บทที่ 5 ลุง 5
เขมชาดาสบถ และมันไม่ได้เบาเลยเนื่องจากเธอเมา ตอนนี้คิดว่าคงต้องรีบสลัดตัวให้ห่างจากเขา แต่บทเร่าร้อน กับคนแปลกหน้าถูกมันเขียนไว้อย่างนี้ อยู่ๆ เธอแข้งขาอ่อน ไม่ทันก้าวไปไหน ก็ซุกซบอกแกร่งของคนตัวโตเสียอย่างนั้น
อ๊ะ...กลิ่นผู้ชายเธอก็เคยสูดดม แต่ทำไมตัวเขาหอมมาก และอุ่นจัด คงไม่ใช่เพราะเธอเห็นอีกฝ่ายปุ๊บก็หลงเสน่ห์หรอกมั้ง
“นักศึกษา...” เสียงคนตัวโตทุ้ม แหบนิดๆ เวลาเขาตั้งใจเรียกเธอแบบนี้มันทำให้ขนลุกพิกล
“ให้ผมไปส่งที่พักไหม...” เขาหมายถึงโรงพยาบาลส่งเสริมฯ ที่พวกเธอกับคณะมาพักกันด้านหลัง เพื่อสร้างห้องน้ำ กับห้องสมุดให้เด็กๆ ที่นี่
เธอส่ายหน้าไปมา เอ่ยอ้อมแอ้มพอให้ได้ยินกันสองคนว่า
“โรงแรม! หนูอยากไปโรงแรมมากกว่า”
ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูง ยามนี้อยู่ใกล้กันเกินไป เขาจึงค่อยๆ จับไหล่เธอ ดันตัวให้ห่างกันสักนิด
พอได้สานสบสายตากัน ความรู้สึกฉิบหายมากขึ้นกว่าเดิมสักร้อยเท่าพันเท่าได้มั้ง เขมชาดาถูกเลี้ยงมาด้วยอากง แล้วก็เตี่ย มีน้องชายคนกลาง และน้องชายคนเล็ก เธอคือเจ่เจ้ ห่าวมาก ทะลึ่งสักหน่อย แต่กับคนที่เธอได้พบหน้าคืนนี้ ไม่รู้ทำไม เธอถึงว้าวุ่นใจ ทั้งเขิน ทั้งสับสน สมองขาวโพลนเป็นระยะๆ
“สรุปไม่ไปพักที่เรือนโรงพยาบาลส่งเสริมฯ แต่จะให้ผมเปิดโรงแรม... นักศึกษา เราคิดไม่ดีกับผมหรือเปล่าเนี่ย”
อ้าว... พบคนหลงตัวเองหนึ่งอัตราแล้วล่ะค่ะ
ราวๆ ห้านาทีต่อจากนั้น เธอกับผู้ชายที่ไม่แปลกหน้า แต่ยังไม่รู้จักชื่อเขาก็เดินไปขึ้นรถเก๋งที่แอร์เย็นฉ่ำด้วยกัน
กลัวไหม...
เขมชาดา เป็นคนที่บ้าบอสักหน่อย นอกจากนั้น เธอคะเนได้ว่า อีกฝ่ายหากไม่เป็นอาจารย์ที่หน้าเด็กมาก ก็คงเป็นรุ่นในคณะฯ นั่นแหละ
“โรงแรมนะคะ หนูไม่อยากเห็นหน้าใครบางคนตอนนี้”
พูดออกมาแล้วใจก็เดือดปุด ๆ จนได้ พอขึ้นรถนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถได้ไม่ทันไร เขมชาดาก็ทำเรื่องน่าไม่อายโดยสมองนั้นไม่ทันได้ประมวลความถูกผิดสักนิด ด้วยการบอกกับอีกฝ่ายตรงๆ
“ขอจูบพี่ได้ไหมคะ แค่ครั้งเดียว หนู...อยากรู้สึกอะไรที่มันพิเศษ และไม่อยากให้มันผ่านไปก่อนเที่ยงคืน เออ พูดโง่ๆ ก็คือ อยากลบภาพจำของใครบางคนออก ไปจากหัว”
รถเคลื่อนตัวออกไปแล้ว และเขาก็หันมามองเธอ ยามนี้กล้ามแขนเขาอยู่ในระดับสายตา ผู้ชายเวลาขับรถด้วยความมุ่งมั่น เท่มากมายเลยล่ะ
ลูกกระเดือกเขาขยับขึ้นลง สภาพเขมชาดาตอนนี้เลยไม่ต่างจาก ผู้หญิงใจแตก ที่มองเขาแบบอยากกินมากๆ
“อืม...แต่ตะกี้ ตอนเดินมาด้วยกัน เราคว้านิ้วผมไปดูดจ๊วบๆ แถมชักเข้าชักออกในปากด้วย ถ้าพูดตามตรง นั่นมันมากกว่าจูบเสียด้วยซ้ำ”
เขมชาดาหน้าแดง เธอทำอะไรลงไป เดินมากับเขาแค่แป๊บเดียว เผลอทำตัวเพี้ยนๆ อีกแล้ว นี่ล่ะหนา... อากงเคยห้าม เตี่ยก็สั่งนักสั่งหนา อย่าเอาแอลกอฮอล์เข้าปาก เพราะเธอมักจะหลุดทำในสิ่งที่คาดไม่ถึงเสมอ แต่เขมชาดาก็ใจกล้าบ้าบิ่น เอ่ยออกไปโดยไม่แคร์สิ่งใด เรียกว่าอ่อยคงไม่ผิดไปจากนั้น
“ไหนๆ มาถึงขั้นนี้แล้ว อย่าแค่ส่งที่โรงแรมเลยนะคะ อยู่กินเบียร์ด้วยกันดีไหม”
“เบียร์เหรอ... นักศึกษายังเด็กนะ”
นั่นไง... เขาเริ่มใช้คำแบบนี้กับเธออีกแล้ว เสียงก็ทุ้มๆ ฟังไม่เหมือนกับดุ หากคล้ายเตือนสติมากกว่า
“แหม เด็กแค่อายุ คุณดูนมหนูสิ เด้งไปมาเต็มไม้เต็มมือแบบนี้ ไม่ได้เสริมนะ และถามตรงๆ ยังใหญ่ไม่พอเหรอ”
เขายกยิ้มร้ายๆ ตรงมุมปาก ผู้ชายที่รู้จักบริหารเสน่ห์ตนเองก็เป็นแบบนี้
เขมชาดามองเขาอยู่อย่างนั้น แล้วชายหนุ่มจึงเอ่ยว่า
“เรียกลุงเถอะ... น่าจะเหมาะสมที่สุดระหว่างเรา”
หญิงสาวทำตาโต และหัวเราะน้อยๆ
“นึกยังไงอยากเป็นลุงของหนูเนี่ย”
พอเขาแนะนำตัวเช่นนั้น ชายหนุ่มก็เปลี่ยนสรรพนามแทนตัวเองทันที “ลุงว่านักศึกษาเรียกแบบนี้ถูกต้องที่สุด อย่างน้อยที่สุด ลุงจะได้เตือนตัวเองไว้ด้วย อะไรที่มันผิดกฎอาจทำให้เรา... มองหน้ากันไม่ติดในภายหลัง และใครๆ ก็เห็นผมเป็นลุง มานานแล้ว”
