บทที่ 11 อาหารมื้อเย็นกับคนพี่ 2/2
หลังจากที่หมอเอยเดินจากไป บรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็ตกอยู่ในความเงียบงันขึ้นมาดื้อ ๆ พราววรินทร์เริ่มทำตัวไม่ถูกและไม่รู้ว่าจะขุดเอาหัวข้ออะไรขึ้นมาพูดคุยกับผู้ชายมาดนิ่งตรงหน้าดี ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวมันดูขัดเขินและเกร็งไปหมด แม้ว่าจะรู้จักและเคยทานข้าวเช้าด้วยกันมาบ่อยครั้ง แต่การมานั่งสบตากันสองต่อสองในค่ำคืนนี้มันต่างออกไปสิ้นเชิง หญิงสาวแอบกังวลในใจว่าหากปล่อยให้โต๊ะเงียบสนิทแบบนี้ต่อไป เขาอาจจะรู้สึกเบื่อหน่ายในความจืดชืดของเธอแน่ ๆ
“ร้านหมอเอยลูกค้าเยอะเหมือนกันนะคะ” เธอมองไปแล้วรอบร้านที่ตอนนี้มีลูกค้าเต็มเกือบทุกโต๊ะ
“นั่นนิครับ ไม่คิดว่าลูกค้าจะเยอะขนาดนี้ ตอนแรกผมได้ยินหมอเอยพูดว่าจะเปิดร้านอาหารผมก็นึกว่าเธอพูดเล่นซะอีกแต่พอมาเห็นวันนี้ก็รู้แล้วว่าเธอเอาจริง” อนุตรหยุดพูดเรื่องร้านของเพื่อนไว้แค่นั้นเมื่อพนักงานเสิร์ฟเอาเครื่องดื่มมาให้ เขาไม่อยากให้พนักงานเสิร์ฟได้ยินสิ่งที่เขาพูดถึงเจ้าของร้าน
เมื่อพนักงานเดินคล้อยหลังไป หมออนุตรก็เป็นฝ่ายเปิดประเด็นชวนคุยเรื่องใหม่ขึ้นมาแทน
“สัปดาห์หน้ามีประชุมวิชาการศัลยแพทย์ที่ภูเก็ตผมเห็นว่าตรงกับของเภสัชฯ ด้วยเหมือนกันคุณไปหรือเปล่าครับ”
“เปล่าค่ะพอดี ฉันลงทะเบียนไม่ทัน” เธอตอบเสียงอ่อย รู้สึกเสียดายขึ้นมาจับใจ
“น่าเสียดายนะครับถ้ายังนั้นคงได้เที่ยวด้วยกัน” อนุตรพูดด้วยใบหน้าเรียบและน้ำเสียงที่เรียบเฉยจนพราววรินทร์จับความรู้สึกไม่ได้
หญิงสาวก็รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก ถ้าเธอรู้ว่างานนี้เขาจะไปด้วยเธอคงรีบลงทะเบียนตั้งแต่วันแรก แต่เมื่อพลาดครั้งนี้ไปแล้วครั้งหน้าเธอคิดว่าคงไม่พลาดอีกอย่างแน่นอน พราววรินทร์ยิ้มเมื่อคิดได้ว่าจะหารู้ได้ยังไงว่าเขาจะไปที่ไหนบ้าง
“ทะเลเดือนมกราคงกำลังสวยนะคะ ไม่ร้อนมาก”
“ครับผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน” ทั้งสองคนหยุดคุยกันเมื่อเห็นว่าเด็กเสิร์ฟถือถาดอาหารมายังโต๊ะของพวกเขาและตอนนี้ก็มีเจ้าของร้านเดินตามมาด้วย
“อาหารมาแล้วค่ะ ทั้งหมดนี้เป็นอาหารแนะนำของทางร้านที่ลูกค้าส่วนใหญ่จะเลือกไม่รู้ว่าจะถูกใจทั้งสองคนหรือเปล่า” หมอเอยพรีเซนต์ด้วยความภาคภูมิใจ
“หน้าตาน่าทานทั้งนั้นเลยค่ะหมอเอย”
“ขอบคุณค่ะ เมนูวันนี้ก็มียำถั่วพู ต้มยำปลากะพง กะหล่ำปลีผัดน้ำปลา และก้านคะน้าน้ำมันหอยกุ้งสดค่ะ เอยสั่งมาให้สี่อย่างนะคะ ถ้ามีอะไรเพิ่มก็บอกเด็กๆ ได้เลยไม่ต้องเกรงใจนะคะ”
“แค่นี้ก็เยอะแล้วล่ะครับ”
“ทานอาหารกันให้อร่อยนะคะ เอยขอตัวก่อน” คุณหมอเจ้าของร้านเดินไปต้อนรับลูกค้าท่านอื่นที่ทยอยมาอย่างต่อเนื่อง
“ขอบคุณค่ะ” พราววรินทร์กล่าวขอบคุณเจ้าของร้านอีกครั้ง
“ทานกันเลยนะครับ” อนุตรหันมาชวน
“ค่ะ”
ทั้งสองก็นั่งทานอาหารด้วยกันโดยไม่ได้พูดอะไรพราววรินทร์อยากชวนเขาคุยไปด้วยทานไปด้วยแต่ดูเหมือนว่านายแพทย์หนุ่มคนนี้จะรักษามารยาทบนโต๊ะอาหารจนเธอนั้นรู้สึกเกรงใจและนั่งทานอย่างเงียบๆ อย่างที่เขาทำ
เมื่อทานไปได้สักครู่เธอก็เริ่มรู้สึกอิ่มหญิงสาวรวบช้อนและส้อมเข้าด้วยกัน
“อ้าว อิ่มแล้วเหรอครับ ทานน้อยตลอดเลยนะครับ”
“ค่ะ” เธอตอบแล้วยิ้ม
อนุตรยิ้มตอบแล้วพูดขึ้น “ทานของหวานไหมผมเห็นในเมนูมีหลายอย่างเลยนะครับ”
“ก็ดีเหมือนกันค่ะ” แล้วเธอก็หยิบเมนูขึ้นมาดูก่อนหันไปถามเขา “หมอล่ะคะทานอะไรดี”
“ผมเอาเหมือนคุณเลยก็ได้ครับ”
“ค่ะ” พราววรินทร์รับคำแล้วจากนั้นเธอก็เรียกเด็กเสิร์ฟมาสั่งสาคูแคนตาลูปนมสดสำหรับเขาและเธอคนละ 1 ที่
หลังจากทานอาหารเสร็จ หมออนุตรก็พาหญิงสาวมาส่งที่คอนโดมิเนียม
“เดี๋ยวคุณเดินขึ้นไปคนเดียวนะครับ ผมต้องไปอยู่เวรต่อ”
“ฉันนึกว่าหมอไม่ต้องอยู่เวรซะอีกนะคะ” เธอแปลกใจเพราะถ้าเขาไม่ว่างก็ไม่น่าจะชวนเธอออกไปทานข้าว
“อันที่จริงวันนี้ก็ไม่ใช่เวรผมหรอกครับ แต่พอดีรุ่นน้องที่ห้องฉุกเฉินไลน์มาให้ช่วยไปอยู่เวรแทนน่ะครับ”
เพราะความที่เป็นคนครองตัวเป็นโสด ไร้พันธะผูกพัน และมีที่พักอาศัยสำรองอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลเพียงไม่กี่นาที เวลาที่เพื่อนร่วมงานหรือรุ่นน้องติดขัดมีปัญหาอยากให้อยู่เวรแทน นายแพทย์หนุ่มใจดีคนนี้จึงไม่ค่อยปฏิเสธน้ำใจใคร
“ค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะสำหรับอาหาร”
“ไม่เป็นไรครับคราวหน้าเราไปทานด้วยกันอีกนะครับ”
“ค่ะ”พราววรินทร์เดินขึ้นห้องด้วยรอยยิ้มประดับใบหน้า แม้ว่าบรรยากาศจะอึดอัดไปบ้างแต่มันก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี ที่เขาและเธอได้ออกไปทานอาหารข้างนอกสองต่อสองด้วยกันเป็นครั้งแรก
