บทที่ 14 นอนไม่หลับ 2/2
พราววรินทร์ฟังคำวิจารณ์ตรงไปตรงมาของรุ่นน้องแล้วก็หลุดขำหัวเราะออกมาอีกรอบ
“พี่เอรินขำอะไรคะ อรพูดเรื่องจริงนะเนี่ย”
“ก็ขำอรนั่นแหละ เปรียบเทียบกับใครก็ไม่เปรียบเนาะ”
“ทำไมล่ะคะพี่เอริน คนนี้เขามีอะไรเหรอคะ” อรนิชาซักด้วยความอยากรู้
“ก็ผู้ชายเสื้อขาวที่อรชมว่าหล่อนักหล่อหนาคนนั้นน่ะ เขาเป็นน้องชายแท้ๆ ของหมออนุตรยังไงล่ะจ๊ะ”
“จริงเหรอพี่” อรนิชาทำเสียงตื่นเต้น
“จริงสิ พี่จะหลอกอรทำไม”
“อิจฉาพี่เอรินจังเลย ได้อยู่ข้างห้องคนหล่อๆ” อรนิชาทำหน้าเพ้อฝัน
พอถึงเวลาเลิกงานพราววรินทร์ก็เดินไปสแกนนิ้วเพื่อลงเวลาเลิกงาน โดยมีสิปปกรเดินตามไปห่างๆ
“กลับเลยไหมครับ” เขาถามเมื่อเธอกลับออกมาจากห้องเล็กๆ ที่เธอเดินเข้าไปสแกนนิ้ว
“อือ” หญิงสาวหันมาพยักหน้า
“รอตรงนี้ก็ได้เดี๋ยวผมไปเอารถเอง รถอยู่ไหนล่ะ”
“ไม่เป็นไรไปด้วยกันเลยก็ได้ วันนี้อรจะกลับพร้อมเราด้วยนะปาล์ม” พราววรินทร์บอกเขา
หญิงสาวแนะนำให้สิปปกรกับอรนิชารู้จักกัน ก่อนที่จะพาเธอแวะซื้อของและส่งหญิงสาวที่หน้าหอพัก พอได้อยู่กันสองคนในรถเธอก็ไม่รอช้าที่จะถามเขา
“นึกยังไงถึงมารับพี่ล่ะ”
“ก็เห็นว่าดึกแล้ว”
“ปกติก็เคยเลิกงานเวลานี้ พี่ก็กลับเองได้ไม่เห็นต้องลำบากมารับเลย น่าจะรีบนอนมากกว่าดึกแล้วด้วย”
“ครับ” สิปปกรรับคำสั้นๆ
น้ำเสียงขรึมผิดปกติและคำตอบรับที่สั้นห้วนนั้น ทำให้พราววรินทร์สัมผัสได้ทันทีว่า วันนี้ชายหนุ่มรุ่นน้องจอมกวนคนนี้ดูแปลกไปจากเดิมมาก แววตาทะเล้นขี้เล่นที่เคยมีบัดนี้กลับดูหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด
“นายมีเรื่องไม่สบายใจอะไรหรือเปล่าปาล์ม” เธอถามด้วยความห่วงใย
“ก็ไม่เชิง” สิปปกรตอบเบาๆ
“มีอะไรก็บอกพี่มาเถอะน่า วันนี้นายดูไม่ค่อยร่าเริงสดใสเอาซะเลยนะ มีเรื่องอะไรปิดบังพี่อยู่หรือเปล่า”
“เอรินรู้ด้วยเหรอครับ ว่าผมกำลังเครียดอยู่” สิปปกรหันใบหน้าหล่อเหลามามองคนขับ พลันในใจลึก ๆ ของชายหนุ่มกลับรู้สึกดีและอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก ที่หญิงสาวสังเกตเห็นถึงความผิดปกติและใส่ใจในอารมณ์ของเขา
“รู้สิ... หน้าตานายบอกบุญไม่รับขนาดนี้ แล้วตกลงมันมีเรื่องอะไร เล่าให้พี่ฟังได้ไหม เผื่อพี่จะช่วยอะไรได้บ้าง”
“มันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรหรอกครับเอริน” เขายังคงอึกอักเพราะไม่อยากเอาเรื่องทุกข์ใจไปรบกวนเธอ
“ไม่สำคัญแล้วทำไมหน้านายถึงได้เครียดแบบนั้นละ เล่ามาเถอะน่า ถือว่าพี่เป็นเพื่อนก็แล้วกันนะ”
น้ำเสียงอ่อนโยนของพราววรินทร์เต็มไปด้วยความจริงใจ เธอพอจะมองออกว่าในเวลานี้ ชายหนุ่มรุ่นน้องกำลังตกอยู่ในอารมณ์ที่อ่อนไหวและเปราะบางกว่าทุกครั้ง ตั้งแต่รู้จักและคลุกคลีกันมาเกือบสามเดือนเต็ม สิปปกรไม่เคยแสดงท่าทางเครียดแบบนี้ให้เธอเห็นเลยสักครั้ง
เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของเธอ กำแพงในใจของสิปปกรก็พังลง ชายหนุ่มถอนหายใจยาวก่อนจะเริ่มเปิดปากเล่าเรื่องราวความทุกข์ใจให้เธอฟัง
เขาเล่าว่า วันนี้ในขณะที่เขากำลังเดินทางกลับจากบริษัทที่เขาไปฝึกงาน อยู่ ๆ เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากพี่สาวของ ‘กฤตพล’ เพื่อนสนิทร่วมแก๊งของเขา ปลายสายโทรมาแจ้งข่าวร้ายด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกว่า กฤตพลประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างรุนแรง ทันทีที่ได้ยินคำนั้น สิปปกรบอกว่าเขารู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน สมองชาหนึบจนก้าวขาแทบไม่ออก หลังจากตั้งสติได้ เขาก็รีบตรงไปยังโรงพยาบาลที่เพื่อนสนิทรักษาตัวอยู่ทันที
“แล้วตอนนี้อาการของเพื่อนนายเป็นยังไงบ้าง”
“ตอนนี้ก็ยังมาได้สติเลย หมอบอกว่าถ้ายังไม่พ้นขีดอันตราย” น้ำเสียงสิปปกรสั่นเครือ เขานึกไปถึงสภาพของเพื่อนที่นอนไม่ได้สติและมีผ้าพันแผลอยู่เต็มทั้งตัวรวมไปถึงบริเวณศีรษะแล้วก็หดหู่ใจ
“อย่ากังวลไปเลย ยังไงหมอก็คงช่วยเต็มที่ ปรึกษาหมออนุตรหรือยัง”
“ครับ พี่โอห์มเขาพอจะรู้จักหมอที่โรงพยาบาลโน้นอยู่บ้าง ผมโทรคุยกับพี่โอห์มเรียบร้อยแล้วล่ะครับ พี่เขาก็ช่วยประสานงานให้ แต่ในใจผมมันก็ยังอดกังวลไม่ได้อยู่ดี”
“แล้วนี่มาจากโรงพยาบาลเลยหรือว่ามาจากคอนโดฯ ล่ะ”
“มาจากคอนโดฯ ผมกลับมาถึงตั้งแต่หัวค่ำแล้วแหละ กินข้าวแล้วเข้านอน แต่นึกได้ว่าวันนี้เอรินทำงานเลิกดึก”
“ก็เลยนั่งแท็กซี่มาใช่ไหม”
“ก็ตามนั้นแหละ”
“ขอบใจมาก นายคงนอนไม่หลับใช่ไหม”
“ทำไมเอรินรู้ล่ะ”
“ก็คนเราเวลามีอะไรไม่สบายใจหรือทุกข์ใจก็มันจะนอนไม่ค่อยหลับกันทั้งนั้นแหละ เอายานอนหลับไหม ที่ห้องพี่มี” เธอรู้ว่าการทานยานอนหลับนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี และต้องให้แพทย์เป็นคนสั่ง แต่สำหรับกรณีนี้เธอยอมทำผิด เพราะรู้ดีว่าเขาคงข่มตานอนได้ยาก
“ขอบคุณครับ” วันนี้ชายหนุ่มดูสุภาพกว่าทุกครั้งที่เจอกัน
“พรุ่งนี้พี่หยุด เราไปเยี่ยมเพื่อนนายด้วยกันไหม”
“อือ”
