บทที่ 7 ลุง 7

หลังกดวางสายเพื่อน เขมชาดาเห็นว่าลุงได้ของมาเพียบ ทั้งขนมใช้เป็นกลับแกล้ม แล้วก็เบียร์ นอกจากนั้นดูเหมือนจะมีเหล้ายี่ห้อที่นักศึกษาชอบดื่มกันด้วย

“ลุงไม่ถนัดเบียร์ ชอบดื่มเหล้ามากกว่า”

เขมชาดาหัวเราะร่วน แล้วก็โพล่งออกไปว่า

“แล้วหนูละคะ... ลุงอยากลองดื่มไหม”

เอาซี อ่อยขนาดนี้ ไม่ถูกลุงลงลิ้นหนักๆ ที่น้องสาวหวานฉ่ำอย่างในคลิป และแอคหลุมฯ ที่เธอเผลอเข้าไปดู ก็ให้มันรู้ไป

แล้วเหตุใดเก้าชล ถึงแทนตัวว่าลุง และยังทำตัวเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยเขมชาดาได้ทันเวลาอย่างเฉียดฉิว กล่าวกันแล้ว เขาไม่ได้รู้จักเธอตั้งแต่แรก หากมีคนเล็งอาหมวยคนนี้ไว้ให้เขาสักพักใหญ่ๆ ทว่ามันผิดธรรมเนียมอยู่บ้าง ตรงที่เธอเป็นหลานรหัสเขา แรกเริ่มชายหนุ่มเลยทำเมินเฉย กระทั่งเขากลับมาเรียนตามปกติ ก็ไม่รู้อะไรดลใจให้ตามมาถึงค่ายอาสาบ้านพี่เฮือนน้อง ที่จังหวัดตอนบนภาคอิสาน อาจเป็นเพราะเขาคิดถึงตากับยาย รวมถึงบรรยากาศสมัยเด็กๆ ชายก่อนนั้นชายหนุ่มเคยร่วมงานกับบิดาอรรณพเด็กปีหนึ่ง และเชื่อมโยงไปถึงเขมชาดา แต่คนที่รู้ทุกอย่างดีกว่าใคร กลับเป็นเพื่อนรักของเขาไอ้หนอน หรือสายสืบ คนกวนโอ๊ยที่บอกว่า หากอายุสามสิบ เขาหาเมียไม่ได้ มันจะมอมเหล้าเขาและปล้ำทำสามีให้รู้แล้วรู้รอดไป

ถึงสายสืบอยู่ต่างคณะฯ แต่มันก็มาสิงสถิตที่สาขาวิศวกรรมโยธาราวกับเป็นบ้านของตัวเอง ซึ่งเขาคะเนว่า มันคงแอบชอบใครสักคนนั่นเอง

“ไอ้สัด สมภารไม่กินไก่วัดเว้ย” เก้าชลบอกเพื่อน หลังจากรู้ว่าเขมชาดารหัสลงท้าย XXXX529 และเธอคือหลานรหัสที่พลัดพรากลุงอย่างเขาไปตั้งแต่เปิดเทอม นั่นเป็นเพราะเขาต้องไปดูงานแทนอา เนื่องจากป่วยกะทันหัน

“งั้นกูจะเชื่อได้ไงว่าแมวอย่างมึงจะไม่ขโมยแดกปลาย่างหอมๆ หวานๆ เนื้อนุ่มนิ่ม”

สายสืบว่า และหรี่ตามองเก้าชลอย่างจับพิรุธ

“มึงจะมาวอแวอะไรกูนักหนาวะไอ้หอกหัก แล้วกูก็ไม่ใช่แมว หมาก็ไม่ใช่อีกเหมือนกัน” เก้าชลดักเพื่อนไว้เสียก่อน

“ไม่ได้สิ มึงกับกู ทั้งคู่ทำบุญมาร่วมชาติ ยังไงก็ตัดกันไม่ขาด อีกอย่างตากับยายมึงฝากหลานคนโปรดเขาไว้ให้กูดูแล เรื่องหาเมียให้มึงเลยเป็นภารกิจหลัก เรียกว่าสำคัญกว่าการเอาใบปริญญาไปแขวนไว้ข้างฝาบ้านอีก”

“หึๆ ๆ ที่มึงอยากทำเนี่ย กูเรียกว่าเสือกมากกว่าไอ้หนอน”

สายสืบทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ แล้วเอ่ยว่า

“จะเรียกยังไงก็ช่างเถอะ แต่ดีกว่าปล่อยให้มึงไปจิ้มหมีน้อยสาวมั่วๆ คนอย่างมึง ชอบนม ชอบตูดเด้งๆ เป็นที่สุด แต่แม่งโคตรเซ่อเลย สมัยละอ่อนหรรมน้อยหัวสีชมพู ก็ต้องชิ่วหนีดาวเครื่องกล เพราะฝ่ายนั้นเขาชอบหลัวเถื่อน มือหนักตีนหนัก”

สายสืบปากเสียไปนิดหน่อย เลยพูดถึงอดีตรักอันขมขื่นที่ทำให้เก้าชล ต้องย้ายมาเรียนที่สาขาวิศวกรรมโยธา ทั้งที่ตอนแรกเขาชอบเครื่องกล

“อย่าพูดอะไรไม่เข้าหูกูอีก และเขาก็ไปได้ดีแล้ว”

สายสืบยักไหล่ จากนั้นจึงกล่าวต่อ “แต่ไอ้เฉิง... มึงเชื่อกูเถอะ อีหนูที่กูซอมเบิ่ง*ไว้เนี่ย (จับตาดู) คือสเปกที่มึงต้องการแบบร้อยเปอร์เซนต์ และไร้ที่ติ”

“เชี่ย มึงพูดเหมือนกับว่า เห็นหน้ากันปุ๊บก็ชอบกันได้เลย”

สายสืบส่ายหน้า “เฮ้อ มองหน้าให้เสียเวลาทำไม มองหมีสิโว้ย เห็นหมีน้องแล้ว ถ้าดูดดี รัดแน่น ค่อยคบกันเป็นแฟน หรือ คู่ขา”

“ไอ้ห่า ผู้หญิงเขามีพ่อ มีแม่ ไม่ได้ออกจากกระบอกไม้ไผ่ อยู่จะได้ไปขอดูหมีน้องเขา”

เก้าชลก็พูดตรงจัด และนั่นทำให้สายสืบ หนุ่มสำอางปีสี่คณะสถาปัตยกรรมหัวเราะก๊ากใหญ่

“มึงเชื่อเถอะ เดี๋ยวกูจะหาวิธีทำให้มึงกับน้อง ได้มีซัมติงกัน แล้วมึงจะได้เห็นหมีอวบๆ สวยน่าลงลิ้น ส่วนน้องเขา ก็คงคว้าปีโป้ของมึงเข้าปากดูดจ๊วบๆ แบบหิวโหย”

อันที่จริง เก้าชลติดนิสัยพูดจาทะลึ่ง แต่ไม่เท่าคนปากไม่มีหูรูดอย่างสายสืบ และนี่คงกล่าวได้ว่า พวกเขาเป็นเพื่อนแท้ที่ซี้ปึ้ก เป็นพวกที่คบกันได้เพราะว่าศีลเสมอกัน!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป