บทที่ 13 นอนไม่หลับ 1/2

นับตั้งแต่มื้อค่ำที่ร้านอาหารของหมอเอยในวันนั้น พราววรินทร์กับหมออนุตรก็แทบไม่มีโอกาสได้พบหน้าหรือพูดคุยกันอีกเลย เหตุผลสำคัญคงเป็นเพราะนายแพทย์หนุ่มต้องโหมงานหนักอย่างบ้าคลั่ง ทั้งรีบเคลียร์เคสคนไข้ในความดูแลและรับขึ้นเวรแทนหมอคนอื่น ๆ จนตารางงานแน่นเอี้ยด เพื่อเตรียมตัวลางานยาวไปร่วมงานประชุมวิชาการที่จังหวัดภูเก็ตตามที่เขาเคยบอกไว้กับเธอ ส่วนตัวเธอเองนั้น ช่วงนี้งานที่ห้องยาก็ยุ่งวุ่นวายจนหัวหมุนเกินกว่าจะมีเวลาว่างมานั่งคิดฟุ้งซ่านเรื่องของเขา

“แปลกจัง พี่ไม่ค่อยเจอหมออนุตรที่ห้องอาหารเลย หมอไม่สบายหรือเปล่านะ เอรินรู้ไหม” วิรัลพรถามเธอหลังจากที่กลับมาจากทานอาหารกลางวันที่ห้องอาหาร

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ รินก็ไม่ค่อยได้เจอเหมือนกัน สงสัยคงจะงานยุ่งมั้งคะ” เธอตอบไปตามจริงเพราะเธอเองก็ไม่เคยเจอเขาแม้ว่าจะพักอยู่ที่ห้องติดกันก็ตาม

“แต่อรรู้ค่ะ”

“รู้อะไรยายอร ทำไมต้องทำหน้าตาแบบนั้นด้วย เหมือนนางร้ายในละครเลยนะ” วิรัลพรอดแซวไม่ได้

“ก็ที่วอร์ดเค้าลือกันว่าที่หมอเอย ให้ร้านอาหารเอาอาหารกลางวันมาส่งที่ห้องเบรก บรรดาหมอๆ ก็เลยทานอาหารกลางวันกันที่นั่น”

“ก็แค่เรื่องนี้ทำไมต้องกระซิบด้วยล่ะอร” พราววรินทร์แปลกใจ

“ก็มันมีมากกว่านั้นสิพี่เอริน พี่วิ”

“รีบเล่ามาเลยก่อนที่พี่จะลงเวร” วันนี้วิรัลพรเวรเช้า และนี้ก็ใกล้เวลาเลิกงานของเธอแล้ว

“ก็เค้าลือกันว่า หมอเอยน่ะ อยากเอามาให้แค่หมออนุตรแต่จะเอามาให้แค่คนเดียวก็กลัวคนอื่นเอาไปนินทา เธอเลยเอามาเผื่อทุกคน”

“บางทีเธออาจจะแค่อยากให้ที่ร้านมีคนรู้จักเยอะก็ได้นะ” พราววรินทร์รีบแย้ง แต่ในใจกลับรู้สึกหน่วงและพยายามปลอบใจตัวเองไม่ให้คิดฟุ้งซ่านตามข่าวลือ

“อันนี้อรก็ไม่รู้นะ เหมือนกัน แต่ตอนนี้หมอส่วนใหญ่ก็เลยผลัดกันจ่ายเงินค่าอาหารกลางวัน แต่มันแปลกตรงที่อาหารของทุกคนจะคล้ายๆ กัน แต่ของหมออนุตรจะไม่ค่อยเหมือนของคนอื่น”

“อือ พี่ว่ามันคงต้องมีอะไรแน่ๆ รินกับอรต้องช่วยพี่สืบเรื่องนี้ด้วยนะ” วิรัลพรพูดทิ้งท้ายก่อนที่จะลงเวร

งานในเวรบ่ายวันนี้ไม่ค่อยยุ่งมาก หลังจากที่จัดยาให้กับแผนกผู้ป่วยในแล้วพราววรินทร์ก็มียาอีกบางส่วนที่รอผู้ป่วยจากแผนกฉุกเฉินมารอรับ

“พี่เอริน เดี๋ยวลงเวรเราไปหาอะไรกินกันไหม” อรนิชาชวนคุยทำลายความเงียบ

“ยังจะหิวอีกเหรออร เมื่อหัวค่ำกินข้าวไปแล้วไม่ใช่เหรอ” พราววรินทร์มองผู้ช่วยรุ่นน้องในแผนกที่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะอ้วนขึ้นมากจากที่เจอกันเมื่อครั้งแรก

“ก็นั่นมันมื้อหัวค่ำนี่คะพี่เอริน ขยับตัวทำงานแป๊บเดียวมันก็ย่อยหมดแล้ว ตอนนี้ท้องอรมันเริ่มส่งเสียงประท้วงหิวอีกรอบแล้วล่ะค่ะ” ผู้ช่วยสาวหัวเราะร่วนพลางเอามือลูบท้องตัวเอง

“ไปซื้อที่เซเว่นก็พอมั้ง แล้วจะกลับยังไง แฟนมารับหรือให้พี่ไปส่งล่ะ” หอพักของอรนิชาและแฟนหนุ่มนั้นอยู่ระหว่างทางกลับคอนโดมิเนียมของพราววรินทร์ทำให้บางครั้งหญิงสาวก็ติดรถเธอกลับหออยู่บ่อยครั้ง

“ติดรถพี่เอรินไปเหมือนเดิมค่ะ”

“จ้ะ”

พราววรินทร์มองดูเวลาแล้วเหลืออีกครึ่งชั่วโมงเธอก็จะได้กลับไปพัก บริเวณห้องโถงที่เคยมีผู้ป่วยพลุกพล่านในเวลากลางวันนั้นเงียบสงบ แต่ไฟยังส่องสว่างเพราะที่แผนกฉุกเฉินยังมีคนมาใช้บริการอยู่ตลอดเวลา ทำให้ที่แผนกจ่ายยาและแผนกการเงินไม่ได้เงียบเหงาจนเกินไป

ชายรูปร่างผอมสูงเดินเข้ามายังบริเวณที่นั่งรอรับยา พราววรินทร์มองอย่างสงสัย เขาโบกมือให้เธอแล้วชูโทรศัพท์ พร้อมกับชี้มาที่เธอแล้วชี้กลับไปที่โทรศัพท์ในมือเขาอีกครั้ง

หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดูก็เห็นข้อความที่เขาไลน์มา

‘ผมมารับ กลับด้วยกันนะ’

‘ไม่เป็นไร กลับเองได้’ เธอตอบกลับ

‘ผมไม่มีรถกลับ’

‘แล้วมายังไง’ เธอพิมพ์ตอบไปพร้อมสติ๊กเกอร์เครื่องหมายคำถาม

‘นั่งแท็กซี่มา’

พราววรินทร์ไม่ได้พิมพ์อะไรต่อจากนั้นอีกเพราะตอนนี่เธอต้องอธิบายการใช้ยาให้กับผู้ป่วยที่มายืนรออยู่ที่หน้าแผนก

สิปปกรขยับมานั่งใกล้กว่าเดิมอีกคงเพราะใกล้ถึงเวลาที่เธอเลิกงานแล้ว

“พี่เอริน ผู้ชายคนนั้นหล่อจัง” อรนิชาเดินมากระซิบ

“คนไหนเหรอ” พราววรินทร์ถามไปอย่างนั้นทั้งๆ ที่เธอเองก็รู้ว่าอรนิชาหมายถึงใคร

“ก็คนนั้นไง ที่ใส่กางเกงยีนส์ เสื้อยืดสีขาวไง” ตอนนี้มีผู้ชายนั่งอยู่สองคน คนหนึ่งคือน้องชายของหมออนุตร ส่วนอีกคนคือญาติผู้ป่วยที่เธอพึ่งจ่ายยาให้เมื่อครู่

“อ๋อ ก็งั้นๆ นะไม่เห็นจะหล่อตรงไหนเลย” หญิงสาวเหลือบมองสิปปกรเล็กน้อยก่อนตอบ

“พี่เอรินต้องไปตัดแว่นแล้วมั้งคะ อย่างนั้นน่ะเขาเรียกว่าหล่อเลยแหละ ตัวก็สูงทรงผมก็เท่ห์ อรว่าหล่อกว่าหมออนุตรเยอะเลย”

“ขนาดนั้นเลยเหรอ” เธอหลุดหัวเราะคิกคักในลำคอเมื่อได้ยินรุ่นน้องเปรียบเทียบพี่น้องคู่นี้

“จริงๆ ค่ะพี่เอริน หมออนุตรแกก็แค่หล่อสไตล์คุณชาย ดูดี เพอร์เฟกต์ แต่หมอแกดูนิ่งเกินไปจนไม่มีเสน่ห์ดึงดูดใจสาวๆ เท่าไหร่ แต่อย่างพ่อหนุ่มเสื้อขาวคนนี้ อรบอกเลยว่าดาเมจรุนแรงมากค่ะ ลุคแบดบอยนิดๆ ชวนฝันสุดๆ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป