บทที่ 4 ยอมรับชีวิตใหม่

ซ่งเหลียนฮวายอมรับการเกิดใหม่ครั้งนี้  อย่างน้อยครั้งนึงในอดีตก็คงเคยเป็นครอบครัวเดียวกันมาก่อน  แม้จะไม่สมเหตุสมผลในบางเรื่อง  แต่โบราณว่าไว้วาสนาจะนำพาให้คนเราได้พบเจอแต่หากสิ้นวาสนาก็ต้องพรากจากกัน   วาสนาของเธอกับพ่อแม่และคุณปู่รวมถึงอวิ่นห่าวทั้งสองภพต่างสิ้นสุดลงแล้ว  ส่วนเด็กทั้งสองคนก็คือวาสนาในชาตินี้

"พ่อคะ แม่คะ คุณปู่ จากนี้ไปหนูจะดูแลพวกเขาให้ดี จะทำหน้าที่ๆคุณพ่อคุณแม่และคุณปู่มอบหมายอย่างดีที่สุด ขอบคุณมากนะคะที่คืนน้องๆให้หนู  พวกเขาจะต้องโตไปอย่างดีคะ หนูให้สัญญาค่ะ"

สายลมอุ่นๆ พัดอยู่รอบตัวเธอเห็นวิญญาณซ่งจื่อหรูเจ้าของร่างเดิมกำลังจับมือกับพ่อแม่และปู่ของเธอพวกเขายิ้ม  ซ่งเหลียนฮวายิ้ตอบ  พวกเขาค่อยๆ เลือนหายไปในแสงสีขาวที่เคยพาเธอมาก่อนหน้า  ซ่งจื่อเย่วเห็นพี่สาวลืมตาขึ้นก็ดีใจรีบจับมือนางพร้อมถามไถ่

"พี่ใหญ่ท่านตื่นแล้ว  ท่านเป็นอย่างไรบ้างเจ็บตรงไหนไหมเจ้าคะ"ซ่งจื่อเย่วเป็นห่วงพี่สาว

ซ่งเหลียนฮวาลูกขึ้นนั่งตอนนี้เธอยอมรับแล้วว่าเธอคือซ่งจื่อหรู  และเด็กสองคนนี้คือน้องของเธอ

"จื่อเย่ว จื่อห่าว น้องพี่พวกเจ้าอยู่นี่ตรงหน้าพี่จริงๆด้วย"

ซ่งจื่อหรูโอบกอดเด็กทั้งสองแน่น  น้ำตาไหลจนเปียกแก้มทั้งสองข้าง  นี่คือน้องๆของเธอแม้ว่านี่จะเป็นอดีตที่ย้อนมาหลายร้อยหลายพันปี  แต่เด็กสองคนนี้คือน้องเธอจริงๆ  โดยเฉพาะน้องสาวที่ไม่มีโอกาสได้เติบโต  ตอนนี้อยู่ตรงหน้าเธอแล้วทั้งสามกอดกันร้องไห้   คนโตกว่าร้องไห้เพราะสวรรค์ยังเห็นใจให้น้องๆเธอคืนมา  แต่อีกสองคนร้องไห้เพราะดีใจที่พี่สาวฟื้นขึ้นมา  พวกเขาไม่ต้องอยู่กับความหวาดกลัวอีกแล้วว่าพี่สาวจะจากไปเหมือนท่านพ่อและท่านแม่  โครกครากๆๆ  เสียงท้องของทั้งสามคนร้องดังขึ้นทำให้พวกเขามองหน้ากันก่อนจะหัวเราะออกมา

"เอาล่ะๆ   พี่สบายดีแล้ว พี่จะไปดูรอบๆว่าเจออะไรกินได้บ้าง"

"พี่ใหญ่  อย่าไปเลยเจ้าค่ะหากเจอท่านอาหญิงเล็กท่านจะลำบากอีก"

"พี่ใหญ่..อย่าไปนะขอรับอาหญิงใจร้าย  ท่านย่าใจร้าย"

ซ่งจื่อเย่วยอมหิวเสียดีกว่าให้พี่สาวถูกทำร้ายอีกครั้งซ่งจื่อห่าวเองก็เป็นห่วงพี่สาวเช่นกัน

จื่อเย่วกับจื่อห่าวไม่ต้องกังวลไป  พี่จะหาแถวๆบ้านนี่แหละ    เอาล่ะๆ..พี่จะไปค้นดูเครื่องมือของท่านตาสักหน่อย  พี่จำได้ว่าท่านตาซ่อนไว้ที่ใดที่แม้แต่ท่านแม่ก็ไม่เคยรู้"

จากความทรงจำท่านตามักทำที่ซ่อนหรือช่องลับเพื่อเก็บของเสมอ  

ยายแก่สมควรตายนั่น  รื้อเสียเละเทะ  อย่าให้แม่ได้เจอหน้านะ  โชคดีที่ท่านตาเก็บซ่อนได้ดี  ยัยหนูจื่อหรูนั่นคงกลัวยายแก่ใกล้ตายแซ่หลี่จะมาแย่งจึงไม่เอาออกมาใช้"

"พี่ใหญ่..ท่านย่าพายามมาค้นบ้านเราตลอด หากมีแล้วท่านย่ารู้  ก็คงไม่เหลือให้พวกเราหรอกเจ้าค่ะ  เพราะว่าเหล็กมีราคาแพง  นางคงเอาไปหมดแล้ว"

"วางใจเถอะ    จื่อเย่วพวกเราไม่ได้ใช้แซ่หลี่ของนางแล้ว  หากนางกล้ามาหาเรื่องเราอีกข้าจะเอาคืนนางร้อยเท่า  อีกอย่างท่านตาเป็นช่างท่านไม้มักจะทำช่องลับไว้เก็บของ  ที่พี่ไม่เอาออกมาเพราะพวกเรายังเด็กกลัวถูกแย่งไป  แต่ตอนนี้ทุกอย่างถูกทุบทำลายหมดแล้ว  หากไม่เอามาใช้จะมีชีวิตรอดเช่นไร"

เจ้าของร่างเดิมเป็นเด็กที่ไม่ยอมคนเท่าไหร่  นางจึงยืนหยัดมาได้หลังจากนางซ่งตายไปเกือบสองปี  แต่ครั้งนี้เป็นเพราะฝนตกหนักหลายวัน   ไม่สามารถออกไปรับผ้ามาปักได้  อีกทั้งไม่สามารถขึ้นเขาเก็บผักป่าได้  จนทุกคนต้องทนหิว พอฝนหยุดก็รีบขึ้นเขาไปหาของป่าแต่โชคไม่ดีเท่าไหร่  เพราะชาวบ้านต่างก็พากันขึ้นเขาไปหาทำให้ของป่าแทบไม่มีแต่ก็ยังหาได้ไข่ไก่มาสองฟอง   

ร่างเดิมรีบตรงกลับบ้านเพราะเป็นห่วงน้องๆ   แค่ไข่ป่าสองฟองยังทำให้เกิดเรื่องจนได้และถูกแม่เฒ่าหลี่ทุบตีจนในที่สุดก็จากโลกนี้ไป     ตอนนี้นางคงไปอยู่กับคุณพ่อคุณแม่แล้ว ในความทรงจำหน้าตาของท่านตาของร่างเดิมเหมือนคุณปู่ซ่งฮั่นเหลียงในชาติก่อนของเธอหรือว่าคุณปู่ก็คือซ่งจื่อหยางท่านตาของพวกเขาในชาตินี้     ขนาดตัวเธอยังมาอยู่ที่นี่ได้ก็ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้   

ซ่งจื่อหรูอาศัยความทรงจำของร่างเดิมเดินเข้าไปยังห้องนอนใหญ่ของท่านตา  ยกแผ่นหินบนเตียงเตาออกก็เจอช่องเก็บของขนาดใหญ่เท่ากับเตียง (เตียงเตาที่ทำไว้หลอกตาที่จริงคือกล่องเก็บซ่อนสมบัติ) กล่องไม้ถูกล๊อคด้วยลวดลายบางอย่างต้องเลื่อนลวดลายบนนั้นให้ต่อกันจึงจะเปิดออก  ซ่งจื่อหรูคนเดิมทำไม่ได้แต่ซ่งจื่อหรูคนใหม่นั้นทำได้  เพียงแค่พริบตาก็เปิดออกได้   นางนำเอาจอบอันเล็กๆและมีดออกมา  และปิดช่องเก็บของตามเดิม   ในกล่องนั้นมีเครื่องมือหลายอย่าง  รวมถึงเครื่องครัว  ผ้าห่ม    ปล่อยให้น้องๆช่วยกันเก็บกวาดห้อง  จากนั้นก็ออกไปสำรวจรอบบริเวณบ้าน  ตอนที่วิญญาณนางมาถึง  คุณปู่สั่งให้เธอสำรวจภูเขา บึงบัว  แม่น้ำ  ถนนหนทาง  เธอได้สำรวจทั่วบริเวณแล้ว  น่าแปลกที่ภูเขาทั้งสองลูกนี้น่าจะกว้างขวางเกือบสามหมื่นตารางกิโลเมตรแต่กลับใช้เวลาเพียงไม่นานในการสำรวจ  อีกทั้งยังจดจำแทบจะทุกซอกทุกมุมได้อีก 

เดินมามุมรั้วด้านซ้ายของบ้านก็เจอเข้ากับเถามันเทศจึงลงมือขุดเพียงแค่ลงจอบสามสี่ครั้งก็ได้มันเทศขนาดสี่ถึงห้าชั่งมาประมาณสิบกว่าหัวซ่งจื่อหรู แบกจอบขึ้นบ่าพร้อมกันตะโกนเรียกน้องๆมาช่วยขน  หลังจากพักผ่อนเต็มที่พรุ่งนี้คงต้องจัดการรั้วที่โย้เย้และหญ้าที่ขึ้นรกให้เรียบร้อยสักที  ป่าไผ่อยู่ไม่ไกลเดินเพียง3-4เมตรเท่านั้น  คงต้องจัดการรั้วก่อนเพื่อความปลอดภัยแค่หาไม้มาปักเสาค้ำเพิ่มคงพอถูไถ  ในบ้านมีแค่เด็กสามคนอยู่ด้วยกันอันตรายรอบด้านจริงๆ  คุณปู่เล่าว่าตระกูลซ่งเคยเป็นตระกูลขุนนางในอดีต  เรียนรู้วิธีการวางค่ายกลแต่ยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปตามการปกครอง  แต่คุณปู่ก็ยังสอนสองพี่น้องตามความรู้เดิมเพื่อความไม่ประมาท  ซ่งอวิ่นห่าวไม่ชอบเรียนเขาคิดว่ายุคสมัยนี้แค่มีกล้องวงจรปิดและระบบเตือนภัยก็เพียงพอแล้ว   จึงมีแค่ซ่งเหลียนฮวาที่ชอบศึกษาเรียนรู้จนเชี่ยวชาญ  คงต้องงัดเอาวิชาเหล่านั้นมาใช้เสียแล้วอย่างน้อยก็ปลอดภัยในระดับหนึ่ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป