั่งคุยกับบุตรชายต่อ

"หรงเอ๋อร์ปีนี้ลูกอายุ17แล้ว เดิมทีมีสัญญาหมั้นหมายอยู่ แต่ตอนนี้ทางนั้นได้ถอนหมั้นเพราะคิดว่าเจ้าตายแล้ว"

เพราะต้องปิดบังฐานะเขาจึงบอกคนอื่นว่าบุตรชายอายุเพียง15 ปีเท่านั้น ถึงแม้คนจะสงสัยว่าเหตุใดถึงสูงนักแต่ก็ไม่ได้สนใจ

"ท่านพ่อ คูณหนูหลิวนั่นลูกมิได้สนใจหรอก แต่หลิวซิ่วเอ๋อผู้เป็นอานางนั้นจะละเลยนางไม่ได้ เรื่องที่พวกเราถูกลอบสังหารสกุลหลิวอาจมีส่วนก็ได้ขอรับ"

"ตอนที่ข้าได้ข่าวคุณชายเฟิ่งยังมีชีวิตอยู่ ก็ออกเดินทางทันที ที่ข้าผิดพลาดคือไม่น่าพาเจ้ากับมารดาเจ้ามาด้วย"

"ท่านพ่อ คุณชายเฟิ่งคนนั้นบิดาเป็นช่างหลวงใช่หรือไม่ขอรับ ลายนกเฟิ่งหวงเป็นสัญลักษณ์ตระกูลเฟิ่งใช่หรือไม่ขอรับ"

"อืม...เจ้าเคยเห็นรึ เห็นที่ไหนกัน"

ฮั่วเฟยหรงอึกอัก ไม่กล้ากล่าวออกไป

"พูดลำบาก ก็ไม่ต้องเอ่ยพ่อไม่ได้บังคับเจ้าแต่อย่างใด"

ซ่งจื่อหรูถกแขนเสื้อเพื่อล้างมือตอนที่เก็บเห็ดสน เขาบังเอิญเห็นมันอยู่ตรงท้องแขนของนาง ดูเหมือนเด็กสองคนก็มีด้วย เรื่องนี้ยังไม่ควรบอกท่านพ่อดีที่สุด หากนางคือทายาทตระกูลเฟิ่งจริงๆ เช่นนั้นชีวิตของนางล้วนแต่มีอันตราย  

"ท่านพ่อ ลูกเคยเห็นผลงานของใต้เท้าเฟิ่งมาบ้าง ทุกครั้งที่ทำเสร็จใต้เท้าเฟิ่งจะสลักนกเฟิ่งหวงไว้บนชิ้นงานทุกชิ้นขอรับ"

เขาเป็นถึงจ้าวอ๋องอนุชาองค์เดียวของฮ่องเต้ที่กำเนิดจากพระมารดาคนเดียวดัน ดูสีหน้าตาเฒ่าเจ้าเล่ห์เหล่านั้นมานักต่อนักแล้ว  มีหรือจะดูท่าทีบุตรชายไม่ออกแต่เขาไม่คาดคั้นเอาคำตอบ ตอนที่มีข่าวคราวของเฟิ่งจื่อหยาง เขาก็รีบออกตามหา คาดว่าคนที่ตามสังหารพวกเขา คงคิดว่าแผนที่สุสานหลวงนั้นอยู่กับเขานั่นเอง 

"สุสานหลวงของราชวงศ์ก่อนมีสมบัติมหาศาล ไม่ใช่แค่ต้าเหลียง แม้แต่แคว้นฉู่ แคว้นเยี่ยน หรือเป่ยหลียงก็ต้องการเช่นกัน เป็นเพราะการก่อกบฏของอ๋องเฉิงใต้เท้าเฟิ่งจึงถูกฆ่าล้างตระกูล มีเพียงคุณชายเฟิ่งที่หนีไปได้ คาดว่าแผนที่คงอยู่กับเขา"

"สามสิบกว่าปีแล้วหากคนยังอยู่ก็คงอายุห้าสิบกว่าแล้วนะขอรับท่านพ่อ  เจอเขาก็ไม่แน่ว่าจะจำกันได้"

"หรงเอ๋อร์   ช่วงนี้มารดาเจ้าร่างกายอ่อนแอลง ข้าจะไปดูว่าพอจะพาหมอหลวงจางมาได้หรือไม่ ถ้าไม่กลัวจะเปิดเผยร่องรอย ข้าคงใส่ใจนางมากกว่านี้"

ฮั่วเฟยหย่งทอดสายตามองไปไกล  ลูกเมียต้องมาลำบากหลบซ่อนไปด้วยเพราะเขาไม่รอบคอบ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าลงมือ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป